การพัฒนารูปแบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน โรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา “กรป.กลาง
นำเข้าเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2552 โดย นางบุญหนา บุญเรือง
อ่าน [48851]  

//ชื่อผลงาน การพัฒนารูปแบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์
การสร้างพลังทีมงาน โรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา “กรป.กลางอุปถัมภ์”
ชื่อผู้เสนอผลงาน นางบุญหนา บุญเรือง
ที่ปรึกษา 1. รองศาสตราจารย์ ดร.จิตรี โพธิมามะกะ คณาจารย์ประจำ
คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ท้ายเรือคำ หัวหน้างานวิจัยภาควิชาการ
วิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. ดร.ไพศาล วรคำ รองคณะบดีฝ่ายวิชาการ คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัย
ราชภัฏมหาสารคาม
4. ดร.จีรวัฒน์ เอี่ยมแสง ผู้ช่วยคณะบดีฝ่ายประสบการณ์วิชาชีพครู
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
5. นายพิริยะ อุทโท ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกาฬสินธุ์
วิทยะฐานะเชี่ยวชาญ
6. นายประดิษฐ์ ญาณกาย หัวหน้ากลุ่มงานศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์เขต 3
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน ของโรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา
“กรป.กลางอุปถัมภ์” อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ให้เป็นสถาน
ศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มุ่งเน้นประสิทธิภาพการทำงานของครูเพื่อผลการพัฒนานักเรียน วัตถุประสงค์ของการ
วิจัยครั้งนี้คือ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน 2) เพื่อศึกษาและประเมิน
ผลการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน การดำเนินการวิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
โดยมี ขั้นตอนการดำเนินงานที่สำคัญคือ 1) การสร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน
2) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน 3 ) ประเมินรูปแบบการบริหารแบบมีส่วน
ร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงานโดยกลยุทธ์ที่ใช้ได้นำแนวความคิดจากคำว่า TEAM WORK มาเป็นประเด็นสำคัญ
ในการสร้างวิธีการเสริมสร้างพลังทีมงานของคณะครูผู้ปฏิบัติการสอนในโรงเรียน 54 คนผ่าน แผนปฏิบัติการที่ทุกฝ่ายมี
ส่วนร่วมในการดำเนินงาน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งออกเป็นระดับรายบุคคล ระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้
และระดับโรงเรียน
1. ระดับบุคคล
1.1 จากแบบสอบถามความคิดเห็นต่อการอบรมของครูและการให้คำปรึกษา สถิติที่
ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation)
1.2 แบบสอบถามปลายเปิดจำนวน 3 ข้อ
2. ระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม เป็นแบบสังเกตชนิดมาตรประมาณค่า (rating scale) 5
ระดับ จำนวน 15 ข้อสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation)
2.2 แบบประเมินประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็น
แบบสอบถามชนิดมาตรประมาณค่า (rating scale) 5 ระดับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยง
เบนมาตรฐาน (standard deviation)
2.3 แบบสนทนากลุ่ม(Focus group)ด้วยการประชุมวินิจฉัยสภาพการณ์และประชุมทีมแก้ไขปัญหา
3. ระดับโรงเรียน
3.1 แบบสอบถามความพึงพอใจต่อความมั่นคงและบรรยากาศในการปฏิบัติงานของครู ชนิดมาตรประมาณค่า
(rating scale) 5 จำนวน 20 ข้อ ระดับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(standard deviation)
3.2 แบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อการบริหารจัดการโรงเรียน
ชนิดมาตรประมาณค่า (rating scale) 5 จำนวน 20 ข้อ ระดับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation)
3.3 แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนต่อสภาพการจัดการเรียนการสอนของครูชนิดมาตรประมาณค่า (rating
scale) 5 จำนวน 20 ข้อ ระดับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard
deviation) ผลการศึกษาสรุปว่า
1. การนำกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงานให้คณะครูพิจารณาเพื่อให้มีส่วนร่วมวิเคราะห์วางแผนการจัดทำแผนปฏิบัติการของ
โรงเรียนมีความเหมาะสมต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วม ในโรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา “กรป.กลางอุปถัมภ์” สร้างความพึงพอ
ใจให้ครูในระดับมาก และจากการสนทนากลุ่มของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ครูก็มีแนวคิดในเรื่องการทำงานเป็นทีมที่ใช้
กลยุทธ์การเสริมสร้างพลังทีมงาน แต่ควรปรับปรุงการปฏิบัติงานในเรื่องการสื่อสาร การยอมรับฟังความคิดเห็นของกัน
และกัน
2. สามารถนำรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน ไปทดลองใช้ในสภาพจริงโดย ผ่านการ
วิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพราะการดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมที่สร้างความตระหนักให้ครูเข้าใจแนว
ทางการพัฒนาโรงเรียนโดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายร่วมกันที่จะทำงานเป็นทีม ด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงานจาก
แนวคิด TEAM WORK ที่ยอมรับได้ และวิเคราะห์รูปแบบการนำกลยุทธ์มาใช้ จากข้อตกลงร่วมกันที่กำหนดเป็นวิธีการ
และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากนั้นจึงร่วมกันกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการ และดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่ร่วมกันวาง
ไว้ มีการตรวจสอบจากการสังเกตพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมของผู้วิจัยและผู้ร่วมศึกษา มีการสะท้อนผลการปฏิบัติงาน
และนำเสนอผลการปฏิบัติงานให้รับรู้ด้วยการประชุมอย่างเปิดเผย และ
3. ผลที่เกิดขึ้นจริงทำให้โรงเรียนผ่านการประเมินเป็น โรงเรียนในฝัน จากการพิจารณาผลการดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติ
การของโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จด้านการทำงานเป็นทีมของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีผลการประเมินประสิทธิภาพการทำ
งานเป็นทีมในระดับมากที่สุดเนื่องมาจากครูมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนจากรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วย
กลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน
อุปสรรค ผลจากการวิจัยจะพบว่าการประเมินความพึงพอใจต่อความมั่นคงและบรรยากาศในการทำงานเรื่อง
การสื่อสารในโรงเรียนเป็นแบบที่เปิดเผยอยู่ในระดับน้อยแสดงว่า โรงเรียนต้องปรับปรุงการสื่อสารภายในโรงเรียนหรือ
ระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้
ซึ่งผลดังกล่าวเกิดเนื่องจากครูแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้มีเวลาว่างไม่ตรงกันบางครั้งไม่ค่อยมีเวลาพูดคุยกัน
ข้อเสนอแนะ อาจจะจัดประชุมสัมมนานอกเวลาราชการหรือศึกษาดูงานภายนอกเพื่อให้ครูผ่อนคลายและมี
ความรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น
4. ผลของการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยกลยุทธ์การสร้างพลังทีมงาน ทำให้มาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน
แต่ละด้าน คือ ด้านผู้เรียน ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านบริหารจัดการ โดยพิจารณาจากการประเมินคุณภาพภายใน
สถานศึกษาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รวมทั้งผลการสอบเรียนต่อของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3และของนัก
เรียนเข้ามหาวิทยาลัย
.....

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้