จากผู้ร้ายเป็นผู้นำสันติภาพ
นำเข้าเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [164]  

.....

 เมื่อคิม จองอึน พลิกบท จากผู้ร้ายเป็นผู้นำสันติภาพ

วินาทีที่คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ก้าวข้ามเส้นขนานที่ 38 เข้ามายังเขตปลอดทหารในเกาหลีใต้ มาจับมือโอบกอดกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ที่ยืนรออยู่แล้ว ก่อนที่คิมน้อยจะชวนผู้นำโสมขาวก้าวกลับเข้าไปจับมือกันอีกครั้งในฝั่งเกาหลีเหนือ โลกที่รุ่มร้อนด้วยไฟสงคราม ก็เย็นลงในชั่วขณะ

สิ่งที่จะตามมาหลังการประชุมสุดยอดผู้นำสองเกาหลีครั้งประวัติศาสตร์ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา จะเป็นอย่างไร จะล้มเหลวเหมือนสองครั้งก่อนหรือไม่ ไม่รู้ แต่ภาพที่ถูกถ่ายทอดสดผ่านสื่อสู่สายตาชาวโลกหลายร้อยล้านคนในเช้าวันนั้น ที่สองผู้นำต่างวัยอายุห่างกัน 30 ปี พูดคุยกันอย่างใกล้ชิดสนิทสนม ทำให้ชาวโลกอิ่มเอิบด้วยความปีติ บังเกิดความหวังว่า นับจากนี้ไป คาบสมุทรเกาหลีซึ่งเป็นจุดล่อแหลมเสี่ยงต่อการเกิดสงครามครั้งใหญ่จุดหนึ่งในภูมิรัฐศาสตร์โลก จะถูกถอดชนวนความขัดแย้ง ความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามถูกขจัดให้สิ้นไป 

ปฏิญญาปันมุนจอม ซึ่ง คิม จองอึน ร่วมลงนามกับ มุน แจอิน หลังเสร็จสิ้นการหารือ มีสาระสำคัญว่าด้วยการมีเป้าหมายร่วมกันอย่างมุ่งมั่น เพื่อให้คาบสมุทรเกาหลีเป็นพื้นที่ปลอดนิวเคลียร์อย่างถาวร และการแสวงหาโอกาสร่วมกันเพื่อนำไปสู่การลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ เพื่อยุติความรุนแรงที่ยืดเยื้อมานานถึง 65 ปี อันเป็นผลจากการที่สงครามเกาหลีระหว่างปี 2493 ถึง 2496 เป็นการสงบศึกด้วยข้อตกลงหยุดยิงเท่านั้น 

 

แน่นอนว่า ทุกฉาก ทุกตอนของการประชุมสุดยอดสองผู้นำเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ในวันที่ 27 เมษายน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก มีการวางแผนเตรียมการมาอย่างดีเพื่อส่งสารไปยังผู้ชมทั่วโลก นักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศ สื่อพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือสุดยอดของเวทีการทูตที่กำกับการแสดง และแสดงนำโดยคิม จองอึน และมุน แจอิน

เพียงชั่วข้ามคืน ภาพลักษณ์ของคิม จองอึน ที่ผู้นำสหรัฐฯ และสื่อตะวันตกวาดภาพให้เป็นจอมเผด็จการที่โหดเหี้ยม ฆ่าได้แม้กระทั่งลุงของตัวเอง เป็นผู้นำที่อันตราย ไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมได้ เปลี่ยนไปในทางตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง 

คิม จองอึน ที่ชาวโลกได้สัมผัสเป็นครั้งแรกจากการถ่ายทอดสดการประชุม คือ ชายหนุ่มร่างอวบที่มีท่าเดินเฉพาะตัว บุคลิกสุภาพเรียบร้อยเหมือนคนทั่วไป ไม่มีลักษณะของผู้นิยมใช้อำนาจให้เห็น ระหว่างการแถลงข่าวสั้นๆ ยังแสดงออกถึงความเฉลียวฉลาด มีอารมณ์ขัน 

เป็นคิมน้อยผู้น่ารัก ไม่ใช่เผด็จการที่น่ากลัวที่โลกเคยเชื่อมาตลอด 7 ปีที่เขารับตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือต่อจากพ่อ 

การประกาศยุติสงครามเกาหลี ทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ แม้ว่าจะเป็นคำประกาศกว้างๆ ขาดรายละเอียดอีกมาก แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ ภาพของคิม จองอึน คือ มือของผู้ยื่นช่อมะกอกสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ข้ามเส้นขนานที่ 38 ไปสู่มือของพี่น้องร่วมชาติที่ถูกขวางกั้นให้แยกกันอยู่อย่างระแวงแคลงใจ ด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่าง 

การประชุมสุดยอดสองผู้นำเกาหลีครั้งนี้ ทำให้คิมน้อยก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีผู้นำโลกได้อย่างมั่นคง และสง่างามในชั่วเวลาเพียง 24 ชั่วโมง 

สำหรับมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้วัย 65 ปี ซึ่งเป็นประธานาธิบดีครบหนึ่งปีพอดี ในเดือนพฤษภาคมนี้ เขาเป็นบุตรชายของผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือที่หนีภัยสงครามมาอยู่ในเกาหลีใต้ การรวมชาติให้ครอบครัวที่ต้องพลัดพรากแยกกันอยู่คนละฝั่งได้กลับมาอยู่ร่วมกัน และทำให้คาบสมุทรเกาหลีหมดความเสี่ยงจากสงครามนิวเคลียร์ คือ เป้าหมายของเขาที่ต้องการเยียวยาบาดแผลในอดีต และเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงเป็นประธานาธิบดี

มุน แจอิน มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือ กับสหรัฐอเมริกาด้วยการทูต ในช่วงเวลาเพียง 3 เดือนนับตั้งแต่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่น้องสาวของคิม จองอึน เป็นผู้นำคณะเกาหลีเหนือไปร่วมการแข่งขัน หลังจากนั้นไม่นาน เกาหลีใต้เป็นคนกลางนำสารจากคิม จองอึนไปยังโดนัลด์ ทรัมป์ เชื้อเชิญให้มาเจรจากัน ซึ่งทรัมป์ตอบรับ และสุดท้ายคือ การประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีใต้-เกาหลีเหนือที่เพิ่งผ่านไป 

การประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลี ซึ่งมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์ กับคิม จองอึน ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ข้อเสนอยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ ทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ และ ภาพลักษณ์ใหม่ของคิมน้อยว่าเป็นผู้ใฝ่หาสันติภาพ ไม่ใช่ผู้กระหายสงคราม ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ดำรงตำแหน่ง มีท่าทีก้าวร้าว ข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงเข้าจัดการกับเกาหลีเหนือ ตกเป็นฝ่ายรับในทันที 

หลังการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีผ่านไป คิม จองอึน พลิกบทจากผู้ร้ายมาเป็นพระเอก การประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์ กับคิม คงเป็นการบ้านข้อใหญ่สำหรับทรัมป์ว่าจะเล่นบทอะไรให้ชนะใจผู้ชม

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้