เคาะราคารถไฟความเร็วสูงเวียดนาม 1,500 กม.$84,000 ล้านระบบญี่ปุ่น
นำเข้าเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [95]  

.....

 เคาะราคารถไฟความเร็วสูงเวียดนาม 1,500 กม.$84,000 ล้านระบบญี่ปุ่น

เมื่อจะใช้ระบบของญี่ปุ่น-รถญี่ปุ่น หน้าตาก็คงจะออกมาประมาณนี้กระมัง.  บริษัทที่ปรึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงของเวียดนาม ได้จัดประชุมสรุปผลการศึกษาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสรุปมูลค่าก่อสร้างออกมาเป็นเงินทั้งหมดกว่า 58,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับเส้นทาง 1,545 กิโลเมตรจากกรุงฮานอย ไปยังนครโฮจิมินห์ พร้อมเสนอแผนการก่อสร้างที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น 

บริษัทที่ปรึกษา คือ กลุ่ม TEDI-TRICC-TEDIS เสนอว่า ในระยะแรกรถไฟความเร็วสูง จะยังไม่แล่นด้วยความเร็วเต็มพิกัด แต่จะจำกัดเอาไว้ไม่เกิน 200 กม./ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ แต่ภายในปี 2573 รถไฟซึ่งแล่นด้วยความเร็วสูง 350 กม./ชม.จะรับผู้โดยสารได้ วันละ 1.9 ล้านคนกับสินค้าอีก 2.8 ล้านตัน

ผลการศึกษาชี้ว่า เมื่อรถแล่นด้วยเร็ว 200-350 กม./ชม. จะสามารถแข่งขันกับบริการของสายการบินต่างๆ ได้ แต่ถึงแม้ว่าในเฟสแรก รถจะแล่นด้วยความเร็วเพียงไม่เกิน 200 กม./ชม. ก็จะสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากผู้โดยสารไม่ต้องเสียเวลาราว 2 ชั่วโมง ในการเข้าคิวเช็คอินและผ่านกระขบวนการต่อเนื่องอื่นๆ ที่ท่าอากาศยาน

บริษัทที่ปรึกษาได้เสนอให้รฐบาลเลือกเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น และ คาดว่ากระทรวงขนส่งจะนำผลการประชุมเสนอต่อรัฐบาลในวันนี้ เพื่อเสนอเข้าสู่วาระการพิจารณาในรัฐสภาสมัยปลายปี ซเวินจี๊ออนไลน์ (Dan Tri Online) เว็บไซต์ข่าวภาษาเวียดนามรายงาน

การก่อสร้างทั้งระบบจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส คือ ทางเหนือ -- จากฮานอยไปถึงเมืองวีง (Vinh) จ.เหงะอาน (Nghệ An) ระยะทาง 285 กม. กับทางใต้ -- จากเมืองญาจาง (Nha Trang) จ.แค๊งฮวา (Khánh Hòa) ในภาคกลางตอนล่าง ไปยังโฮจิมินห์ 364 กม. -- และ เฟสสุดท้ายจะเป็นช่วงยาววีง-ญาจาง อีก 896 กม.

เส้นทางฮานอย-วีง มีมูลค่าก่อสร้าง 10,830 ล้านดอลลาร์ ญาจาง-โฮจิมินห์ 13,830 ล้านดอลลาร์ กับช่วงยาวที่เป็นช่วงกลางอีก 34,050 ล้านดอลลาร์ รวมตลอดสาย 58,710 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1,935,140 ล้านบาทเศษ สาหรับแผนการลงทุนระยะยาว 10 ปีระหว่างปี 2563-2573

 

1,545 กม. มี 23 สถานี ผ่าน 20 จังหวัด กว่าจะเสร็จทั้ง 2 เฟส วิ่งตลอดสายได้ก็ราวปี 2573. ">

ทางรถไฟสายใหม่นี้จะแวะจอดรับส่งผู้โดยสาร 23 สถานีรายทาง มีอู่จอด/ซ่อมบำรุงรวมทั้งหมด 5 แห่ง -- ถ้าหากโครงการนี้ผ่านการอนุมัติได้เร็ว การทดลองแล่นให้บริการอาจจะเริ่มขึ้นได้ภายในปี 2571-2572 บริษัทที่ปรึกษากล่าว

นายเหวียน หง็อก ลม (Nguyễn Ngọc Long) รองประธานสมาคมสะพานและถนนแห่งเวียดนาม เสนอให้แบ่งซอยการบริหารจัดการรถไฟความเร็วสูง เป็นระยะทางสั้นๆ เพื่อให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงกลางวีง-ญาจาง นั้นยาวเกินไป

นอกจากนั้นช่วงที่สถานีอยู่ในโฮจิมินห์ กับฮานอย จะต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ รวมทั้งรถไฟฟ้าในเขตเมืองสายต่างๆ อย่างลงตัวด้วย ดร.ลมกล่าว

อย่างไรก็ตามถ้าหากผ่านการอนุมัติ รัฐสภาเวียดนามยังจะต้งกำหนดกฎระเบียบต่างๆ รวมทั้งผ่านร่างรัฐบัญญัติหลายฉบับเพื่อรองรับโครงการ ทั้งนี้เพื่อสร้างพื้นฐานทางกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณกับเงินกู้ รวมทั้งอีกส่วนหนึ่งที่คาดหวังจากการร่วมทุนโดยภาคเอกชน ซเวินจี๊ออนไลน์กล่าว

นายเหวียน หง็อก โดง (Nguyễn Ngọc Đông) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงขนส่งกล่าวว่า เป็นการยากที่จะสามารถคุ้มทุนในเร็ววัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายทั้งหมด -- ทั้งสังคมควรจะได้รับประโยชน์จากรถไฟความเร็วสูง มากกว่าจะพิจารณาแต่เรื่องผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว

"มันเป็นการยากที่จะได้ทุนคืนทั้งหมด" สำนักข่าวออนไลน์อ้างคำพูด รัฐมนตรีเวียดนาม

ดูใกล้ๆ อีกหน่อย หน้าตาของรถไฟเวียดนาม ก็คงอีหรอบเดียวกับ 2 ขบวนนี้. ">

รายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับเส้นทางก็คือ 60% จะเป็นสะพาน 10% เป็นอุโมงค์ลอด อีก 30% เป็นการวิ่งบนทางเรียบ มีรั้วกั้นสองข้างทางตลอดสาย ไม่มีสี่แยกใดๆ ตัดผ่าน ปัจจุบันกระทรวงฯ กำลังทำงานร่วมกับทางการ 20 จังหวัดตามเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เพื่อจัดเตรียมการอันจำเป็นต่างๆ

นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่เวียดนามกลับมาเข้าใกล้รถไฟความเร็วสูงอีกครั้ง ตั้งแต่รัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋น ยวุ๋ง ได้ริเริ่มแผนการรถไฟหัวกระสุนในปี 2549 เพื่อเชื่อมภาคเหนือกับภาคใต้ เป็นระยะทางกว่า 1,600 กม. ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น 

โครงการในช่วงปีโน้นเริ่มจากงบลงทุน 33,000 ล้านดอลลาร์เศษ แต่กว่าผลการศึกษาจะออกมาในปี 2552 งบก่อสร้างก็บานปลายกลายเป็นเกือบ 56,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบเท่าตัว

 

เดือน มิ.ย.2553 รัฐสภาฯ ที่กำลังหวาดวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การเงินของประเทศ โหวตลงมติด้วยเสียง 41% ต่อ 37% คว่ำโครงการรถไฟหัวกระสุน โดยให้รัฐบาลจัดทำโครงการให้เล็กลง และนำเสนอใหม่ -- ผู้แทนราษฎรจำนวนมากได้อภิปรายแสดงความห่วงใยต่อหนี้สินของประเทศ ขณะที่ยังมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ในภาคใต้ด้วย

 

โครงการรถไฟหัวกระสุน ไม่มีโอกาสได้กลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกเลย จนกระทั่งรัฐบาลชุดปัจจุบัน -- โดยนายกรัฐมนตรี เหวียน ซวน ฟุก ได้ปัดฝุ่นกลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งต้นปีนี้ ภายใต้สถานการณ์ใหม่ ที่เศรษฐกิจของปราะเทศกลับมาขยายตัวรวดเร็วและในอัตราสูงอีกครั้งและประชากรเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 90 ล้านคน.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้