แฉแหลก “..เจ้าปัญหา” ตะลึง
นำเข้าเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [679]  

เป็นเรื่อง! วีรชัยแฉแหลก “น้ำมันเจ้าปัญหา” ตะลึง! พบหลายยี่ห้อใช้สารเดียวกัน เผยแพร่: 19 ก.ย. 2560 17:38:00 จากกรณีที่มีน้ำมันหล่อลื่นยี่ห้อหนึ่ง ได้มีการโฆษณาและบรรยายสรรพคุณถึงคุณสมบัติพิเศษที่จะทำให้เครื่องยนต์มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ผู้บริโภคต่างหลงเชื่อและได้ทำการซื้อน้ำมันยี่ห้อดังกล่าวกันอย่างล้นหลาม แต่ปรากฏว่า ผลของการโฆษณามันไม่เป็นไปตามที่อ้างไว้ แต่กลายเป็นตรงกันข้ามคือ ได้สร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ของรถยนต์ของผู้ที่ซื้อน้ำหล่อลื่นในรายต่างๆ จนสร้างความเสียหายกันอย่างถ้วนหน.....

ทั้งนี้ เพื่อการสร้างข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ของน้ำมันยี่ห้อดังกล่าวนี้เอง ทาง รองศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำสาขาเคมีอินทรีย์ คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้ทำการทดลองในกระบวนการวิทยาศาสตร์ และได้ข้อสรุปที่ว่า น้ำมันดังกล่าวนั้น มีสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ทั้งสิ้น ซึ่งหากมีการใช้ไปในระยะยาว ก็จะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้ และนอกจากนี้ ในน้ำมันหล่อลื่นในลักษณะดังกล่าว ยังถูกพบในส่วนของยี่ห้ออื่นๆ อีกด้วย “เราได้วางแผนการวิเคราะห์น้ำมันชื่อดังควบคู่ไปกับยี่ห้ออื่น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของน้ำมันยี่ห้อนี้ เราก็เลยวิเคราะห์ 3 ยี่ห้อ โดยใช้ 2 เทคนิคหลัก เป็นการวิเคราะห์สารอินทรีย์ โดยเบื้องต้น มันไม่ใช่น้ำมันเครื่อง ล้านเปอร์เซ็นต์ โดยเทคนิคที่ 1 เขาเรียกว่า Infared Spectroscopy คือเป็นการหาโครงสร้างสารเคมี โดยใช้รังสี IR ซึ่งเป็นเทคนิคที่ยอมรับกันทั่วโลก ซึ่งเราวิเคราะห์แล้วพบว่า “ในน้ำมันหัวเชื้อมีอะตอมของคลอรีน อยู่ในนั้นด้วย หลังจากนั้นเราก็มายืนยันผลโดยใช้เทคนิคที่ 2 ก็คือตัว Newclear Resonance ซึ่งเครื่องนี้ ความถี่ 300 เมกเกอเฮิร์ตซ อยู่ที่ 15 ล้านวัตต์ เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างไฮเทค ก็ยืนยันเช่นกันว่า มีอะตอมคลอรีนอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ไปเปรียบเทียบกับสารมาตรฐานที่เราสันนิษฐานว่าจะเป็นตัวนั้น ก็ปรากฏว่า น้ำมันยี่ห้อดังก็ไปตรงกับ Chlorinated Paraffins หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นคลอรีน ซึ่งน้ำมันที่มีองค์ประกอบของคลอรีน ที่ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ มันไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มของน้ำมันเครื่อง นี่คือสาเหตุว่า เขาไม่ต้องไปขึ้นทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงานใดๆ เพราะว่ามันไม่ใช่น้ำมันเครื่อง มันเป็นสารอีกตัวหนึ่งเลย เป็นสารคนละตัว และไม่ได้พบในยี่ห้อดังอันเดียว แต่ว่าเจอทุกยี่ห้อเลย เขาเรียกว่าอย่างที่บอก “โดยสาร Chlorinated Paraffins นี้ เขาใช้เป็นสารเคลือบโลหะ เขาใช้ในอุตสาหกรรมการตัดเหล็ก เคลือบใบเลื่อยให้มีความทนทานและหล่อลื่น เวลาเลื่อยจะไม่สึกหรอ มันก็จะตัดเหล็กได้ง่ายมาก อันนี้คือหน้าที่ของมันเป็นหลักเลย อันที่สอง คือ เป็นสารตัวเติมที่ใช้ทำพลาสติก ซึ่งเขาใช้ทำกันทั่วไป อันที่สาม คือเขาใช้ในอุตสากรรมการทำกาว พวกกาวซิลิโคน หรือ กาวยาง และกาวอื่นๆ ก็คือไม่ได้เกี่ยวข้องกับน้ำมันเครื่องเลย ที่สำคัญจุดเดือดของสารพวกนี้คือ อยู่ที่ไม่เกิน 500 องศาเซลเซียส ซึ่งมีจุดเดือดที่ต่ำ “ถ้าเราเทียบกับสภาพในห้องเครื่องยนต์เนี่ย ผมก็โทรถามอาจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ แกบอกว่า ในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซล อุณหภูมิจะอยู่ในประมาณ 500-1000 องศา นั่นหมายความว่า ถ้าเราใส่สารกลุ่มนี้เข้าไป มันจะมีอุณหภูมิที่สูงมาก จนเลยจุดเดือดของมัน มันก็จะเกิดการระเหย ซึ่งเมื่อเกิดตามที่บอกไปแล้ว ก็จะเกิดเขม่าควันอะไรต่างๆ อาจจะทำให้เครื่องน็อกได้ หรือ ถ้าเกิดการระเหยแล้วตัวคลอรีนอะตอมมันหลุดออกมา มันจะไปรวมตัวกับตัวไฮโดรเจน ก็จะเป็นกรดไฮโดรคลอริค หรือภาษาชาวบ้านที่เข้าใจง่ายคือกรดเกลือ จะทำให้สภาพห้องเครื่องกลายเป็นกรดค่อนข้างสูง ฉะนั้นก็ไม่แปลกนะครับที่จะทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มนะครับ ที่ระบุว่าใช้หัวเชื้อน้ำมันเหล่านี้ ซึ่งรวมทุกยี่ห้อ แล้วมันทำให้ตัวข้างในต่างๆ ชำรุดเสียหาย “สำหรับการใช้งานในช่วงต้นนั้น ถ้าอุณหภูมิไม่สูง หรือ ใช้ในการวอร์มเครื่อง อุณหภูมิไม่มาก อุณหภูมิก็จะไม่ถึงในจุดเดือดของมันครับ เพราะว่าตัวนี้มันทนได้ถึง 500 องศา เพราะฉะนั้นในช่วงที่แรงบิดยังไม่เยอะ ก็จะรู้สึกว่าเครื่องยนต์บิดได้แรงขึ้น หรือว่าสภาพเครื่องเสียงมันจะดี แต่ว่าถ้าใช้ในระยะยาว ในกรณีขับข้ามจังหวัด หรือใช้เครื่องยนต์หนักๆ เนี่ย อุณหภูมิจะสูงเกินกว่าจุดเดือดของสารนะครับ เพราะฉะนั้นมันจะเริ่มระเหย เมื่อเริ่มระเหย มันก็จะเกิดปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ต้องให้กูรูด้านเครื่องยนต์เป็นคนอธิบาย แต่ว่าในส่วนของการพิสูจน์ในครั้งนี้เนี่ย ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เป็น Chlorinated Paraffins ซึ่งก็ไม่ต่างจากกูรูท่านอื่นๆ ออกมาคาดหมายไว้ ซึ่งมีอยู่ในทุกยี่ห้อ “คือมีผลระยะยาวครับ น้ำมันเคลือบโลหะ ที่มีการใช้เคลือบโลหะได้จริง แต่ว่ามันไม่เหมาะกับสภาพเครื่องยนต์ที่มีความร้อนสูงมาก ผมเคยเห็นคลิปของการทดลองในบางคน ที่ใช้เป็นเครื่องจักรที่ใช้แรงม้าเดียว ในตัวนั้นมันดีมาก เป็นลักษณะของใบเลื่อย แต่ว่า เราทำในอุณหภูมิห้องข้างนอกไงครับ มีการโชว์ มีการทดสอบโดยการเอามาเลื่อย ตัวนั้นดีมากๆ แล้วก็แรงเสียดทานต่ำ แต่ว่าสภาพเครื่องยนต์ที่อยู่ข้างในและนอกนั้น มันต่างกันมาก ในนั้นอุณหภูมิมันสูงมาก “ส่วนที่ถามว่า มีผลต่อร่างกายหรือเปล่านั้น สารพวกนี้มันใช้ในเครื่องยนต์ มันไม่ได้เหมือนกับสารที่ใช้ในเครื่องสำอาง ที่มีการสัมผัส ดังนั้นการเผาไหม้ที่เกิดในห้องเครื่อง มันก็จะเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดไฮโดรคาร์บอน โดยออกมาเป็นเขม่าควันแบบตามท่อไอเสียมันก็จะมีทั้งคาร์บอนไฮดรอกไซน์ และ คาร์บอนมอน็อกไซน์ อยู่ที่ประสิทธิภาพของรถด้วย ซึ่งฉะนั้นคงไม่มีผลในเรื่องของสารพิษก่อมะเร็งที่เราต้องไปสัมผัสอะไร เพราะว่าเราเติมในเครื่องยนต์น่ะครับ แต่ว่าจะมีผลระยะยาวอย่างที่บอก

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้