5 เสือ ทบ.!! สัญญาณชัด
นำเข้าเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [596]  

ถอดรหัสแบ่งงาน 5 เสือ ทบ.!! สัญญาณชัด “บิ๊กอ้อม ศ.วงษ์สุวรรณ” จอง ผบ.ทบ.รอบหน้า ปาดหน้า “บิ๊กแดง” น้องเลิฟ “นายกฯตู่” สะท้อนยุคนี้ “สายตรงป่ารอยต่อฯ” แน่นอนกว่า “สายตรงตึกไทยฯ” เยอะ ไม่มีเหนียมกันแล้ว .. หลังจากการจัดวาง “แม่ทัพนายกอง” ค้ำบัลลังค์ “อำนาจ คสช.” เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนก่อน ก็มีกระแสข่าวร่ำลือกันว่า “ตัวเก็งเต็งหนึ่ง” ที่จ่อเก้าอี้ “ผู้บัญชาการทหารบก” คนต่อไป อย่าง “บิ๊กแดง” พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 สายวงศ์เทวัญ ว่าที่ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ไม่สดใสเสียแล้ว .. ก็เพราะมีการรื้อโผตาม “ใบสั่งพี่ใหญ่” ในช่วงโค้งสุดท้าย ที่ปรากฎชื่อ “บิ๊กอ้อม” พล.ท.วีรชัย อินทุโศภน ผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ที่ว่ากันว่าเป็น “น้องเลิฟ” ของ “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ.....

ความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ทะลุกลางปล้องเข้าไลน์ “5 เสือ ทบ.” ในตำแหน่งเดียว “ผู้ช่วย ผบ.ทบ.” ระนาบเดียวกับ “บิ๊กแดง” นั่นแหละ .. สร้างประวัติศาสตร์เป็น ผบ.นรด.คนแรกในประวัติศาสตร์ที่แทรกเข้าไลน์ 5 เสือ ทบ.ได้ .. ส่งผลให้ “บิ๊กแช” พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 เจ้าของโควตาเดิม ที่แสดงเจตน์จำนงขอเกษียณในเหล่า ทบ. ถึงขนาดหากไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ก็ขออยู่เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ที่เดิม แต่ต้องกระเด็นไปกินยศ “พลเอก” ที่ตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย นู่น .. และแม้ตำแหน่งใหม่ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯจะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.ที่จะถึงนี้ .. แต่แผนสกัด “บิ๊กแดง” ก็เห็นเด่นชัด แบบไม่ต้อง “ลับ ลวง พราง” ให้เสียเวลา เมื่อ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน ลงนามในคำสั่งแบ่งงาน “5 เสือ ทบ.” ออกมาล่วงหน้า .. โดยมอบหมายให้ “บิ๊กอ้อม” เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.คนที่ 1 รับผิดชอบงานด้านกำลังพล-กิจการพลเรือน-ภารกิจพิเศษ .. ในขณะที่ “บิ๊กแดง” เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.คนที่ 2 รับผิดชอบงานสายงานส่งกำลังบำรุง-ภารกิจพิเศษ .. ขณะที่ “บิ๊กเล็ก” พล.ท.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่เสนาธิการทหารบก ซึ่งเคยถูกยกให้เป็นคู่เทียบ “บิ๊กแดง” ในการชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. รับผิดชอบสายงานการข่าว-ยุทธการ-กิจการต่างประเทศ .. จริงอยู่การที่ “บิ๊กอ้อม” ได้เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.คนที่ 1 นั้นถือว่าเหมาะสม ด้วยความอาวุโสในฐานะ รุ้นพี่เตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 18 .. แต่หากดูที่เนื้องานการดูแล “กำลังพล” นั่นคงต้องตอบว่า ไม่ใช่ ก็ด้วยเส้นทางของ “บิ๊กแดง” นั้นเดินมาในสายคุมกำลังเป็น “ผู้การ-แม่ทัพ” แบบไม่ขาดตอน .. ส่วน “บิ๊กอ้อม” แม้จะมีรากเหง้าจาก “ค่ายบูรพาพยัคฆ์” กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) และ กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ทำงานใกล้ชิดกับ “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี มาก่อน แต่ก็ไม่ได้คุมกำลังในระดับกรม .. แถมมีช่วงที่หลุดโค้งไปสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ในตำแหน่ง ผอ.สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร และเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก .. ก่อนได้ “อิทธิฤทธิ์พี่ป้อม” ดึงกลับมาโตที่ ทบ. .. การแบ่งงานให้ “บิ๊กอ้อม” คุมกำลัง “บิ๊กแดง” เป็นส่วนสนับสนุน จึงดูผิดฝาผิดตัวชอบกล .. แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการแบ่งงานครั้งนี้เป็นการประกาศอย่างไม่เป็นทางการว่า ผบ.ทบ.คนต่อไปจะต้องเป็น “บิ๊กอ้อม ศ.วงษ์สุวรรณ” แทบจะแน่นอนแล้ว ส่งสัญญาณกันโต้งๆว่า ใครคือ “ผบ.ทบ.คนต่อไป” .. ด้วยอายุราชการของ “บิ๊กอ้อม” ตท.18 ที่เกษียณในปี 2562 ส่วน “บิ๊กแดง” ตท.20 หมดรอบในปี 2563 .. อย่างน้อยก็เชื่อว่า พอถึงเวลาทำโผปีหน้า คงมีคำขอประเภท “ให้พี่เขาปีนึง น้องรอปีหน้า” หรือดีไม่ดีอาจมีรายการเขี่ย “บิ๊กแดง” พ้นเส้นทางเบอร์ 1 ไป ข้ามห้วยไปกินอัตราจอมพลที่อื่น ตามปรารถนาของ “พี่ป้อม” ไปเลย .. เสียดายก็แต่ “บิ๊กแดง” ที่ได้ชื่อว่าเป็น “น้องรัก” ของ “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แท้ๆ ยังทำท่าจะเอาตัวไม่รอด .. แสดงให้เห็นว่า ยุคนี้ “สายตรงตึกไทยฯ” ที่ว่าแน่หรือจะสู้ “สายตรงป่ารอยต่อฯ” หรือ “สายตรงวงษ์สุวรรณ”. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ** ไวปานวอก!! ก.เกษตรฯสรุป “โครงการ 9101ฯ” ไร้ทุจริต หลัง “บิ๊กตู่ - บิ๊กฉัตร” สั่งตรวจสอบได้ไม่ถึงสัปดาห์ ขัดแย้งข้อมูล “ส.อิศราฯ” ระบุ “เกษตรอำเภอ” บังคับซื้อปุ๋ยแพงเท่าตัว ส่วน “ส.ส.วิลาศ” แฉขบวนการกินส่วนต่างค่าแรง ลุกลามบานปลายเป็น “ไฟลามทุ่ง” สำหรับกรณีกระแสข่าวการทุจริตใน “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน" ในกำกับของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งบประมาณ 22,800 ล้านบาท ไปให้เกษตรกรในชุมชน 9,101 แห่งๆ ละ 2.5 ล้านบาท .. ที่เมื่อวานบอกไปแล้วว่า มีการกันงบฯครึ่งนึงให้เกษตรกรนำไปซื้อปัจจัยต่างๆ และอีกครึ่งนึงจ่ายในลักษณะ “ค่าจ้างงาน” ตรงให้เกษตรกรในชุมชนนั้นๆ .. จนเปิดช่องให้มีการเล่นแร่แปรธาตุ หารับประทานกันอย่างสนุกสนาน .. อย่างกรณีของ “สำนักข่าวอิศราฯ” ก็เคยเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการประชุม “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ” ของชุมชนใน ต.ตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่มีการกำหนดค่าวัสดุ-แรงงานเท่ากันเป๊ะๆถึง 18 ชุมชน .. และทั้ง 18 ชุมชนก็คิดตรงกันอย่างบังเอิญในการทำ “โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์” เหมือนกัน .. พร้อมทั้งยังเปิดเผยด้วยว่า มีการกำหนดให้สั่งซื้อ “ขี้วัวขี้ไก่” สำหรับทปุ๋ยจาก “ผู้รับเหมา” ที่ “เกษตรอำเภอ” หาให้ อ้างว่า ปุ๋ยของชาวบ้านไม่เพียงพอ .. โดย “ผู้รับเหมา” ขายในราคากิโลกรัมละ 4 บาท ซึ่งแพงกว่าที่ “ชาวบ้าน” ขายกันเองที่กิโลกรัมละ 2 บาท ต่างกันครึ่งต่อครึ่ง .. อันนี้เป็นแค่ “หนังตัวอย่าง” ที่ฉายเฉพาะที่ จ.สุรินทร์แห่งเดียว หากเดินทางโมเดลนี้หมด งบประมาณ 22,800 ล้านบาท ก็อร่อยเหาะ .. ไม่เพียงเท่านั้นในส่วนของ “ค่าจ้างงาน” ก็มีลูกเล่นเช่นกัน อย่างที่ วิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.จอมตรวจสอบของค่ายประชาธิปัตย์ เคยเปิดเผยไว้ในส่วนของ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ที่แต่ละตำบลได้รับ 2.5 ล้านบาท ตกไปถึงหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท .. แล้วก็เรียกให้ชาวบ้านไปลงชื่อทำงาน แต่ก็มีพิรุธตั้งแต่ต้น เมื่อทั้งอำเภอทำโครงการ “เก็บผักตบชวา” เหมือนกันหมด แถมตอนจ่ายเงินก็ยังได้ไม่เท่ากัน บางรายได้ 600 บาท บางราย 200 บาท ตลอดจนทำงานไม่ครบตามจำนวนวันที่มีการเบิกเงิน .. เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มี “ส่วนต่าง” เกิดขึ้น ซึ่งชาวบ้านก็ว่า “ผู้ใหญ่บ้าน” เป็นคนเอาไป บ้างก็รู้ทันว่า งานนี้มันไม่ใช่เค่ระดับผู้ใหญ่บ้าน แต่ทำกันเป็น “ขบวนการ” .. เมื่อเรื่องแดงขึ้น ทั้ง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “เพื่อนฉัตร” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ก็สั่งการให้ตรวจสอบทันที พร้อมลั่นหากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะ “ฟันไม่เลี้ยง” .. ที่น่าตกใจไปกว่านั้น “บิ๊กรัฐบาล” สั่งการให้ตรวจสอบได้ไม่ถึงสัปดาห์ สมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบว่า 75 จังหวัดไม่พบการทุจริตตามที่ได้มีการร้องเรียนมา เหลือ 2 จังหวัดอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ คาดว่าจะสรุปได้ใน 1-2 วันนี้ .. ตรวจสอบได้ไวปานวอกดีแมท้ ฟอกเก่งขาวจวั๊ะแบบนี้น่าไปสมัครเป็น ผู้ว่าฯสตง.นะท่าน เห็นว่า “มือฟอก” คนเก่าเพิ่งหมดวาระไปเอง. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ** มิชชั่นคอมพลีท!! ปลดชนัก “บิ๊กป๊อด” คดี 7 ตุลาฯเสร็จ “บิ๊ก คสช.” เปิดทาง “รีเซต ป.ป.ช.” ดึง “บิ๊กกุ้ย” เก็บเซฟตี้โซน เตรียมนั่งบัลลังค์ “ประมุข ส.ว.สรรหา” แต่ต้องจับตาเป่า “คดีดัง” ทิ้งทวน กำลังเมามันทีเดียว .. รายของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ง่วนอยู่กับการทำ “กฎหมายลูก” บรรดาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ทั้ง 10 ฉบับ .. ที่ผ่านไปแล้ว 7 ฉบับสร้างวีรกรรมไล่ “ตบเด็ก” อย่างสนุกมือ กับดาบ “เซตซีโร” โละกระดาน “องค์กรอิสระ” แทบจะยกแผง ไล่ตั้งแต่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) .. รายหลังกำลังดิ้นเฮือกสุดท้าย วัส ติงสมิตร ประธาน กสม.ร่อนหนังสือถึง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ใช้อำนาจยื่ร่างกฎหมายต่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดในหลายประเด็น พร้อมหวดซึ่งหน้าว่า กรธ.-สนช.เขียนกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ แถม “ลักลั่น - ย้อนแย้ง” กันเอง .. โดยเฉพาะเรื่อง กสม.บางคนถูก “บิ๊ก คสช.” ตราหน้าว่า “ขายชาติ” แต่ร่าง พ.ร.ป.กสม.กลับไปให้น้ำหนัก “หลักการปารีส” เป็นสำคัญ .. ไม่เท่านั้นวรรคหนึ่งบอก ไมใม่ให้รับเงิน “เอ็นจีโอ” แต่ถัดมาอีกวรรคให้รับเทียบเชิญจากองค์การระหว่างประเทศในการไปประชุม-สัมมนา โดย “ผู้เชิญ” ออกค่าใช้จ่ายให้ได้ ซึ่งก็เปิดช่องให้มีการ “เลี้ยงดูปูเสื่อ” ไปโดยปริยาย .. แต่มาขั้นนี้แล้วก็ต้องบอกว่า กสม.รอดยาก .. ต่างจาก ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่รอดไปอย่างหวุดหวิด จนค่อนขอดว่าด้วย “อภินิหารเรือดำน้ำจีน” ที่ผู้ตรวจฯ “ฟอกขาว” ให้อย่างหมดจด ต่อจากนี้เป็นคิวของ 2 องค์กรอิสระสำคัญ อย่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจ่อคอหอยเข้ามา .. “ปู่มีชัย” ประกาศเปรี้ยงในรายของ ป.ป.ช. ก็ “ไม่เอาไว้” ต้องยืนตามหลักการเหมือนองค์กรอื่น .. แต่อาจไม่ถึงกับ “เซตซีโร” แค่ “รีเซต” เฉพาะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง .. แม้ก่อนหน้านี้ “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.จะออกมาพูดในทำนองให้ “ไว้ชีวิต” ให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนครบวาระ โดยอ้างว่า ป.ป.ช.มีลักษณะการทำงานพิเศษ ต้องใช้บุคคลที่มีความสามารถ .. แต่เมื่อ “ปู่มีชัย” ไม่รับฟัง ก็จะส่งผลให้มีการ “รีเซต ป.ป.ช.” หลังทำกฎหมายลูกเสร็จ .. กางบัญชีดูก็จะพบว่า ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันเตรียมแพ็คกระเป๋ากลับบ้าน 7 จาก 9 คนด้วยกัน .. ตั้งแต่ “บิ๊กกุ้ย” เองที่ติดชนัก “ข้าราชการการเมือง” เป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก่อนจะลาออกมาสรรหา ป.ป.ช. ซึ่งยังพ้นตำแหน่งไม่ถึง 10 ปี .. ที่เหลือเป็นประเภทร่วงเพราะ “สเปคเทพ” ว่าต้องดำรงตำแหน่งอธิบดีกรือเทียบเท่ามาไม่ต่ำกว่า 5 ปี .. ทำให้ ป.ป.ช.จะเหลือกันแค่ 2 หน่อ คนหนึ่ง สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ อีกคนก็ “เจ๊แป๋ว” สุวณา สุวรรณจูฑะ อดีตอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ทั้งคู่อยู่ในตำแหน่งนานหายห่วง ดีไม่ดีเพื่อแก้ปัญหา “ปลาสองน้ำ” ก็อาจมีการเสนอ “เซตซีโร” ยกแผงจบๆกันไปเลย แต่ถามว่า ป.ป.ช.โดยเซตซีโรไปก็ไม่เห็นมีผลอะไรในภาพกว้าง โดยเฉพาะในยุคที่มี “บิ๊กกุ้ย” เข้ามาครองอาณาจักรสนามบินน้ำ .. สำนวนคดีค้างเก่าที่ ป.ป.ช.ชุด ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ - วิชา มหาคุณ บรรจงรังสรรค์ไว้อย่างแน่นหนา ก็ถูก ป.ป.ช.รุ่นหลังเอาไปใช้แบบ “เสียของ” เอะอะๆจะ “ล้มมวย” ท่าเดียว .. ไม่ต้องอะไรมาก “คดีสลายชุมนุม 7 ตุลาฯ 51” ที่สู้ไม่เต็มที่ ต่อยไม่เต็มหมัด จนศาลยกฟ้อง .. พอมีสิทธิ์อุทธรณ์ก็อิดออด ยื่นไปแค่รายของ “บิ๊กเบื๊อก” พล.ต.อ.สุชาติ เหมือนแก้ว ปล่อยผีจำเลยสำคัญอย่าง “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ในขณะนั้น น้องชาย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บิ๊กบราเทอร์ส พ.ศ.นี้ .. จนถูกขุดคุ้ยความสัมพันธ์ “น้องกุ้ย - พี่ป้อม - พี่ป๊อด” เละเทะไปหมด .. อาจจะสงสัยว่า ในเมื่อ ป.ป.ช.ที่พะยี่ห้อ “สายตรงวงษ์สุวรรณ” แบบนี้ “พี่ป้อม - พี่ป๊อด” จะใจไม้ไส้ระกำไม่โอบอุ้มไว้หรือ .. ก็ต้องตอบแทนว่า เมื่อ “มิชชั่นคอมพลีท” ก็เดินแผนเอา “น้องกุ้ย”กลับสู่ “เซฟตี้โซน” ดีกว่าถูกล่อเป้าอยู่อย่างนี้ สู้ถนกมตัวไปรับตำแหน่งแห่งที่ในอาณัติของ คสช.ให้สมฐานะ “อดีตประธาน ป.ป.ช.” ดีกว่า .. มองกันยาวๆ 250 ส.ว.สรรหาชุดแรก “วัชรพล” มาแน่ และอาจไปไกลถึงประธานหรือรองประธาน ส.ว.ด้วยซ้ำไป .. แต่ก่อนไปต้องจับตาว่า “มิสเตอร์เป่าแห่งสนามบินน้ำ” จะแผลงฤทธิ์ทิ้งทวน อาศัยจังหวะชุลมุน ตัดจบ “คดีสำคัญ” อะไรอีกไหม .. ทั้งคดีร่ำรวยผิดปกติของ “พี่ป๊อด” ตลอดจน คดีทุจริตก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง ที่มีชื่อ “กำนันเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นจำเลยคนสำคัญ .. กระทั่งคดีของ “หนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ค้างอยู่ในมือ ป.ป.ช.ราว 10 คดี ก็อาจถูกเป่าทิ้งตาม “ดีลชินสุวรรณ” อีกด้วย.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้