"...ทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ"
นำเข้าเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [267]  

.....

"...วิธีทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการก็คือ กั๊กเงินเอาไว้ เอาเป็นเงินเหลือจ่ายหรือเอาไว้แปรญัติ สมมติว่าปลายปีมีเงินก้อนใหญ่ เขาก็จะคิดโครงการขึ้นมาและสั่งไปยังผู้อำนวยการเขตที่เป็นพวกเดียวกัน แล้วผู้อำนวยการเขตที่เป็นพวกเดียวกันก็จะสั่งไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นพวกเดียวกันอีกทีหนึ่ง เพื่อให้ตอบสนองนโยบายโครงการของกระทรวงศึกษาธิการในช่วงเวลานั้นๆ แม้ว่าทางโรงเรียนแท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการโครงการเหล่านั้นเลยก็ตาม ต่อมาก็มีบริษัทเข้ามาให้โรงเรียนทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง พอบริษัทเข้ามา  ก็จะมีเงินทอนเกิดขึ้น..."

ปรากฎชื่อเป็นผู้รับมอบหมายจาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อสะสางคดีทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการหลายเรื่อง สำหรับ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 

น่าสนใจว่า พล.ท.โกศล ที่กำลังสวมบทบาทสำคัญ  ในฐานะ "แม่ทัพ" ปราบทุจริตคดีสำคัญต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบัน มีมุมมอง ต่อการทำงานอย่างไรบ้าง 

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org  มีโอกาสพูดคุยกับ พล.ท. โกศล ถึงมุมมองและแนวคิดในการทำงานตรวจสอบคดีทุจริตต่างๆ รวมถึงที่มาที่ไปของปัญหาและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ 

นับจากบรรทัดนี้ไป คือ บทสนทนาที่เกิดขึ้น ระหว่าง สำนักข่าวอิศรา และ พล.ท. โกศล  

@ ที่มาที่ไปของปัญหาและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการพล.ท. โกศล : “ปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการนั้น มีมากถึง 35 เรื่องที่ผมดูแลอยู่ ที่ไปที่มามาของปัญหานั้นมาจากคนในกระทรวงและเรื่องของการเมือง นโยบายรัฐที่ผ่านมาทำให้มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาการทุจริตในระดับย่อยลงมา แบ่งออกเป็นในระดับผู้อำนวยเขตพื้นที่การศึกษา และระดับผู้อำนวยการโรงเรียนและระดับบุคลากรในโรงเรียน"

" จากการที่ผมและคณะทำงานทำงานมากว่าปีครึ่งแล้ว ก็เลยสรุปเรื่องไปยังรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการว่า ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการนั้นถูกครอบงำด้วยการเมืองมาอย่างยาวนาน นักการเมืองที่มานั่งเป็นเบอร์หนึ่งนั้น ก็จะมีคนของตัวเองเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในกระทรวง มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ผิดๆ โดยสร้างคนในพื้นที่ขึ้นมา และตอนนี้คนเหล่านี้ก็เติบโตขึ้นมาในกระทรวงศึกษาธิการ"

@ วิธีการทุจริตที่สำคัญๆ เป็นอย่างไร 

พล.ท. โกศล : "วิธีทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการก็คือ กั๊กเงินเอาไว้ เอาเป็นเงินเหลือจ่ายหรือเอาไว้แปรญัติ สมมติว่าปลายปีมีเงินก้อนใหญ่ เขาก็จะคิดโครงการขึ้นมาและสั่งไปยังผู้อำนวยการเขตที่เป็นพวกเดียวกัน แล้วผู้อำนวยการเขตที่เป็นพวกเดียวกันก็จะสั่งไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นพวกเดียวกันอีกทีหนึ่ง เพื่อให้ตอบสนองนโยบายโครงการของกระทรวงศึกษาธิการในช่วงเวลานั้นๆ แม้ว่าทางโรงเรียนแท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการโครงการเหล่านั้นเลยก็ตาม ต่อมาก็มีบริษัทเข้ามาให้โรงเรียนทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง พอบริษัทเข้ามา  ก็จะมีเงินทอนเกิดขึ้น"

"จุดหนึ่งที่เราจับได้ก็คือการทุจริตการซื้อสื่อการเรียนการสอนเมื่อปี 2559ที่ จ.มหาสารคาม มีทั้งหมดเกือบ 50 โรงเรียนที่เกี่ยวข้อง และมี 13 โรงเรียนที่ไม่เล่นด้วยกับกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งโรงเรียนที่ไม่เล่นด้วย เพราะว่ายังไม่ต้องการสื่อการเรียนการสอนเหล่านั้น เขาก็ให้ข้อมูลมาว่าอยู่ดีๆก็มีการเอาซองน้ำตาลใส่เงินมาให้เขา เขาก็ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้เรื่องก็เลยแดงขึ้นมาจนนำไปสู่การตรวจสอบ"

@ แนวทางการแก้ไขปัญหาเป็นอย่างไร 

พล.ท. โกศล : "ต้องยอมรับว่าหน่วยงานตรวจสอบภายในของกระทรวงศึกษาธิการนั้นยังไม่เข้มแข็งพอ เพราะยังอยู่ภายใต้การสั่งการของผู้บริหาร ถ้าหากหน่วยงานตรวจสอบภายในมีความเข้มแข็ง รับรองว่าจะเจอเรื่องทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการอีกมหาศาล"

"อย่างกรณีกองทัพบกนั้นหน่วยงานตรวจสอบภายในขึ้นตรงกับผู้บัญชาการทหารบกโดยตรงเลย ไม่ได้ขึ้นกับใคร พอไปตรวจหน่วย ก็รายงาน ผบ.ทบ.ให้จัดการปัญหาทันที แต่ว่าหน่วยงานตรวจสอบภายในของกระทรวงศึกษาธิการนั้น กลับต้องตั้งเรื่องผ่านรองผู้บริหาร กว่าจะไปถึงผู้บริหาร ทำให้ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งตรงนี้นั้นถือว่าผิดหลักการ"

"หน่วยงานนิติกรของกระทรวงเองก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจเงิน ยังไม่เข้มแข็งพอ สามารถทำคนผิดให้เป็นคนถูกได้ และทำคนถูกให้เป็นคนผิดได้"

"ดังนั้นที่ผ่านมา ผมเลยนำเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าการแก้ปัญหานั้นจะต้องใช้แนวทางพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ว่าจะทำอย่างไรให้คนดีเข้ามามีอำนาจภายในกระทรวง ทำอย่างไรจะไม่ให้คนไม่ดี เข้ามามีอำนาจในกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นเราก็เลยมองว่าการแต่งตั้งตัวผู้นำในหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการได้แก่เลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ ถ้าหากเขาเป็นคนดี ถ้าหัวดี หางก็จะดีตาม”

พล.ท.โกศล ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกมาตรการปราบทุจริต เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมาตรงนี้ถือว่าดีมาก เพราะกำหนดเอาไว้ชัดเจนเลยว่าการสืบจะต้องทำให้เสร็จภายใน 7 วัน สอบจะทำให้เสร็จภายใน 30 วัน แล้วถ้าสืบแล้วพบว่ามีมูลความผิดร้ายแรงก็สามารถโยกหรือให้ออกไปก่อนได้ และพอสอบถ้าสอบแล้วพบว่ามีความผิดร้ายแรง ก็จะลงโทษอย่างเด็ดขาดก็ถือว่าเป็นเรื่องดี กระทรวงศึกษาธิการก็จะนำเอามาตรการตรงนี้ไปปฏิบัติต่อไป”  (อ่านประกอบ : ฉบับเต็ม! มาตรการปราบทุจริตใหม่คสช.แค่มีเหตุน่าเชื่อถือไม่ต้องรอชี้มูล เข้ากรุสำนักนายกฯทันที) 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้