นายเอช. สเลดเดินทางมาถึงเมืองไทยในวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๓๘
นำเข้าเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [36]  

ป่าไม้ เป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งของชาติ แต่สมัยก่อนไม่มีการควบคุมจากรัฐบาล ปล่อยให้ตัดฟันกันตามสบาย ส่วนทางป่าภาคเหนือซึ่งอุดมไปด้วยไม้สัก เจ้าผู้ครองนครที่ยังเป็นประเทศราช ก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว ใครตัดฟันก็ต้องมาจ่ายเงินให้ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีชาวต่างชาติเข้ามาทำป่าไม้กันมาก ประกอบกับเป็นยุคปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ รัฐบาลได้คำนึงถึงการจัดการป่าไม้ให้มีหลักการ แต่เรายังไม่มีความรู้เรื่องนี้ จึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษที่อินเดีย ซึ่งได้ให้ยืมตัว นายเอช. สเลด (H. Slade) ผู้เชี่ยวชาญมาวางระบบให้ มีกำหนด ๓ ปี.....

นายเอช. สเลดเดินทางมาถึงเมืองไทยในวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๓๘ และขอไปสำรวจป่าไม้ในภาคเหนือก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งยุคนั้นยังไม่มีรถไฟ นายเอช.วสเลดได้บันทึกถึงการเดินทางไว้ตอนหนึ่งว่า “วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๔ เวลาบ่าย ๒ โมง ข้าพเจ้าออกจากกรุงเทพฯ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานเรือแม่แปะให้ ๓ ลำ ลำสำหรับข้าพเจ้าเปนเรือสบายดี อีก ๒ ลำนั้นเปนเรือนักเรียน ๕ นายที่จัดให้ไปฝึกหัดกับข้าพเจ้าลำ ๑ อีกลำ ๑ เปนเรือครัวแลคนใช้ของข้าพเจ้า ใช้เรือกลไฟชื่อ “ออเรียนตัล” จูงไปลำ ๑ เรือกลไฟจูงเรือ ๓ ลำไปจนถึงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ร.ศ.๑๑๔ เวลาเช้า ๔ โมง ถึงที่น้ำตื้นต้องส่งเรือกลไฟกลับกรุงเทพฯ แล้วใช้ถ่อขึ้นตามลำน้ำต่อไป” นายเอช. สเลดสำรวจป่าไม้ตั้งแต่ชัยนาท นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แล้วเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯในวันที่ ๒๒ มิถุนายน ร.ศ.๑๑๕ ทำหนังสือถึงเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ผู้บังคับบัญชา แจ้งข้อบกพร่องที่ได้เห็นมาและทางแก้ไข ตอนนั้นไทยยังไม่มีพระราชบัญญัติป่าไม้ มีแต่ข้อบังคับเก่าๆ นายเอช. สเลดจึงเสนอว่าต้องรีบออกพระราชบัญญัติป่าไม้เป็นอันดับแรก และควรแจ้งแก่ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศว่าจะไม่ลงตราให้เช่าทำป่าไม้อีก ทั้งต้องรีบจัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น ให้มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องป่าไม้ดูแลป่าไม้โดยเฉพาะ ซึ่งขณะนั้นกิจการป่าไม้ยังขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยบ้าง พระคลังบ้าง ทำให้เกิดปัญหายุ่งยาก นายเอช. สเสลดได้ร่างพระราชบัญญัติป่าไม้และระเบียบการต่างๆของป่าไม้ขึ้นเสนอต่อเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เมื่อกระทรวงพิจารณาเห็นชอบ จึงนำขึ้นกราบบังคมทูลขอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้พระราชทานพระราชหัตถเลขาถึงเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในวันที่ ๑๘ กันยายน ร.ศ.๑๑๕ (พ.ศ.๒๔๓๙) มีความตอนหนึ่งว่า “ด้วยจดหมายที่ ๘๘/๑๙๓๓๗ ลงวันที่ ๖ เดือนนี้ ส่งรายงานมิสเตอร์สเลดตรวจการป่าไม้มีความเห็นที่จะจัดการต่อไป มหาดไทยเห็นชอบด้วยขออนุญาตจัดการนั้น ได้ตรวจดูตลอดแล้วเห็นว่า ความคิดของมิสเตอร์สเลดเปนความถูกต้องดีแท้ทุกประการ เปนอนุญาตให้จัดการตามที่ว่า...” ด้วยเหตุนี้จึงถือได้ว่ากรมป่าไม้ได้ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๙ และต่อมาในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๔๓๙ ได้โปรดเกล้าฯให้นายเอช. สเลด ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมป่าไม้คนแรกของไทย เมื่อครบสัญญา ๓ ปี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงเห็นว่านายเอช. สเลดทำประโยชน์ให้กิจการป่าไม้มาด้วยดี และยังมีปัญหาที่ยังต้องสะสางอีกมาก จึงขอต่อสัญญาอีก ๓ ปี แต่รัฐบาลอังกฤษที่อินเดียให้ต่อเพียงแค่ ๒ ปี เมื่อครบกำหนด เผอิญ “นายตอดนำ” (Mr.W.F.L.Tottenham) ปลัดกรมป่าไม้ที่จะรับตำแหน่งเจ้ากรมป่าไม้คนต่อไป ลาไปพักผ่อนที่อังกฤษยังไม่กลับ จึงขอให้นายเอช.สเลดอยู่ต่ออีก ๗ เดือน ครั้งนี้นายเอช.สเลดอยู่ไม่ครบกำหนดก็ขอลาออก อ้างปัญหาสุขภาพเพราะอายุมากแล้ว แต่เหตุผลอันแท้จริงเกิดจากการขัดแย้งในการบริหาร เนื่องจากนายเอช.สเลดจะขอแยกกรมป่าไม้เป็นอิสระ ไม่ต้องขออนุมัติความเห็นจากเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และจะขอย้ายสำนักงานไปอยู่เชียงใหม่ ซึ่งกรมพระยาดำรงฯทรงยอมให้แยกราชการแบบนี้ไม่ได้ เลยต้องให้นายเอช. สเลดลาออกไป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ มีพระราชหัตถเลขากล่าวถึงนายเอช.สเลด ไว้ตอนหนึ่งว่า “...ได้สังเกตดูอัทยาไศรยมิสเตอร์สเลดนี้ เป็นคนที่ขี้มักจะขอดข้อนฤากล่าวถึงความคิดเห็นของผู้อื่นโดยไม่เกรงใจ แต่คำที่จะกล่าวนั้นได้เลือกเฟ้นโดยแน่แก่ใจแล้วจึงกล่าว และไม่เป็นแต่กล่าวถึงทางเสีย ย่อมออกความเห็นทางแก้ซึ่งเป็นการสมควรซื่อตรง เหมือนฝ่ายผู้ซึ่งจะไม่พอใจจะคิดป้องกันเองทั้งสิ้น เมื่อสังเกตๆดูก็ยิ่งนึกชอบใจมากขึ้นทุกที นับว่าเป็นผู้มีอัทยาไศรยถูกใจแท้ได้คนหนึ่ง...” LINE it!

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้