หนามยอกก็เอาหนามบ่ง
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [310]  

.....

 เลือดยังไหลไม่หยุด จนบรรยากาศ “พรรคเพื่อไทย” ระส่ำระสาย ไปตาม “แรงดูดท่อซิ่ง” ของ “กลุ่มสามมิตร” ที่นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - สมศักดิ์ เทพสุทิน สมุนเอกของ “ระบอบทักษิณ” เอง ที่พลิกขั้วมาประกาศสนับสนุน “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง 

ในอารมณ์หนามยอกก็เอาหนามบ่ง 

“ระบอบแม้ว” โตมาแบบไหน หากคิดจะบอนไซหรือตัดรากให้สูญพันธุ์ก็ต้องทำแบบเดียวกัน 

โดยเฉพาะการเดินเกมดึง “สุริยะ” มาออกหน้าได้ ก็เหมือนติดเทอร์โบให้ “พลังดูด คสช.” ด้วยภาพ “นายทุนพรรค” ที่การันตี “ความมั่นคงทางการเงิน” ให้นักเลือกตั้งมาแล้วนักต่อนัก

สอดประสานกับการวาง “อีเวนท์” เดินสายลงพื้นที่ของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พ่วงด้วยการหว่านงบประมาณลงพื้นที่สารพัด ทำเอา “สมุนแม้ว” ที่จงรักภักดี หวังเกาะกระแส “ทักษิณฟีเวอร์” ทะยานเข้า “สภาหินอ่อน” ออกอาการหวั่นไหวกันหมด

ไม่แค่เฉพาะเกรด “นกแล” หรือ “ปลาซิวปลาสร้อย” ที่เย้ยหยันกันในช่วงแรกๆ เท่านั้น เพราะพลันที่ “กลุ่มสามมิตร” เปิดหน้าอย่างเป็นทางการ ก็เปิดศักราชล็อกเป้าไล่ตบ “ดาวฤกษ์” โชว์พาวเวอร์ให้เห็นเป็นระยะๆ จนถึงนาทีนี้มีอดีตผู้แทนไม่น้อยกว่า 60-70 ชีวิต ที่แสดงตัวพร้อมเฮโลข้ามฟากมาเป็น “นั่งร้าน” ให้กับ “ขุนทหาร” 

 

เริ่มฝีแตกตั้งแต่ “ก๊วนเมืองเลย” ของ ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย ที่เคยได้บำเหน็จขึ้นชั้นรัฐมนตรีมาแล้ว ก็ยังไม่รอดโปรโมชั่น “มาก่อน ได้ก่อน” ทำเอาร้อนไปทั้ง “ภาคอีสาน” พื้นที่นอนมาของ “ลูกสมุนนายใหญ่” ที่พร้อมแยกทางกับต้นสังกัดเก่า บ่ายหน้ามาหาอะไรๆที่เรียกว่า “อนาคตที่ดีกว่า” ถึงจะสุ่มเสี่ยงจะต้องสอบตก ก็ขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอดๆ อยากๆ อยู่แบบนี้

 

กระทั่ง สุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.อุบลราชธานี หมุดหมาย ครม.สัญจรรอบหน้า เคยเป็นรัฐมนตรีก็แล้ว เป็นถึงอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทยมาก็แล้ว ยังสยบ “พลังดูด” แจ้งสำมะโนครัวย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยโรงเรียน “สามมิตร” ไปแล้ว

 

และไม่ใช่แค่โฟกัสที่ “ผู้แทนอีสาน” เจาะไข่แดง “เพื่อแม้ว” ยังรุกคืบไปเจาะฐาน “คนเสื้อแดง” จนสะท้านไปทั้งพรรค ทั้ง นปช. ทำเอาบางคนนอตหลุดออกมาตวาด “พวกแปรพักตร์” ว่าไม่ต่างจาก “ผู้หญิงขายบริการ” จน “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาฯพรรคต้องออกมาแตะเบรก

 

แม้ว่ารายของ “แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่เคยร่ำไห้โอดโอยขอเลิกยุ่งการเมืองตลอดชีวิต จะถูกมองว่าเป็น “เบี้ย” ของฝ่ายทหารที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ แต่การถูกยกชื่อว่าถูกต้อนเข้าคอก “ประชารัฐ” ไปอีกหน่อ ก็กระเทือนองคาพยพ “คนเสื้อแดง” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยภาพของ “แรมโบ้อีสาน” ที่พะยี่ห้อ “แดงโคราช” ไปจนวันตาย

 

ไล่มาถึง “แดงสุรินทร์” ตามคิวของ เทพพนม นามลี ที่มีตำแหน่งห้อยท้าย “แกนนำ นปช.สุรินทร์” ที่ถูกทาบทามโดย ภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯกลุ่มสามมิตร จนอ่อนระทวยแบะท่าอ้าซ่าว่า “ได้ตกลงกับเลขาฯ กลุ่มสามมิตรว่า ถ้าร่วมกับกลุ่มสามมิตรแล้วขอ 2 เรื่อง คืออย่าให้เปลี่ยนอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง และอย่าให้พวกตน ไปด่านายกฯ ทักษิณ ซึ่งนายภิรมย์ ก็รับปากโดยดี ดังนั้นเมื่อรับปากแล้วเราจึงได้คุยกันต่อ และพร้อมที่จะทำงานช่วยกลุ่มสามมิตรเต็มที่ และหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอย่างถูกต้องจากการเลือกตั้งก็พร้อมสนับสนุนเป็นนายกฯ”

 

พร้อมกันนี้ยังส่งสัญญาณไปถึง “ขั้วนายใหญ่” ด้วยว่า “กลุ่มสามมิตรมีแนวความคิดที่ดี คือการสร้างความปรองดองของคนในชาติ และทำประโยชน์เพื่อประชาชน ส่วนอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นเพียงอดีต และยังคงเป็นนายกฯ ในดวงใจของคนเสื้อแดง พวกผมไม่เคยทิ้งท่านเลย แต่พี่น้องสมาชิกเสื้อแดงและ นปช.ต้องเดินหน้าเพื่อหากินเลี้ยงครอบครัวต่อไป”

 

แม้ “เดอะเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. จะไม่นับญาติด้วย ทำท่ารังเกียจว่า “เทพพนม” เป็น “แดงเทียม” ก็ตาม แต่สิ่งที่ “เทพพนม” สื่อสารออกมานั้น ถือว่ากลั่นออกมาจากใจเหมือนพูดแทน “สมุนเพื่อไทย” เลยก็ว่าได้ 

 

โดยเฉพาะที่ว่า “ทักษิณ” ยังเป็นนายกฯ ในดวงใจ แต่ทุกคนต้องหากินเลี้ยงครอบครัว

 

เป็นการขยายแผล ความตีบตันทางท่อน้ำเลี้ยงของพรรคเพื่อไทย มาตลอด 4 ปีในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นอย่างดี

 

เพราะในขณะที่ มีข่าวว่า “กลุ่มสามมิตร” ตุนกระสุนดินดำไว้มากถึง 5-6 พันล้านบาท สำหรับทาบทามอดีตผู้แทนให้ตีจากพรรคเพื่อไทย ในทางกลับกันก็ไร้สัญญาณตีโต้ใดๆ ออกมาจาก “ฝ่ายทักษิณ”

 

จะมีก็เพียงอาการควันออกหู สาปส่งประชดประชันอดีตสมุนเท่านั้น แต่ข่าวที่ว่า “นายใหญ่ดูไบ” สั่งการให้ระดม “เกทับ บลัฟฟ์กลับ” ในระดับไม่น้อยหน้า 5 พันล้านบาท จุนเจือลูกพรรคเพื่อเตรียมตัวเลือกตั้ง เบรกเกมเสิร์ฟของ “กลุ่มสามมิตร” กลับกลายเป็นแค่ “ข่าวโคมลอย” 

 

เมื่อข่าวจาก “ลอนดอน” ที่ว่า “ท่อน้ำเลี้ยง” จะกลับมาไหลเมื่อคล้อยหลังวันคล้ายวันเกิด “นายปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่จนบัดนี้ยังไม่มี “ลูกหาบเพื่อไทย” รายใดยืนยันว่า มีการเรียกให้เข้าไปรับพกรับห่ออะไรกันเลย

 

ขณะเดียวกันกระแส “เลือดไหล” ก็ไม่เพียงไม่หยุด แต่ยังหนักข้อขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะในพื้นที่หากิน ภาคเหนือ-ภาคอีสาน ที่ถูก “สามมิตร” ดูดกันอย่างสนุกสนาน 

 

จนอาจจะสรุปได้ว่า “ทักษิณ” เลือกที่จะหงายไพ่หมอบ ไม่ขอสู้ในกระดานนี้เสียแล้ว ตามประสา “นักธุรกิจการเมือง” ที่ลงทุนเพื่อแสวงหากำไร ครั้นจะหลับหูหลับตาทุ่มทุนลงในสนามที่ “รบไปก็ไม่มีทางชนะ” ก็ผิดวิสัยของ “ทักษิณ”

 

แต่ความเป็นจริงมีการพูดกันหนาหูว่า ก่อนหน้านี้ “พี่ษิณ” ถึงขนาด “ธาตุไฟแตก” ทำใจที่ถูก “กลุ่มสามมิตร” มี่เป็นอดีตคนคุ้นเคยมาหยามหน้า หมายทำลายอาณาจักรเพื่อไทย ไม่ได้ ก็เลยสั้งการข้ามทวีปมายัง “น้องแดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ให้ไขเซฟบรรจุกระสุนเข้าระบบตีโต้กลับไปบ้าง

 

แต่ “น้องแดง” หรือ “เจ๊แดง” ของลูกพรรค ก็ทำเป็น “หูทวนลม” ไม่นำพาคำสั่งการของ “พี่ชาย” มาขับเคลื่อนต่อแต่อย่างใด เป็นที่มาทำให้ลูกสมุนพร้อมจะตีจากหนีความอดอยากปากแห้งได้ทุกเมื่อ

 

เพียงแต่ไร้น้ำเลี้ยงมากระชุ่นกำลังใจให้ปักหลักอยู่พรรคเพื่อไทยต่อไปเท่านั้น การที่ “ตระกูลชินวัตร” ไม่เคยเหลียวแล “ลูกพรรค” ก็ตอกย้ำการปฏิบัติของ “เจ้าของพรรค” ที่มีต่อ “ลูกสมุน- ข้ารับใช้”

 

เพราะในขณะที่สองศรีพี่น้อง นักโทษหนีคดี “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในต่างแดน แต่ก็มี “ลูกสมุน- ข้ารับใช้” บางส่วนที่ต้องตกระกำลำบาก ชดใช้กรรมในคุก ทั้ง บุญทรง เตริยาภิรมย์-ภูมิ สาระผล สองอดีตรัฐมนตรี และอีกหลายคน ที่ต้องโทษจองจำเป็นสิบๆ ปี จากคดีทุจริตระบายข้าว

 

และในขณะที่ใครต่างก็รู้ว่า ทำเม็ดเงินให้กับ “เจ๊ ด.” ผู้อยู่เบี้ยงหลังการทุจริตโครงการระบายข้าวแบบจีทูจี ที่ส่งให้สมุนคนสนิทของ “เจ๊ ด.” อย่าง “เสี่ยฮุค - บุญทรง” ต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลายในเรือนจำ 

 

คล้ายกับการไปเข้าไปล่าสัตว์ ที่พอได้เหยื่อแล้ว “เจ๊ ด.” กลับเลือกที่จะสวาปามคนเดียว ส่วนบัดดี้ที่ร่วมล่าเหยื่อด้วยกัน กลับต้องตกเป็นผู้ต้องหา-ผู้ต้องโทษ ในขณะที่ “ตัวการใหญ่” “เจ๊ ด.” ลอยตัวสบายใจเฉิบ

 

ในอารมณ์ เนื้อไม่กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แล้วทั้ง “บุญทรง-ภูมิ” ยังถูกบังคับให้เอา “กระดูก” มาแขวนคออีก

 

ยิ่งเคยมีคำพูดของ “นายใหญ่” ที่ประกาศกร้าวว่า “ไม่ยอมให้น้องติดคุกแม้แต่วินาทีเดียว” ทำเอา “ขี้ข้าปัจจุบัน - ขี้ข้าเก่า” เจ็บจี๊ดจนเป็นปมหนึ่งที่ทำให้ “ลูกพรรค” ที่เคยมั่นคงจงรักภักดี สู้ถวายหัวให้กับ “นายใหญ่ดูไบ” เริ่มหวั่นไหวไปตาม “พลังดูด” พร้อมที่จะทิ้งพรรคเพื่อไทยได้ทุกเมื่อ หากได้รับ “ข้อเสนอ” ที่ “สมน้ำสมเนื้อ”

เมื่อไม่ยอม “ห้ามเลือด” ที่ทำท่าจะไหลไม่หยุด จากการเดินเกมของ “สุริยะ-สมศักดิ์” จนอาจถึงขั้น “พรรคแตก” ไม่ต้องเสียเวลาหาช่อง “ยุบพรรค” ก็คงไม่แปลก

แล้วถ้าพรรคแตกขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่ต้องไปโทษใครที่ไหน.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้