รายงานผลการใช้รูปแบบจัดการเรียนรู้ด้วยไลน์กอก (LineKOK Model) ที่เน้นทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
นำเข้าเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2562 โดย นางสาวเยาวเรศ เสนากิจ
อ่าน [429]  

บทคัดย่อ การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพของแบบจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการความหนากับค่าของเงินเหรียญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 2)เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแก้สมการ สถิติ การประมาณค่าและทศนิยม ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) 3) ศึกษาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์หลังการเรียนรู้ด้วยแบบจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการทำโครงงานเรื่อง สมการความหนากับค่าของเงินเหรียญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการความหนากับค่าของเงินเหรียญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 21 คน ปีการศึกษา 2561 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 11 แผน 2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สถิติ การประมาณค่า ทศนิยม การแก้สมการ 3) แบบทดสอบวัดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ สรุปผลการวิจัย ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพแบบจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการความหนากับค่าของเงินเหรียญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.63 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 0.50 สอดคล้องกับสมมติฐานข้อที่ 1 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแก้สมการ สถิติ การประมาณค่าและทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังเรียนด้วยแบบจัดการเรียนรู้ ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผลของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนมีค่าสูงกว่าเกณฑ์ 0.50 โดยค่าดัชนีประสิทธิผลมีค่า 0.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 0.50 แสดงว่าหลังเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2 3. นักเรียนมีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์หลังการเรียนด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจากแบบประเมินผลงานและประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยไลน์กอก (LineKOK Model) ที่เน้นทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเท่ากับ 3,800 คิดเป็นร้อยละ 90.91 ของคะแนนเต็ม และเป็นไปตามเกณฑ์การประเมิน 60/100 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานข้อที่ 3 4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบไลน์กอก ( LineKOK Model ) ผ่านกระบวนการทำโครงงานคณิตศาสตร์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.64) ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานข้อที่ 4 .....

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้