เกินกว่าเหตุ
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [431]  

.....

 เมื่อวันพุธที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานในเขตอิเคะบุกุโระ กรุงโตเกียว ได้ประกาศรับรองให้กรณีการเสียชีวิตของชายหนุ่มวัย 28 ปีเมื่อปี 2017 เป็นการเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินกว่าเหตุ

พิจารณารับรองสาเหตุการเสียชีวิตจากการทำงานเกินกว่าเหตุ

จากการตรวจสอบบันทึกการทำงาน พบว่าผู้เสียชีวิตได้ทำงานล่วงเวลาเฉลี่ย 87 ชั่วโมง 45 นาทีในช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมอง (Brain Hemorrhage) เป็นผลให้พิจารณารับรองว่าความตายของเขาเกิดจากอุบัติเหตุในที่ทำงาน เป็นเหตุสมควรที่จะได้รับการชดเชย ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์พิจารณาสาเหตุการเสียชีวิตในที่ทำงาน อันเกิดจากการทำงานล่วงเวลาเกินกว่า 80 ชั่วโมงต่อเดือน

คะวะฮิโตะ ฮิโระชิ ทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต

คะวะฮิโตะ ฮิโระชิ ทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า ก่อนหน้าที่ผู้เสียชีวิตจะเข้าสู่ระบบสัญญาการทำงานแบบคิดค่าตอบแทนคงที่ (ไม่มี OT) เขาทำงานอยู่ในระบบคิดค่าตอบแทนตามจริงมาก่อน ซึ่งพบว่าเขาทำงานล่วงเวลา (OT) อยู่ที่ 184 ชั่วโมงต่อเดือนเลยทีเดียว

ในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ผู้เสียชีวิตได้โพสต์ข้อความผ่าน Twitter ส่วนตัว บอกเล่าถึงความเป็นไปของเขา…“ยังเหลือเวลาอีก 22 ชั่วโมง กว่าผมจะเสร็จสิ้นการทำงาน”

“ตั้งแต่ทำงานมา…นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำงานติดต่อกันยาวนานถึง 36 ชั่วโมง”คะวะฮิโตะ ทนายความกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทำงานให้กับ IT company ReCI Inc., ซึ่งตั้งอยู่ในเขตโทะชิมะของกรุงโตเกียว ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาระบบให้กับบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าทีมในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และเข้าสู่ระบบสัญญาการทำงานแบบคิดค่าตอบแทนคงที่ (ไม่มี OT) ในฐานะผู้ชำนาญการพิเศษ โดยกำหนดให้มีเวลาทำงานอยู่ที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน

ร่างกายส่งสัญญาณ…กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว…

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าที่ผู้เสียชีวิตจะเข้าสู่ระบบการทำงานตามสัญญาใหม่ เขาก็ได้ทำงานอย่างหนักเกินกว่าเหตุมาก่อนหน้านั้นเป็นเวลานานแล้ว ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2017 บริษัทฯ ตกอยู่ในสถานการณ์เร่งรีบ ส่งผลให้เขาต้องทำงานอย่างต่อเนื่องถึง 36 ชั่วโมง และในสิ้นเดือนนั้นเอง เขาได้บอกกับครอบครัวว่าเขามีอาการปวดหัว และในช่วงกลางเดือนต่อมา เขาถูกพบในสภาพทรุดโทรมหมดสติอยู่ในอพาร์ทเมนท์ หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงแก่ชีวิตในท้ายที่สุด กระทั่งเดือนตุลาคมภายหลังการเสียชีวิต ครอบครัวของเขาได้ยื่นขอให้มีการพิจารณาตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตจากการทำงาน เพื่อเรียกร้องการชดเชยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ฉันขอเรียกร้องให้บริษัทสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้อีก

ไม่ว่ากับใครก็ตาม…ช่วงชีวิตในวัยเยาว์นั้นผ่านพ้น และไม่มีวันย้อนคืน…ดังนั้น โปรดจงให้โอกาสคนหนุ่มสาว ได้มีช่องว่างสำหรับการพักผ่อนให้สดชื่นจากการทำงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมเสียบ้างเถิด”- แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าว -

อย่างไรก็ดี เมื่อผู้สื่อข่าวถามไถ่ถึงความคิดเห็นจากตัวแทนบริษัทฯ ก็มิได้รับข้อมูลใด ๆ นอกจากการกล่าวอย่างรัดกุม…“เนื่องจากยังไม่ทราบในรายละเอียดอย่างชัดแจ้ง ดังนั้นจึงยังไม่สามารถให้คำตอบใด ๆ ได้”

ส่วนหนึ่งจาก Twitter ผู้เสียชีวิต

และข้อความต่อไปนี้ ถูกหยิบยกมาจากส่วนหนึ่งใน Twitter ของผู้เสียชีวิต ช่วงปี 2017…

* วันที่ 24 มิถุนายน เวลา 01:00 น. “ในที่สุดผมก็ถึงบ้านแล้ว ช่างรู้สึกโล่งใจอะไรเช่นนี้ กว่า 300 ชั่วโมงแห่งความยิ่งใหญ่ของเดือนนี้ ผมอ่อนเพลียเหลือเกิน”

* วันที่ 26 มิถุนายน เวลา 22:29 น. “ความอ่อนล้าของร่างกายผมในตอนนี้ไม่ใช่อะไรที่ปกติ”

* วันที่ 4 กรกฎาคม เวลา 00:24 น. “ง่วงจัง ตั้งแต่บ่ายโมง ข้ามคืนไปถึงหกโมงเย็นของอีกวัน นี่มันอะไรกันเนี่ย!?”

* วันที่ 4 กรกฎาคม เวลา 20:20 น. “ยังเหลือเวลาอีก 22 ชั่วโมง กว่าผมจะเสร็จสิ้นการทำงาน”

* วันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 06:32 น. “ผมว่าข้างนอกนั่นคงสว่างแล้วมั้ง และแล้วก็หกโมงเช้า อาเมน”

* วันที่ 6 กรกฎาคม เวลา 01:20 น. “ว้าว! ในที่สุดก็เลิกงานเสียที!! ตั้งแต่ทำงานมา…นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำงานติดต่อกันยาวนานถึง 36 ชั่วโมง”

ช่างเป็นข่าวที่ชวนให้สะเทือนใจ และสะท้อนให้เห็นปัญหาการทำงานในสังคมญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนเหลือเกิน การทำงานอย่างทุ่มเทเป็นสิ่งดี แต่การทำงานอย่างทุ่มเทเกินกว่าเหตุโดยไม่ดูแลสุขภาพตัวเองนั้น ดูจะไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องแลกไปด้วยปัญหาสุขภาพมากมายที่ตามมา เคราะห์ดีก็เพียงแค่เจ็บป่วย หากเคราะห์ร้ายก็คงจะไม่มีโอกาสที่สองให้ย้อนคืน เห็นจะจริงดั่งคำกล่าวอาลัยลูกของแม่ผู้เสียชีวิตเลยนะครับ…จงทำงานอย่างพอดี หาเวลาสร้างความสุขให้ตัวเอง และใช้เวลากับคนรอบข้างกันบ้างนะครับเพื่อน ๆ !!

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้