ไดโนเสาร์จากพิพิธภัณฑ์สิรินทร
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [567]  

ภาพจำลองวิถีชีวิตไดโนเสาร์จากพิพิธภัณฑ์สิรินทร วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ “ตะลอนเที่ยว” ขอพาย้อนเวลาไป “ตามรอยไดโนเสาร์” กันที่แหล่งค้นพบไดโนเสาร์ที่สำคัญในภาคอีสานบ้านเรา ซึ่งในภูมิภาคนี้ในสมัยโบราณมีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มน้ำขนาดใหญ่ จึงเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของไดโนเสาร์นานาพันธุ์ เมื่อพวกมันสูญพันธุ์ซากของไดโนเสาร์ก็จะถูกตะกอนแม่น้ำกลบฝังไว้จนกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์หลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้ตามรอย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย.....

 

 
ภาพจำลองวิถีชีวิตไดโนเสาร์จากพิพิธภัณฑ์สิรินทร
 
วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ “ตะลอนเที่ยว” ขอพาย้อนเวลาไป “ตามรอยไดโนเสาร์” กันที่แหล่งค้นพบไดโนเสาร์ที่สำคัญในภาคอีสานบ้านเรา ซึ่งในภูมิภาคนี้ในสมัยโบราณมีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มน้ำขนาดใหญ่ จึงเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของไดโนเสาร์นานาพันธุ์ เมื่อพวกมันสูญพันธุ์ซากของไดโนเสาร์ก็จะถูกตะกอนแม่น้ำกลบฝังไว้จนกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์หลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้ตามรอย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย
 
ภายในอาคารหลุมขุดค้นที่ 3 
 
ตามรอยไดโนเสาร์ที่ จ.ขอนแก่น
“อุทยานแห่งชาติภูเวียง” อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ที่นี่เป็นแหล่งค้นพบซากไดโนเสาร์ครั้งแรกของไทย และเป็นแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์สำคัญอีกด้วย โดยมี “หลุมขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์” ทั้งหมด 9 หลุม แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม 4 หลุม ทุกหลุมจะสร้างอาคารกระจกครอบหลุมขุดค้นไว้ เพื่อเป็นการดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้กระดูกเกิดความเสียหาย
 
เริ่มที่ “หลุมขุดค้นที่ 1” (ประตูตีหมา) เป็นหลุมขุดที่มีความสำคัญมาก โดยพบตั้งแต่ปี 2525 ที่นี่พบกระดูก “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน” เพื่อเทิดพระเกียรติแด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่มากกว่า 20 ชิ้น และพบกระดูกหลายชิ้นของ “คอมพ์ซอกนาธัส” ไดโนเสาร์ตัวเล็กเท่าแม่ไก่
 
กระดูกของไดโนเสาร์ซอโรพอด
 
ส่วน “หลุมขุดค้นที่ 2” (ถ้ำเจีย) พบเมื่อเดือนกันยายน 2530 ที่นี่พบฟอสซิลกระดูกคอของไดโนเสาร์ซอโรพอด (Sauropod) หรือไดโนเสาร์กินพืช จำนวน 6 ชิ้นวางเรียงต่อกัน ต่อมาคือ “หลุมขุดค้นที่ 3” (ห้วยประตูตีหมา) มีลักษณะเป็นอาคารห้องกระจกหลังย่อมๆ สร้างครอบซากฟอสซิลเอาไว้ (เพื่อเป็นการดูแลรักษา ป้องกันไม่ให้กระดูกเกิดความเสียหาย ) ค้นพบเมื่อเดือนพฤษภาคม 2536 ที่นี่พบกระดูกไดโนเสาร์ส่วนกระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครงขนาดใหญ่หลายชิ้น ฝังตัวอยู่ในชั้นหินทราย อายุประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว เป็นไดโนเสาร์ชนิดกินพืช (Sauropod) ภูเวียง โกซอรัส สิรินธรเน เช่นกัน
 
หลุมสุดท้ายคือ “หลุมขุดค้นที่ 9” (หินลาดยาว) ค้นพบเมื่อเดือนสิงหาคม 2536 ที่นี่พบกระดูกตรงส่วนสันหลังหลายชิ้นโผล่มาจากชั้นหินทรายสีแดง และก็มีกระดูกสะโพกด้านซ้าย กระดูกโคนหางกว่า 10 ชิ้น ของไดโนเสาร์กินเนื้อ (carnosaur) ซึ่งเป็นกระดูกสกุลและชนิดใหม่ของโลกที่ขุดค้นพบ มีชื่อว่า “สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส" หรือ “ไทรันสยาม” มีความยาวประมาณ 7 เมตร ลักษณะกระดูกบ่งว่าเป็นบรรพบุรุษของทีเร็กซ์
 
ภายใน “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง”
 
นอกจากนั้นในอุทยานแห่งชาติภูเวียง ยังมี “พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง” ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมอีกด้วย โดยภายในอาคารพิพิธภัณฑ์จะแบ่งการจัดแสดงออกเป็นหลายๆ ส่วน ส่วนแรกเป็นการบอกเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับจักรวาลและโลกต่อด้วยส่วนของการเล่าถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบันนี้ ถัดจากนั้นมาจะเป็นส่วนของการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับหินและแร่ธาตุต่างๆ
 
ฟอสซิลไดโนเสาร์จำลอง (จากเรซิ่น)
 
บริเวณใจกลางห้องพิพิธภัณฑ์จะเจอกับหุ่นจำลองไดโนเสาร์ตัวใหญ่ยักษ์ (ทำจากแท่งเหล็ก) หลายตัว รวมไปถึงมีฟอสซิลไดโนเสาร์จำลอง (จากเรซิ่น) จัดแสดงอยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ไดโนเสาร์ที่ขุดค้นพบที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น และจังหวัดอื่นๆ ที่มีการขุดค้นพบ
 
“สวนไดโนเสาร์”
 
ส่วนต่อไปคือ “สวนไดโนเสาร์” จะเป็นการจำลองบรรยากาศของป่าดึกดำบรรพ์โลกล้านปี โดยทำเป็นทางเดินไม้ให้เดินลัดเลาะไปตามจุดต่างๆ ระหว่างทางเดินสองข้างทางก็จะมีไดโนเสาร์ที่สำรวจพบที่ภูเวียงแห่งนี้ จำลองเป็นรูปร่างเหมือนจริงให้ได้ชมกัน อย่างเช่น ไดโนเสาร์กินเนื้อไทรันสยาม, ไดโนเสาร์กินพืชภูเวียง โกซอรัส ที่ยืนคอยาวอยู่ โดยจะมีข้อมูลอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับไดโนเสาร์แต่ละตัวไว้อย่างครบครัน
 
“พิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว”
 
ตามรอยไดโนเสาร์ที่ จ.กาฬสินธุ์
 
“พิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว” ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่นี่มีเรื่องเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ.2513 “พระครูวิจิตรสหัสคุณ” เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ได้พบวัตถุประหลาด ซึ่งท่านคิดว่าเป็นไม้กลายเป็นหิน จึงไม่ได้ดำเนินการอะไรเพิ่มเติม กระทั่งเกือบ 10 ปีผ่านไป มีคณะนักธรณีวิทยาเดินทางมาสำรวจพื้นที่แถบนี้ถึงได้รู้ว่า ไม้กลายเป็นหินอันที่จริงมันคือ “กระดูกไดโนเสาร์” นั่นเอง และในบริเวณแห่งนี้ยังเป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชจำนวนมากที่สุดในเมืองไทยเท่าที่มีการค้นพบ คือมีมากกว่า 700 ชิ้น (ข้อมูลจาก ททท.)
 
กระดูกไดโนเสาร์กินพืชจำนวนมากกว่า 3 ตัวกระจายอยู่
 
ด้วยความที่มีกระดูกไดโนเสาร์มากและจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลรักษา จึงมีการจัดสร้าง “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ขึ้นที่ภูกุ้มข้าว ใกล้ๆ กับแหล่งขุดค้น เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บซากฟอสซิล สถานที่จัดแสดงด้านไดโนเสาร์ ศูนย์วิจัย รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ ที่ภายหลังการเปิดอย่างเต็มรูปแบบของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในปี พ.ศ.2550 ผู้คนต่างก็หลั่งไหลมาตามรอยไดโนเสาร์ที่กาฬสินธ์ุกันไม่ได้ขาด
 
ภายใน “พิพิธภัณฑ์สิรินธร”
 
“พิพิธภัณฑ์สิรินธร” เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ ทั้งหมด 8 โซน เริ่มตั้งแต่ “โซน 1 จักรวาลและโลก” นำเสนอเรื่องราวตั้งแต่กำเนิดโลกและจักรวาล ปูพื้นมาสู่ “โซน 2 เมื่อชีวิตแรกปรากฏ” เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคต่างๆ
 
“โซน 3 พาลีโอโซอิก มหายุคแห่งวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโบราณ”
 
ก่อนส่งต่อเข้าสู่ “โซน 3 พาลีโอโซอิก มหายุคแห่งวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโบราณ” เช่น หอยงวงช้าง ไทรโลไบต์ พาราดอกไซเดส เป็นต้น จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่ยุคของไดโนเสาร์ครองโลกใน “โซน 4.1 มีโซโซอิก มหายุคแห่งสัตว์เลื้อยคลานและไดโนเสาร์” ที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับไดโนเสาร์อย่างละเอียด ด้วยเทคนิคอันน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งแสง สี เสียง และหุ่นจำลอง ทั้งโครงกระดูก ซากฟอสซิล ป่าดึกดำบรรพ์ และหุ่นจำลองไดโนเสาร์เสมือนจริงที่ทำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง
 
ไทรโลไบต์ พาราดอกไซเดส
 
 
ไดโนเสาร์ 8 สายพันธุ์ ที่ค้นพบในเมืองไทย
 
สำหรับไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์จะอยู่บริเวณโถงไดโนเสาร์ใน “โซน 4.2 ไดโนเสาร์ไทย” ที่จัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ 8 สายพันธุ์ ที่ค้นพบในเมืองไทยอย่างละเอียดได้แก่ "อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชชิ" เป็นไดโนเสาร์กินพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลก, ”สเตโกซอร์” ไดโนเสาร์กินพืช มีแผ่นกระดูกขนาดใหญ่เรียงเป็นแถวอยู่บนหลัง ดูต่างจากชนิดอื่นๆ, “ฮิปซิโลโฟดอน” ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็กของไทย 
 
"ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน" ไดโนเสาร์ซอโรพอดชนิดแรกของไทย, "สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส" ไดโนเสาร์กินเนื้อที่เก่าแก่ที่สุดในโลก, "สยามโมซอรัส สุธีธรนี” ไดโนเสาร์ที่มีการศึกษาวิจัยชนิดแรกของไทย, "กินรีมิมัส" ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ ขนาดราว 1-2 เมตร และ "ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ" ไดโนเสาร์ปากนกแก้วชนิดแรกที่พบในไทย
 
ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ ไดโนเสาร์ปากนกแก้วชนิดแรกที่พบในไทย
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้