ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม
นำเข้าเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [476]  

ซื้อประกันภัยรถชั้น 1 ให้คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ราคาถูก ต้องดูอะไรบ้าง สำหรับใครก็ตามที่เคยเปรียบเทียบ หรือเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกซื้อจากบริษัทประกันภัยโดยตรงหรือจากนายหน้าที่มีชื่อเสียง, มีบริการที่ดี หรือ “ราคาถูก” กว่าเจ้าอื่น.....

ซึ่งถ้าดูจากราคาเป็นหลัก โดยเฉพาะเวลาจะซื้อ “ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1” ขอแนะนำว่า อาจจะต้องระมัดระวังกันสักนิด เพราะบางครั้งการโฆษณาหรือแสดงให้เห็นค่าเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ถูกเป็นพิเศษ อาจจะถูกซ่อนไว้ด้วย “เงื่อนไข” บางอย่าง ที่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดให้เห็นอย่างชัดเจน โดยใช้ * “ดอกจัน” แฉกเล็กๆ ระบุไว้ให้เราต้องไปหารายละเอียดอ่านต่อเองเท่านั้นถึงจะทราบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เงื่อนไข *ดอกจัน ที่ถูกเพิ่มเข้ามา ที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยถูกลงเนี่ย มันคือเจ้า “ค่าเสียหายส่วนแรก” นี่เองล่ะครับ ค่าเสียหายส่วนแรก คือ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถของเรา ที่เราต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งเอง นอกเหนือจากวงเงินคุ้มครองในการทำประกันภัยที่เราทำไว้ ซึ่งจะมีเงื่อนไขนี้เฉพาะกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น ดังนั้น หากเราเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก ก็จะทำให้เราจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยถูกลง (เพราะเราต้องมารับผิดชอบค่าเสียหายส่วนหนึ่งร่วมกับบริษัทประกันภัยนั่นเอง) โดยที่ค่าเสียหายส่วนแรก จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1. ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ หรือเรียกว่า Deductible เป็นค่าเสียหายส่วนแรก ที่เหมือนเป็น “ตัวเลือกเสริม” ให้เราสามารถเลือกเองได้ว่า จะรับ หรือไม่รับค่าเสียหายส่วนแรกในจำนวนที่กำหนด ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย) ถ้าเราเลือกแบบที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (มี deductible) เราก็จะจ่ายค่าเบี้ยที่ถูกลงก็จริง แต่หากเกิดอุบัติเหตุรถชน หรือเกิดความเสียหายกับรถของเรา และเราเป็นฝ่ายผิด ในแต่ละครั้ง เราต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเองก่อนนำรถออกจากอู่ซ่อม เป็นจำนวนเงินเท่ากับค่า deductible ที่หักลดไว้ในตอนที่ซื้อประกัน ตัวอย่าง ค่าเบี้ยประกันปกติ 15,000 บาท Option 1: ถ้าเลือกแบบไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (ไม่มี Deductible) หลังจากจ่ายค่าเบี้ยประกันรถ 15,000 เราไม่ต้องจ่ายอะไรอีกเลยถ้าชน ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุรถชนกี่ครั้งก็ตามในปีนั้น Option 2: แต่ถ้าเลือกทำประกันแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (แบบมี Deductible) 5,000 บาท เราก็จะจ่ายเบี้ยเหลือเพียง 15,000-5,000 = 10,000 บาท ถูกกว่าก็จริง แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชน หรือรถเราเสียหาย และเราเป็นฝ่ายผิด เป็นมูลค่า 7,000 บาท เราก็ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเองก่อน 5,000 บาท ทางบริษัทประกันภัย จึงค่อยมารับผิดชอบค่าเสียหายส่วนที่เหลืออีก 2,000 บาท และถ้าปีนั้นเกิดอุบัติเหตุรถชนแบบนี้ 2 ครั้ง ก็เท่ากับว่าเราต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยปกติ 10,000 บาท บวกกับค่า Deductible ครั้งละ 5,000 บาท 2 ครั้ง รวมกันเท่ากับว่าเราต้องจ่ายทั้งหมด 10,000+5,000+5,000 = 20,000 บาท! (สุดท้ายแพงกว่าเลือกแบบoption 1 ที่ไม่มี Deductible ด้วยซ้ำ) 2. ค่าเสียหายส่วนแรกตามเงื่อนไข หรือเรียกว่า ค่า Excess เป็นค่าเสียหายส่วนแรก ที่เราถูก “บังคับ” ให้ต้องจ่ายเอง แม้เราจะจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยไปแล้วก็ตาม กรณีที่รถเราเกิดความเสียหายโดยไม่ได้เกิดจากการที่เราขับชน หรือชนแล้วไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ (ที่บางคนเรียกว่า เคลมแห้ง) เช่น • ก้อนหินกระเด็นใส่รถกระจกแตก (แล้วไม่รู้ว่าก้อนหินของใคร หรือมาจากไหน) • รถเป็นรอยขีดข่วน โดยที่ไม่สามารถระบุผู้กระทำได้ • รถไถล ครูดกับถนนเป็นรอย • รถถูกสัตว์ (ที่ไม่มีเจ้าของ) ข่วน หรือทำลายบางส่วนเสียหาย โดยทั่วไป กรณีแบบนี้ เราต้องจ่ายค่า Excess เอง เป็นจำนวน 1,000 บาท ต่อ 1 เหตุการณ์ ก่อน ทางบริษัทประกันภัยจึงจะรับผิดชอบส่วนที่เหลือให้ ดังนั้น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ของบางบริษัทประกันภัย ที่เบี้ยอาจจะถูกกว่าที่อื่น แต่ก็อาจจะมีเงื่อนไขค่า Excess แตกต่างกับบริษัทประกันภัยอื่นด้วย ก็เป็นไปได้เหมือนกัน ส่วนเสริม : ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นั้นจะคุ้มครองกรณีที่เกิดความเสียหายกับ • ชีวิตและสุขภาพของบุคคลภายนอก (รวมถึงคู่กรณี) • รถของคู่กรณี • ชีวิตและสุขภาพของตัวเรา • รถของเรา (รวมทั้งกรณี รถหาย ไฟไหม้) • ชดเชยความเสียหาย ตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ไม่เกินมูลค่าของทุนประกันที่ทำไว้ อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อประกันภัยรถแบบมีเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก ก็อาจจะไม่ใช่ข้อเสียอย่างเดียวเสมอไป เพราะถ้าเรามั่นใจว่าเราเป็นคนที่ขับรถดี ไม่อันตราย มีโอกาสไปเฉี่ยวชนให้เกิดความเสียหายเองน้อย หรือไม่ค่อยได้ใช้รถ การมีเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก (มี deductible) ก็อาจช่วยให้เราประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของเราได้ เพราะฉะนั้น อยู่ที่เราประเมินตัวเองด้วยว่า เรามีพฤติกรรมความเสี่ยงในการขับขี่มากน้อยแค่ไหน ควรมีค่าเสียหายส่วนแรก (มี deductible) ไว้รับความเสี่ยงเองส่วนหนึ่งด้วยไหม ถ้ามีไม่ควรจะเกินเท่าไหร่ถึงจะไม่มากจนเกินไป

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้