“พ่อหลวงอันเป็นที่รักยิ่ง” ครั้งสุดท้าย
นำเข้าเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [65]  

สำหรับบริเวณจุดคัดกรองบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ แถวยาวตลอดถนนราชดำเนินไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทอดตัวยาวตลอดจนภูเขาทอง ขณะที่จุดคัดกรองที่วงเวียนรักษาดินแดนนั้น ปลายแถวอยู่ที่บริเวณแยกสะพานมอญ เรียงรายไปตามแนวถนนท้ายวัง ก่อนตีกลับไปที่สะพานมอญอีกรอบ ประชาชนรอคอยอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อยด้วยกิริยาสำรวมเพื่อกราบถวายบังคมสักการะเบื้องหน้า “พ่อหลวงอันเป็นที่รักยิ่ง” ครั้งสุดท้าย.....

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2560 ตั้งแต่เวลา 00.01น. จนถึงเวลา 24.00น. มีจำนวนทั้งสิ้น 96,150 คน รวม 336 วัน มีจำนวน 12,628,642 คน และมีประชาชนร่วมถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 882,528,282.01 บาท อย่างไรก็ตาม วันที่ 5 ต.ค. 2560 วันสุดท้ายของการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ บริเวณจุดคัดกรองรอบท้องสนามหลวงเนื่องแน่นไปด้วยประชาชนที่มาเข้าคิวต่อแถวตั้งแต่กลางดึกของคืนวันที่ 4 ต.ค. 2560 ตลอดจนทยอยเดินทางมาสมทบกันตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง นางอาภรณ์ พหุพันธ์ อายุ 55 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดบ่อบุญ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ที่เดินทางมาพร้อมเพื่อนครูรวม 7 คน กล่าวว่า เมื่อทราบว่าสำนักพระราชวังได้ขยายเวลาเข้ากราบพระบรมศพอีก 5 วันและวันนี้เป็นวันสุดท้ายจึงรีบชักชวนเพื่อนๆ ที่โรงเรียนปิดเทอมพอดีออกเดินทางจากที่พักเวลา 18.00 น.ของวันที่ 4 ตุลาคมท่ามกลางฝนตกหนักมาถึงท้องสนามหลวงเวลา 21.00 น. ก่อนจะไปเข้าคิวรอโดยท้ายแถวอยู่ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และได้เข้ากราบพระบรมศพเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น แม้จะรอนานถึง 11 ชม. แต่อาการปวดเมื่อยและเปียกปอนจากฝนตกลงมาเป็นระยะได้หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้นั่งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและหมอบกราบอยู่เบื้องหน้าพระบรมโกศ “เป็นครั้งแรกที่ได้มากราบพระองค์ท่าน จะให้รอนานแค่ไหนก็ทนได้ ดีใจที่ได้เห็นผู้คนหัวใจเดียวกันมากันมากมาย ได้ทักทาย ได้ช่วยเหลือกันเล็กๆ น้อยๆ รู้สึกอิ่มใจ วันนี้เตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งร่ม เสื้อกันฝน รองเท้ายาง เพื่อให้ไม่เป็นอุปสรรคในการรอ ถือว่าท้าทายความอดทนมาก แต่คงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่พระองค์ท่านทำเพื่อประชาชนมาตลอดพระชนม์ชีพ เราอยู่เพชรบุรีถือว่าใกล้พระองค์พอสมควร เพราะมีโครงการพระราชดำริหลายแห่ง อย่างโครงการชั่งหัวมัน ก็มีโอกาสพานักเรียนไปทัศนศึกษาอยู่บ่อยๆ ในฐานะครูก็พยายามถ่ายทอดพระราชกรณียกิจให้คนรุ่นหลังฟังให้มากที่สุด เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาจะรับรู้ได้ เพราะเกิดไม่ทันช่วงที่พระองค์เสด็จฯ ไปทรงงานทั่วประเทศ นอกจากนี้ที่โรงเรียนยังปลูกฝังให้เด็กๆ รู้รักสามัคคี รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ โดยยกตัวอย่างพระราชจริยวัตรของในหลวง ร.๙ อย่างการใช้ยาสีฟันให้หมดหลอด การรีไซเคิลขยะใช้แล้ว การใช้ดินสออย่างคุ้มค่า จะเห็นตลอดเวลาพระองค์เสด็จฯ ไปที่ใด พระหัตถ์ข้างหนึ่งถือดินสอ อีกข้างถือแผนที่ เป็นภาพประทับใจไม่รู้ลืม ที่สำคัญภาพพระเสโทที่ไหลลงปลายพระนาสิกของพระองค์บ่งบอกถึงความเหน็ดเหนื่อยแต่ไม่ทรงบ่น เวลาทำอะไรเหนื่อยๆ นึกถึงภาพนี้แล้วทำให้หายเหนื่อยได้ รักและเทิดทูนพระองค์ที่สุดในโลก” นางอาภรณ์กล่าวด้วยความซาบซึ้ง

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้