กำลังนำไปสู่สังคมล่มสลาย
นำเข้าเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [88]  

อาการ‘ตรรกะเพี้ยนเฉียบพลัน’.....

 อาการ‘ตรรกะเพี้ยนเฉียบพลัน’กำลังนำไปสู่สังคมล่มสลาย

ปาราชิกอาการ‘ตรรกะเพี้ยนเฉียบพลัน’กำลังนำไปสู่สังคมล่มสลาย

           รับของโจร ถูกจับได้ แล้วส่งคืน ไม่ถือว่าเป็นความผิด

           นี่คือตรรกะของคนในสังคมไทยบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือสงฆ์ ไม่ว่าจะเป็นแวดวงการเมืองหรือธุรกิจ

           ค่านิยมระดับเดียวกับคนที่บอกว่าคนโกงแล้วอ้างว่า “ไม่เจตนา” หรือ “บกพร่องโดยสุจริต”

           เป็นนักการเมืองหรือคนมีตำแหน่งแห่งหนในสังคม เมื่อถูกจับได้ว่าโกง แต่มีอิทธิพลบารมีหรือสามารถวิ่งเต้นจนรอดได้ก็จะสามารถเดินอย่างองอาจในสังคม และเผลอ ๆ ก็จะยังมีคนกราบไหว้บูชามากขึ้นด้วยซ้ำ

           เพราะถ้าโกงแล้วถูกจับได้ แต่ไม่ต้องรับผิดเป็นปรากฏการณ์ที่บางคนเห็นว่าเป็นความสามารถพิเศษ คนธรรมดาสามัญทำไม่ได้ ต้องเป็นคนมีความเก่งกาจสามารถมีบารมีเท่านั้นที่จะอยู่ในสถานะที่จะหลุดรอดจากกฎหมายและการลงโทษต่อไป

 

           ถ้าเป็นพระ ก็อาจถูกตัดสินว่าไม่ต้องอาบัติปาราชิก ยืนยันความมีอิทธิพลบารมี และยังเป็นที่นับหน้าถือตาเคารพยกย่องในคนบางเหล่าบางหมู่ได้

           นี่คือสภาวะเน่าเฟะของสังคมไทยที่เป็นสาเหตุแห่งความเสื่อม และทำให้เราตกอยู่ในภาวะความขัดแย้งและล่มสลาย เพราะระดับศีลธรรมจรรยาตกต่ำเสื่อมทราม นอกจากจะไร้สำนึกส่วนตัวแล้ว ก็ยังแอบอ้างเอามาตรฐานต่ำเตี้ยมาเป็นข้ออ้างเพื่อจะกระทำความผิดต่อเนื่อง

           เชื่อได้อย่างมั่นเหมาะว่าทุกกรณีที่อ้างเรื่อง “บกพร่องโดยสุจริต” หรือ “รับของโจรโดยไม่มีเจตนา” นั้นหากตรวจสอบกันให้ถึงที่สุดแล้วจะพบประเด็นเรื่องการ “ทับซ้อนของผลประโยชน์” หรือ conflict of interest ของกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวโยงกัน โดยมีบรรทัดสุดท้ายคือการแบ่งปันผลประโชน์ที่ไม่เป็นธรรมกับสังคมส่วนอื่น ๆ ที่เหลือ

           นั่นแปลว่าเป็นผลประโยชน์ที่เบียดเบียนจากสาธารณะ หรือของส่วนกลาง หรือของผู้อื่นมาแบ่งปันกันในหมู่คนที่มีตำแหน่งหรือมีอำนาจโดยอาศัยการตีความกติกาแบบเข้าข้างตนเองอย่างไร้ยางอายและขาดความสำนึกต่อความรับผิดชอบของตนอย่างปฏิเสธไม่ได้

          เป็นการตีความกฎเกณฑ์กติกาแบบศรีธนญชัยที่ได้กลายเป็นแบบแผนปฏิบัติของผู้มีอำนาจและบารมีในสังคมไทยเพื่อให้ตนและพรรคพวกสามารถกระทำการฉ้อฉลโกงกินและเบียดบังผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่มาเป็นของตนและพรรคพวกอย่างไร้ยางอาย

          เป็นหน้าที่ของคนไทยในฐานะเป็นสมาชิกร่วมของสังคมนี้ที่จะต้องลุกขึ้นแสดงจุดยืนไม่ยอมรับ ไม่ยอมร่วมสังฆกรรม และไม่ยอมมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของคนเหล่านี้อย่างเปิดเผยและชัดเจน เพราะหากทุกคนยังถือว่าเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ไม่เกี่ยวกับตน หรือมีทัศนคติ “ธุระไม่ใช่” เพราะไม่ได้มากระทบชีวิตของตนเองแล้วไซร้, วันหนึ่งข้างหน้าในเร็ว ๆ นี้สังคมไทยก็จะผุกร่อนถึงจุดล่มสลายต่อหน้าต่อตา

           ถึงจุดนั้นก็จะไม่มีใครสามารถอยู่รอดปลอดภัยใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมนี้ได้อีกต่อไป

           เพราะปรากฎการณ์ “ตรรกะเพี้ยนเฉียบพลัน” อย่างนี้เป็นมะเร็งร้ายที่ไม่เพียงแต่ทำลายอวัยวะบางส่วนของสังคมเท่านั้น แต่จะลามไปทำร้ายทุกภาคส่วนจนไม่มีใครรอดได้เลยแม้แต่คนเดียว         กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าบ้านเมืองล่มสลาย ก็สายไปเสียแล้ว

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้