Twerk แบบวัยรุ่นไทย ทำไมใครๆ ก็มองอุบาทว์!
นำเข้าเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [117]  

.....

 Twerk แบบวัยรุ่นไทย ทำไมใครๆ ก็มองอุบาทว์! (ชมคลิป)

ต้องยอมรับว่าในช่วงหลังนี้มีมาให้เห็นถี่ขึ้นทีเดียว สำหรับคลิปการเต้นในลักษณะเด้งเอว สะบัดก้น ของเด็กไทยในต่างจังหวัด เฉพาะอย่างยิ่งในแถบภาคอีสาน

ในขณะที่เด็กๆ ที่กำลังเต้นเด้งหน้า เด้งหลัง บางคนเด้งใส่ต้นกล้วย พื้นดิน หลายคนชักดิ้นชักงอ ฯ ต่างรู้สึกสนุกสนานเมามันในอารมณ์ ทว่าในสายตาผู้ใหญ่นั้นคงต้องยอมรับว่านอกจากจะมองท่าเต้นเหล่านี้ด้วยความรู้สึกที่ไม่เจริญหูเจริญตาแล้ว เชื่อว่าบางคนอาจจะรู้สึกเลยเถิดไปถึงความอุบาทว์อีกต่างหากที่จริงท่าเต้นในลักษณะดังกล่าวนี้มีมานานหลายปีแล้ว โดยรวมเรียกกันว่า Twerking (ทเวิร์กกิง)สำหรับการเต้นในลักษณะนี้เป็นลีลาการเต้นที่ไม่ตายตัว ผู้เต้นอาจจะเขย่า หรือกระตุกก้น, ขยับร่างกายไปในทิศทางซ้าย-ขวา หรือ ขึ้นๆ ลงๆ อย่างรวดเร็ว, อาจจะสะบัดสะโพสกอย่างรวดเร็ว, ตบก้นตัวเองซ้ำๆ สำคัญที่ต้องเต้นท่าเดิมซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เน้นการขยับร่างกายอย่างรวดเร็วรุนแรง ดูวาบหวิว สื่อไปถึงการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแรกเริ่มเดิมทีท่าเต้นสไตล์ Twerking เป็นที่นิยมกันในหมู่ชาว LGBT ของนิวออร์ลีน ปรากฏมาตั้งแต่ยุค 1980s ที่ชุมชนดนตรีฮิปฮอปของที่นั่นที่ค่อนข้างมีความทะลึ่งตึงตังมากเป็นพิเศษ ซึ่ง Twerking เป็นท่าเต้นของกลุ่ม "แต๋ว" (Sissy) ในแถบนี้ ที่ถึงกับทำให้ ย่านนิวออร์ลีนถูกเรียกว่าเป็น The Dirty South ของวงการดนตรีกันเลยทีเดียวในช่วงแรก Twerking คือส่วนหนึ่ง Bounce music แนวทางดนตรีที่เน้นการสื่อสาร "โต้-ตอบ" ระหว่างศิลปิน (หรือ ดีเจ) กับฝูงชน โดยคำว่า Twerking เริ่มถูกเรียกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในยุค 1990s จากดีเจ Jubilee ดีเจดังในนิวออร์ลีน ที่มักจะตะโกนติดปากว่า "Twerk baby, twerk baby, twerk, twerk, twerk" หรือบางครั้งก็จะถาม "พร้อมรึยัง พร้อมรึยัง" เพื่อให้ทุกคนตอบกลับมาว่า "Twerk it, Twerk it!!!"หลังจากนั้นก็มีศิลปินท้องถิ่นในนิวออร์ลีน หยิบเอาการ Twerking ไปใช้ในการแสดงเพลงต่างๆ กันเรื่อยๆ คำว่า Twerk ก็เริ่มปรากฏในเพลงต่างๆ มากขึ้นตามลำดับ รวมถึงเพลง Twerk Something ของ Cheeky Blakk ด้วยกลางยุค 2000s วัฒนธรรมการเต้น Twerking จึงถูกเผยแพร่ออกไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ หลังการเกิดของภัยพิบัติพายุเฮอร์ริเคนแคทรีนาในปี 2005 ซึ่งเกิดความสูญเสียมากมายในนิวออร์ลีน แต่ก็พลอยทำให้ศิลปินในแถบนั้นได้รับความสนใจไปด้วย จากงานอีเวนต์ต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความเป็น "นิวออร์ลีน" ซึ่งแน่นอนว่า Twerking ก็ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นเรื่องเป็นราวไปด้วยสุดท้ายกระแสของ Twerking ก็แรงขึ้นเรื่อยๆ จนศิลปินดังอย่าง บียอนเซ ถึงกับใส่คำว่า "Dip it, pop it, twerk it, stop it, check on me tonight" ลงไปในเพลง Check on It ที่ขึ้นอันดับ 1 ของ US Billboard Hot 100 มาแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ Twerking เข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมดนตรีระดับเมนสตรีมอย่างเป็นทางการหลังจากนั้น Twerking ก็ค่อยๆ มีตัวตนในดนตรีกระแสหลักมากขึ้นเรื่อยๆ คำดังกล่าวปรากฏอยู่ในเพลงของศิลปินดังๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เดร็ก, ลิล เวย์น, ริก รอสส์, จัสติน ทิมเบอร์เลค ส่วนแร็พเปอร์สาว อิกกี้ อาซาเลีย ก็โชว์ลีลา Twerking ในทุกๆ ครั้งที่ขึ้นแสดงมาตั้งแต่ปี 2011จนในปี 2013 Twerking จึงกลายเป็นหนึ่งในคำค้นยอดฮิตของชาวโลก Oxford Dictionary เลือก "Twerking" เป็นอันดับที่ 1 ของ "คำแห่งปี" เป็นรองแค่ "Selfie" เท่านั้น มีคนอัดคลิปตัวเองเต้น Twerking ลง Youtube กันอย่างแพร่หลายแม้บางคนจะมองว่าเป็นท่าเต้นที่ "น่าเกลียด" และดู "ทะลึ่งเกินไป" แต่นักเต้นที่ชื่อว่า เคเลชี่ โอกาฟอร์ ได้กล่าวแสดงความเห็นเอาไว้ว่า Twerking ไม่ได้เป็นแค่การเต้นเอามันเท่านั้นแต่นี่คือการแสดงพลังของผู้หญิง และกลุ่มคน LGBT ที่เป็นช่องทางในการแสดงความรู้สึก ไม่ว่าจะความสุข, ความเจ็บปวด ความเศร้าหมอง และความรู้สึกหลายๆ อย่างที่บางครั้ง อาจจะไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้นั่นเองสำหรับในบ้านเราเองแล้วเชื่อว่าเด็กๆ ที่เต้นท่าเหล่านี้ ส่วนใหญ่คงจะหาได้รับรู้ที่มาและความหมายของมันมากกว่ามากไปกว่าเรื่องของแรงดึงดูดทางเพศ เรื่องของความโก้เก๋ที่ตนเองได้เลียนแบบโลกโซเชียลซึ่งถือได้ว่าเป็นโลกใหม่พร้อมกับคิดอยู่ในหัวว่าการทำเหล่านี้จะกลายเป็นจุดเด่นเพราะมีคนให้ความสนใจที่สำคัญในความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ การแสดงออกถึงพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้แสดงถึงความกล้าแสดงออก การมีความสามารถของผู้กระทำ ตลอดจนไม่ได้เกี่ยวกับโลกของดนตรีหรือศิลปะอะไรเลย หากแต่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบครอบครัว การเลี้ยงดู ตลอดจนความอ่อนแอทางสังคมที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวไทยคนหนึ่งได้นำคลิปวัยรุ่นไทยเต้นในลักษณะนี้โพสต์เผยแพร่ออกมาก็ได้มีชาวต่างชาติเข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างมากมาย แน่นอนว่าหลายคนสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นและเด็กเหล่านี้กำลังทำอะไรอยู่...

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้