.บ้าหรือ โง่ ว่ะเอ็ง
นำเข้าเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [531]  

.....

สวนป่ากันทรารมย์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ไค่นทำลายป่าดงหนองกะเตา อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติ กว่า 2,250 ไร่ เพื่อปลูกไม้ยูคาลิปตัสแทน ศรีสะเกษ - ชาวบ้าน อ.กันทรารมย์ ลุกฮือต้านรัฐ อ.อ.ป. โค่นต้นไม้ทำลายป่า “ดงหนองกะเตา” ที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติกว่า 2,200 ไร่ เพื่อปลูกไม้ยูคาฯ แทน ถามกลับคิดได้ไง ชี้ทำลายระบบนิเวศความหลากหลายทางชีวภาพและกระทบชุมชนเป็นแหล่งอาหารชาวบ้าน 2 จังหวัด ร่วมกันมา 100 ปี วอน “ลุงตู่” ช่วยสั่งระงับ จ่อรวบรวมเงินร้องศาลปกครอง ชาว ต.เมืองน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ลุกฮือต่อต้านรัฐทำลายป่าดงหนองกะเตา ป่าชุมชนแหล่งอาหารของชาวบ้านมานานนับ 100 ปี เพื่อปลูกไม้ยูคาฯ วันนี้ (1 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่บริเวณป่าดงหนองกะเตา หรือป่าดงหนองม่วง ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองน้อย ต.เมืองน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อระหว่าง ต.อีปาด ต.ละทาย ต.เมืองน้อย และ ต.บัวน้อย ได้มีชาวบ้านบัวน้อย และอีกหลายหมู่บ้านในเขต ต.เมืองน้อย จำนวนประมาณ 500 คน นำโดย นายสุภาพ เมืองน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเมืองน้อย ได้พากันมาชุมนุมพร้อมทั้งชูป้ายเพื่อคัดค้านไม่ให้สวนป่ากันทรารมย์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้ทำลายป่าดงหนองกะเตา ตามแผนการปฏิบัติงานปลูกป่าฟื้นฟูพื้นที่สวนป่าที่มีเปอร์เซ็นการรอดตายต่ำ เนื่องจากว่าป่าแห่งนี้มีเนื้อที่ 2,255 ไร่ แต่ปรากฏว่า ได้มีการนำเอารถแบ็กโฮมาถากถางโค่นล้มต้นไม้ ซึ่งเป็นป่าไม้ที่มีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เพื่อปลูกต้นยูคาลิปตัสแทน โดยชาวบ้านพากันตะโกนร้องว่า ไม่เอาต้นยูคา ขอให้เอาป่าธรรมชาติคืนมา จากนั้นได้พากันเดินเข้าไปตรวจสอบในบริเวณป่าดงหนองกะเตา ซึ่งพบว่ามีร่องรอยของการถูกรถแบ็กโฮโค่นล้มต้นไม้เป็นบริเวณกว้าง ขณะที่บริเวณป่าที่เหลืออยู่มีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เนื่องจากชาวบ้านสามารถเก็บเห็ด และของป่าต่างๆ ออกมาเป็นอาหารกินประทังชีวิตตนเอง และครอบครัวได้ และเป็นครัวป่าที่ชาวบ้าน 2 จังหวัด คือ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี พากันมาหาของป่ามาเลี้ยงครอบครัว และขายสร้างรายได้กันมานานนับ 100 ปี นายคำนวณ เขียวอ่อน อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/2 หมู่ 8 บ้านเมืองน้อย ต.เมืองน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เกิดมาก็เห็นป่าแห่งนี้ และได้อาศัยป่าในการเข้าไปหาของป่า รวมทั้งอาหารป่าต่างๆ เช่น เห็ด แมงจีนูน ผักติ้ว หมากยาง เพื่อนำเอามาเป็นอาหารเลี้ยงตนเอง และครอบครัวมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่เมื่อมีการเข้ามาทำลายป่าเพื่อที่จะปลูกต้นยูคาลิปตัสขึ้นมาแทนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ทำให้พวกตนรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากป่าดงหนองกะเตา ที่พวกตนได้อาศัยทำมาหากินมานานร่วม 100 ปี ต้องถูกทำลายด้วยน้ำมือของหน่วยงานภาครัฐ ที่ตนไม่ทราบว่าคิดได้อย่างไรที่พากันทำลายป่าแห่งนี้ แล้วจะพากันปลูกต้นยูคาลิปตัสขึ้นมาแทน ป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมที่จะมาทำลายเพื่อปลูกป่าเศรษฐกิจ ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบความเป็นอยู่ของชุมชนเพราะเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ และเป็นป่าที่สร้างความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดิน “จึงขอวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขวัญใจประชาชนชาวไทยทั้งประเทศให้ช่วยระงับโครงการนี้ ซึ่งเป็นโครงการทำลายป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชาวบ้านให้หมดสิ้นไป” นายคำนวณ กล่าว ทางด้าน นายสุภาพ เมืองน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเมืองน้อย กล่าวว่า ป่าดงหนองกะเตามีพื้นที่ 2,255 ไร่ แต่ปรากฏว่า ขณะนี้ได้มีการเข้าทำลายป่าเพื่อปลูกป่ายูคาลิปตัสไปแล้ว จำนวนประมาณ 300 ไร่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งหากปล่อยให้หน่วยงานของรัฐยังคงทำลายป่าต่อไป ป่าแห่งนี้คงจะเหลืออยู่แต่เพียงชื่อ ซึ่งโครงการปลูกไม้ยูคาฯ ได้มีการทดลองปลูกมาแล้วหลายปีแต่ไม่ได้ผลเนื่องจากทำให้ผืนป่าขาดความอุดมสมบูรณ์ แห้งแล้ง อีกทั้งป่าดงหนองกะเตานี้ไม่ใช่เป็นป่าที่เสื่อมโทรม และเป็นแหล่งอาหารแหล่งสร้างรายได้ของชุมชนอย่างมหาศาล โดยทางหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาดำเนินการปลูกป่ายูคาฯ ไม่ได้ทำการประชาคมจากชาวบ้านเลยว่า ชาวบ้าน 4 ตำบล เห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ แต่กลับมาดำเนินการทำลายป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่ชาวบ้านรักหวงแหนไว้เป็นป่าของชุมชนมานานนับ 100 ปีแล้ว ซึ่งได้ร้องเรียนเรื่องนี้ไปยังหลายส่วนราชการแล้ว แต่เรื่องได้เงียบหายไป ทำให้มีการทำลายป่ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น พวกตน และชาวบ้านจึงจะรวบรวมเงินกันเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดการทำลายป่าดงหนองกะเตา เนื่องจากชาวบ้านไม่มีที่พึ่งใดอีกต่อไปแล้ว นอกจากศาลสถิตยุติธรรมให้เข้ามาช่วยรักษาป่าดงหนองกะเตา แห่งนี้ไว้ให้เป็นสมบัติของชาว อ.กันทรารมย์ ตลอดไป ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดศรีสะเกษได้เตรียมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยจะได้เชิญตัวแทนชาวบ้าน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือเพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้ ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ เวลา 15.00 น.ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากกรณีของชาวบ้านเมืองน้อยนี้นับว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่สมควรได้รับการยกย่องชื่นชม เพราะชาวบ้านนับพันลุกฮือขึ้นมาต่อต้านหน่วยงานภาครัฐที่เข้าไปทำลายป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชาวบ้านที่ทำมาหากินมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้