วันนี้เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว
นำเข้าเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [633]  

.....

 1 เมษายน พ.ศ.2448 หรือวันนี้เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว รัชกาลที่ 5 โปรดให้ออก "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124" ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไท ส่วนทาสสยามประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันไม่ให้คนที่เป็นไทแล้วกลับมาเป็นทาสอีก และเมื่อทาสจะเปลี่ยนเจ้าเงินใหม่ ก็ห้ามมิให้ขึ้นค่าตัว

จึงมักเรียกวันนี้เป็น “วันเลิกทาส”
อย่างไรก็ตาม กระบวนดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น คือ เมื่อ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 ทรงออก “พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย" โดยมีการแก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก
และหากย้อนกลับไปรัชสมัยก่อนหน้า คือรัชกาลที่ 4 ก็มีหลักฐานว่าทรงวิพากษ์วิจารณ์การมีทาสของประเทศที่เจริญแล้วในยุโรป เช่น อังกฤษ อย่างไม่ไว้หน้า
พระองค์ยังกล่าวว่า ทรงจำได้ว่านางแอนนา เลียวโนเวนส์ หรือ “แหม่มแอนนา” เคยพูดว่า “ทาสจะเป็นมลทินที่ยิ่งใหญ่ของชาติสยาม” (“that slavery shall be a great blot on the Siamese nation”) ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงปฏิเสธไปในตอนแรก
© สนับสนุนโดย Matichon ทาสสยาม จากหนังสือ Anna and the King of Siam ของมาร์กาเรต แลนดอน ฉบับพิมพ์โดย The John day company, New York 1944 (ภาพประกอบโดย มาร์กาเร็ต เอเยอร์) 
ทาสสยาม จากหนังสือ Anna and the King of Siam ของมาร์กาเรต แลนดอน ฉบับพิมพ์โดย The John day company, New York 1944 (ภาพประกอบโดย มาร์กาเร็ต เอเยอร์)
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ เคยกล่าวถึงประเด็นการเลิกทาสว่า การดำเนินการดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อให้สยามทันสมัยตามแบบฝรั่งตะวันตก อย่างช้าๆ จากต้นถึงปลายรัชกาล โดยไม่ได้เกิดความขัดแย้งรุนแรงแนว ‘สงครามกลางเมือง’ เหมือนบางประเทศในโลก เนื่องจากทาส ไม่ได้เป็นคนจำนวนมากของประเทศ จึงไม่ได้มีผลกระทบต่อ "นายทาส" มากนัก และที่สำคัญ คือ ทาสไม่ได้เป็นแรงงานสำคัญในการผลิต ข้าว ยางพารา หรือ ไม้สัก
© สนับสนุนโดย Matichon ทาสสยาม สมัยรัชกาลที่ 5 จากหอสมุดดำรงราชานุภาพ 
ทาสสยาม สมัยรัชกาลที่ 5 จากหอสมุดดำรงราชานุภาพ
  © สนับสนุนโดย Matichon หนังสือสารกรมธรรม์ ขุนนางผู้ใหญ่ นาม "หลวงภักดีสงคราม" และภรรยา "อำแดงคล้าย" ขายตัวเองเป็นทาสแก่ชาวจีนชื่อ "ทองจีน" และภรรยาชื่อ "นางนกแก้ว" คาดเป็น "ขุนนางตกยาก" เมืองนครราชสีมา ข้อความส่วนหนึ่งว่า…
หนังสือสารกรมธรรม์ ขุนนางผู้ใหญ่ นาม "หลวงภักดีสงคราม" และภรรยา "อำแดงคล้าย" ขายตัวเองเป็นทาสแก่ชาวจีนชื่อ "ทองจีน" และภรรยาชื่อ "นางนกแก้ว" คาดเป็น "ขุนนางตกยาก" เมืองนครราชสีมา ข้อความส่วนหนึ่งว่า "ตูข้าอ้ายหลวงภักดีสงคราม อีคล้ายผู้เมีย ทุกข์ยาก พร้อมใจกันทำหนังสือสารกรมธรรม์ขายตัวเองอยู่กับท่านจีนทองจีนผัว นางนกแก้วเมีย (แต่ต้น) เป็นเงินตราสองชั่งสิบสี่ตำลึง ตูข้าเข้าอยู่รับใช้สอยการงานต่างกิริยาดอกเบี้ยของท่าน ...."
จากวันนั้น ถึงวันนี้ แม้จะผ่านไปนานกว่า 100 ปี แต่เรื่องราวของทาส ยังถูกถ่ายทอดผ่านงานวรรณกรรมจำพวกนิยาย ซึ่งถูกนำไปผลิตซ้ำในรูปแบบละครโทรทัศน์มากมายหลายเรื่อง ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นภาพยนตร์ และละครย้อนยุคที่ถูกสร้างใหม่ ‘นับไม่ถ้วนเวอร์ชั่น’ คือ นางทาส เรื่องราวสุดเศร้าเคล้าน้ำตาของทาสสาวสวยนามว่า “อีเย็น” ที่ถูกพ่อแม่นำมาขายรับใช้ในเรือน “คุณหญิงแย้ม” ตั้งแต่เด็ก
© สนับสนุนโดย Matichon (ซ้าย) นางทาษ พ.ศ. 2498 โดย ละโว้ภาพยนตร์ (ขวา) นางทาษ พ.ศ.2505 
(ซ้าย) นางทาษ พ.ศ. 2498 โดย ละโว้ภาพยนตร์  กำกับโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ส่งเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน เมื่อ พ.ศ. 2504 (ขวา) นางทาษ พ.ศ.2505 (ภาพจาก มูลนิธิหนังไทย)
นางทาส เดิม สะกด “นางทาษ” เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวของ “วรรณสิริ” นามปากกาของ หม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา ตีพิมพ์ครั้งแรกใน รวมเรื่องสั้นชุด "สร้อยนพเก้า" ครั้นได้รับความนิยมสูงยิ่ง จึงมีการสร้างเป็นภาพยนต์และละครโดยถูกแต่งเติมเสริมรายละเอียด จนกลายเป็น นางทาส เวอร์ชั่นปัจจุบัน โดยเป็นที่ "แจ้งเกิด" ดาราสาวหลายราย เช่น มนฤดี ยมาภัย และ กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้