ฝ่ายแรก เป้าใหญ่คือ
นำเข้าเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2561 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [635]  

รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ตอน เปิดแผนป่วนของ “กลุ่มต้านเผด็จการ” ชุมนุมดาวกระจายก่อนดีเดย์โค่น คสช. การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามคสช.ที่มีด้วยกันสองปีกใหญ่ คือฝ่ายการเมืองและฝ่ายเคลื่อนไหวในลักษณะการจัดตั้งกลุ่มประชาชน ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ฝ่ายแรก เป้าใหญ่คือ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งช่วงเทศกาลตรุษจีน เดินทางมาแถบเอเซียต่อเนื่อง เริ่มโผล่ที่ประเทศจีน และทักษิณกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ระหว่างการฉลองตรุษจีนร่วมกับครอบครัว เดินทางต่อไปอยู่ที่ฮ่องกง ข่าวว่าอยู่ถึงวันที่ 17 ก.พ. .....

โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือมีนัดหมายกับคนของเพื่อไทยและคนใกล้ชิดให้ไปพบกันได้ที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แต่ข่าวบางกระแสก็บอกว่า ทักษิณ อยู่ญี่ปุ่น ส่วนฝ่ายรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ยังงัวเงียกันอยู่ในเรื่องการติดตามตัว ยิ่งลักษณ์ มาดำเนินคดี ที่เป็นเรื่องยากและอาจไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ ทำให้ ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ ก็ยังเป็นภาพหลอนที่สร้างความรำคาญใจให้กับคสช.ต่อไปเรื่อยๆ ส่วนกลุ่มต่อต้านคสช.ในปีกภาคประชาชน กลุ่มหลักตอนนี้ก็คือ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่ชูธงการเคลื่อนไหวเรียกร้องภายใต้แคมเปญ “หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง” บนข้อเรียกร้องหลักคือ 1.ต้องมีการเลือกตั้งภายในปีนี้ คือ ไม่เกิน พ.ย. 2561 นี้เท่านั้นและ2. คัดค้านการสืบทอดอำนาจของคสช. ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ หลังทางเสร็จสิ้นการชุมนุมที่ผ่านไปด้วยดีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีเหตุเผชิญหน้า ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็จับทิศทางได้ โดยจะตัดประเด็นยิบย่อยออกไป จะมุ่งไปที่2ประเด็นใหญ่คือ คัดค้านคสช.สืบทอดอำนาจและให้จัดการเลือกตั้งในปีนี้ สำหรับรูปแบบการเคลื่อนไหวของกลุ่มต้านคสช. และเผด็จการ มีการสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เพจของกลุ่มต่อต้านคสช. และในยูทูปของฝ่ายไม่เอาคสช. ขณะนี้มีการระบุว่า จะนัดชุมนุมใหญ่ในช่วงวันที่ 21ถึง 22พ.ค. ที่จะถึง ซึ่งสถานที่อาจเป็นถนนราชดำเนิน หรือบริเวณม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยตั้งเป้าจะเขย่าคสช. ให้สะเทือน มีแผนการจะระดมคนให้มาให้เยอะที่สุดในวันที่ 22พ.ค. เพื่อแสดงพลัง ไม่เอาคสช. โดยจะใช้การรณรงค์ที่เรียกชื่อว่า สตาร์ทอัพ อำนาจประชาชน นอกจากนี้ พบแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่เอาคสช. ทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไปและกลุ่มจัดตั้ง ที่เสนอให้ใช้ยุทธศาสตร์ “แมวจับหนู” คือ ให้เน้นการเคลื่อนไหวไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศในจังหวัดที่มีความพร้อมเช่น เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุดรธานี และจังหวัดต่างๆ ให้มีการรณรงค์เคลื่อนไหว ในลักษณะ กลุ่มย่อยๆ ให้มีการจัดกิจกรรมไม่เอาคสช. ต่อต้านคสช. โดยหากมีการจับกุมคุมตัวคนเคลื่อนไหว ก็ให้มีการเคลื่อนไหวคัดค้านการจับกุม แล้วก็ให้ทำแบบนี้ เป็นเวที การเคลื่อนไหวย่อยๆไปทั่ว เพื่อต้องการทำให้คสช.เห็นว่า คนไม่เอาคสช.เริ่มมีหลายจังหวัด และหล่อเลี้ยงสร้างมวลชน เพื่อรอวันที่พร้อม หากสถานการณ์สุกงอม และจะเน้นการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจาย ซึ่งมีการสื่อสารไว้ว่า ขอให้ทำแบบ เปิดเผย สร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชน คงหวังให้มีมวลชนคอยเป็น ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก เจ้าหน้าที่จะได้ไม่กล้าใช้มาตรการเข้มงวดสกัดการทำกิจกรรมในพื้นที่ เบื้องหลังยุทธศาสตร์แนวเคลื่อนไหวป่วนคสช.ให้ออกมาในยุทธวิธี แมวจับหนู ก็ได้มาจากการสรุปผลจากการชุมนุมเมื่อ 10ก.พ.ที่ถนนราชดำเนิน ทำให้ทางแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหว มีความมั่นใจมากขึ้นว่า มีประชาชนจำนวนหนึ่งแม้ไม่มาก ยังแค่หลักร้อย หลักพันต้นๆ แต่ก็สร้างกระแสให้คนสนใจได้ และทำให้ คสช.ต้องจับตาทางกลุ่มอย่างใกล้ชิด จึงถือว่า ไม่เสียเปล่า โดยจะมีการเพิ่มดีกรี ยกระดับการเคลื่อนไหวให้เข้มข้นขึ้นตามลำดับ โดยมีเป้าหมายใหญ่คือ วันที่ 22พ.ค. ครบรอบ 4ปี รัฐประหารคสช. สิ่งที่น่าจับตาอีกด้านหนึ่งคือ ท่าทีฝ่ายการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย-นปช.เสื้อแดง จะเอาอย่างไรกับกลุ่มเคลื่อนไหวคัดค้านคสช. จะโดดเข้าไปร่วมวงอย่างเต็มตัว หรือจะรักษาระยะห่าง เพื่อไม่ให้ทางกลุ่ม ถูกมองว่า มีพรรคเพื่อไทย-คนเสื้อแดง คอยหนุนหลัง ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย เพราะหาก เพื่อไทย-เสื้อแดง จะเปิดหน้าชก กับคสช.ตรงๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก เพราะสถานการณ์ช่วงนี้ แตกต่างอย่างมาก จากตอนประชาธิปัตย์ ตั้งเวที ผ่าความจริง ทุกวันเสาร์ ตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อชนกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและระบอบทักษิณ เนื่องจาก ยุคนี้มีทั้งคำสั่งข้อห้ามคสช.ในการห้ามเคลื่อนไหวต่างๆ หากใครทำ ก็โดนเอาผิดฝ่าฝืนคำสั่งคสช.และพ.ร.บ.การชุมนุมฯ และเป็นยุคที่มีรัฏฐาธิปัตย์ คอยคุมไว้หลายเรื่อง ทำให้เพื่อไทย-นปช.ขยับได้ลำบาก เว้นเสียแต่ เพื่อไทย-นปช.-เสื้อแดง เห็นว่า จำเป็นต้องเปิดหน้าชนจริงๆ มันก็ต้องแลกกับความเสี่ยงที่จะตามมาทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น แต่คำถามก็มีว่าทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย นปช. และเสื้อแดง พร้อมแตกหักกับคสช. จริงหรือไม่?

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้