รายงานผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ วิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษ
นำเข้าเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2551 โดย นายบัญชา วัดเข้าหลาม
อ่าน [47758]  

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญวิชาภาษาอังกฤษ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ภาษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ภาษาเพื่อสร้างความสัมพันธ์และประกอบอาชีพ (2) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา “กรป.กลางอุปถัมภ์” โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ (1) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (2) ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน (3) ขั้นสรุปผล และ (4) ขั้นประเมินผล เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 จำนวน 42 คน ของโรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา “กรป.กลางอุปถัมภ์” อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ .....

ชื่อเรื่อง                          รายงานผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน

                                    เป็นสำคัญ  วิชาภาษาอังกฤษ  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 

ผู้ศึกษา                         นายบัญชา  วัดเข้าหลาม

ระยะเวลาที่ศึกษา       ปีการศึกษา  2550

 

บทคัดย่อ

 

                การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1)  พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญวิชาภาษาอังกฤษ  หน่วยการเรียนรู้ที่ 3  ภาษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และหน่วยการเรียนรู้ที่ 4  ภาษาเพื่อสร้างความสัมพันธ์และประกอบอาชีพ  (2)  พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  โรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา กรป.กลางอุปถัมภ์  โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ประกอบด้วย  4  ขั้นตอนที่สำคัญ คือ  (1)  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน  (2)  ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน  (3)  ขั้นสรุปผล  และ  (4)  ขั้นประเมินผล  เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3  จำนวน  42 คน  ของโรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา กรป.กลางอุปถัมภ์ อำเภอนาคู  จังหวัดกาฬสินธุ์   ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยครั้งนี้  โดยมีผู้ร่วมวิจัย  ประกอบด้วย  ครูผู้ร่วมวิจัยจำนวน  1 คน    โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย             (1)  แผนการเรียนรู้  จำนวน  15 แผนการเรียนรู้  (2)  แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการสอนของครู  (3)  แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน  (4)  แบบบันทึกความคิดเห็นของครูผู้ร่วมวิจัย  (5)  แบบสัมภาษณ์นักเรียน  (6)  แบบบันทึกผลการใช้แผนการเรียนรู้  (7)  แบบทดสอบย่อย  (8)  แบบประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  (9)  แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งได้รับการทดสอบค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง (P)  0.34-0.77  ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง  (r)  0.20-0.82  และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ  เท่ากับ  0.859

                การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ  ประกอบด้วยวงจรปฏิบัติ  4  วงจร  ดังนี้คือ  วงจรปฏิบัติที่ 1  ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่  1 5  วงจรปฏิบัติที่  2  ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่  6 10  และวงจรปฏิบัติที่  3  ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่  11-15    โดยนำข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมผลการปฏิบัติแต่ละวงจรมาวิเคราะห์และปรับปรุงแผนการปฏิบัติในวงจรต่อไป

                ผลการดำเนินการวิจัยโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญรายวิชาภาษาอังกฤษ  พบว่า

                1.  การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญวิชาภาษาอังกฤษ  ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  4  ขั้น  คือ  (1)  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน  เป็นการกระตุ้นความสนใจ  ทบทวนความรู้เดิม  และการแจ้งผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  (จุดประสงค์การเรียนรู้)  ด้วยสื่อ  รูปภาพ  ภาพของจริง  การอภิปราย  การซักถาม  (2)  ขั้นสอน  ประกอบด้วยขั้นตอนย่อย  3  ขั้นคือ  ขั้นเสนอเนื้อหา  โดยเน้นให้นักเรียนศึกษาใบงาน  ใบความรู้  รูปภาพ  ภาพของจริง  ฉลากยา  ประกาศ  โฆษณา  ขั้นฝึกปฏิบัติ  เน้นการฝึกปฏิบัติภายใต้การควบคุมจากใบงาน ใบความรู้  ขั้นใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร  เป็นการเขียนตอบคำถาม  เขียนบรรยาย  เขียนสรุปความ  เขียนแสดงความคิดเห็น  การแสดงบทบาทสมมุติ  (3)  ขั้นสรุป  เน้นให้นักเรียนภายในกลุ่มสรุปข้อความรู้ด้วยตนเองแล้วนำเสนอหน้าชั้นเรียน  (4)  ขั้นวัดและประเมินผล  ประเมินผลจากแบบฝึกท้ายแผนการจัดการเรียนรู้  ประเมินจากผลงาน  ชิ้นงาน การแสดงบทบาทและการปฏิบัติจริง

                2.  ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หลังจากที่ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการมาพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแล้ว  พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ  75.09  สูงกว่าเกณฑ์ความรอบรู้ที่กำหนดไว้คือร้อยละ  70  และจำนวนนักเรียนร้อยละ  100  มีผลสัมฤทธิ์ผ่านเกณฑ์ความรอบรู้ที่กำหนดไว้คือร้อยละ  90

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้