จะ “แท้ง” หรือ “แจ้งเกิด”
นำเข้าเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [502]  

วัดใจลุงตู่ รอลุ้นรัฐฯ จัดมาตรฐานสนับสนุน “รถยนต์ไฟฟ้า” จะ “แท้ง” หรือ “แจ้งเกิด” เดือนนี้รู้ รมว.พลังงานเปรียบสถานีชาร์จไฟกับรถยนต์ไฟฟ้า เหมือนไก่กับไข่ ไม่รู้ใครจะเกิดก่อนกัน ส่วน “นิสสัน” ส่งสัญญาณพร้อมลุย “ลีฟ” เปิดตัวใหม่ในญี่ปุ่น ลุ้นทำตลาดในไทย ภาคเอกชนประสานเสียงรถยนต์ไฟฟ้าจะแจ้งเกิดได้ สถานีชาร์จไฟต้องพร้อม สวนทางผู้สร้างสถานีชาร์จ .....

โอดทำไป ไร้รถมาเติมไฟ จากกระแสของยานยนต์โลกใบนี้ที่ทิศทางมุ่งไปว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” กำลังมาอย่างชัดเจน โดยเวลานี้อยู่ในช่วงที่เรียกกันว่า “จังหวะเปลี่ยนผ่าน” ซึ่งจะกินเวลานานขนาดไหน 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี ยังไม่มีใครทราบได้อย่างแน่ชัด แต่ที่เริ่มประกาศเรียบร้อยแล้วคือ “การห้ามจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในหรือใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมัน” ของหลายๆ ประเทศในยุโรป เริ่มตั้งแต่นอร์เวย์ไวที่สุดคือ ภายในปี ค.ศ. 2025 ถัดมาเป็น เยอรมนี, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ที่ระบุปี ค.ศ.2030 ซึ่งทำให้รถยนต์ทุกค่ายต่างต้องเร่งปรับตัวให้ทันตามกระแส แม้จะยังคงมีเวลาอีกหลายปี ตลาดโลกกำลังมุ่งไปทิศทางนั้น ย้อนกลับมาดูประเทศไทยกันบ้าง “รัฐบาลลุงตู่” เองก็ค่อนข้างชัดเจนว่า สนใจที่จะสนับสนุนให้รถยนต์ไฟฟ้า สามารถแจ้งเกิดในเมืองไทยให้สำเร็จได้ หลายๆ ครั้ง เราได้เห็นการนั่งและขับรถไฟฟ้าโชว์ออกสื่อของท่านนายกฯ ขณะที่การผลักดันทางด้านภาษี ก็มีกระแสข่าวว่า จะเคาะตัวเลขการสนับสนุนที่ชัดเจนในห้วงเดือนกันยานยนนี้ แต่จนถึงบัดนี้ ยังคงมีเพียงการสนับสนุนด้านนโยบายที่ผ่านทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งมีเงื่อนไขหลายประการ ในการจะได้รับสิทธิประโยชน์นั้น แล้วเหตุใดจึงยังไม่มีความคืบหน้า ลองมาดูความเห็นจากหลายๆ ฝ่าย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เริ่มกันที่เรื่องของเจ้าภาพ โดย พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวไว้ในงานสัมมนาวิชาการ “Energy 4.0 ...โอกาสของอุตสาหกรรมไทย” มีใจความสำคัญถึงประเด็นใหญ่ คือ การมี 2 เจ้าภาพใหญ่ ได้แก่ “กระทรวงพลังงาน” ในเรื่องของการจัดการเกี่ยวกับสถานีชาร์จไฟฟ้า และ “กระทรวงอุตสาหกรรม” ในเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า รมว.กระทรวงพลังงาน กล่าวยอมรับว่า การมี 2 เจ้าภาพ มีประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคยังหาข้อยุติไม่ได้ เนื่องจากเมื่อกระทรวงพลังงานจัดสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าแล้ว แต่ไม่มีรถยนต์ไฟฟ้าเข้าไปเติม ขณะที่ฝากฝั่งของกระทรวงอุตสาหกรรมเองบอกว่า จะมีรถยนต์ไฟฟ้าได้ ต้องมีสถานีชาร์จไฟก่อน “ปัญหาดังกล่าว เปรียบเหมือน ไก่กับไข่อะไรจะเกิดก่อนกัน ทางกระทรวงพลังงานเองมีแผนชัดเจนในการขยายสถานีชาร์จไฟฟ้า ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ 150 สถานีภายในสิ้นปีนี้ และเราก็ยังคงดำเนินการต่อไป แม้จะไม่มีรถเข้าไปเติมไฟฟ้าก็ตาม” พล.อ.อนันตพร กล่าว ซึ่งในงานสัมมนาเดียวกันมีตัวแทนจากทางการไฟฟ้าทั้ง 3 ราย และปตท. ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย เข้าร่วม โดยทางฝั่งของการไฟฟ้า แสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า มีกำลังไฟฟ้าเพียงพอ แต่ปัญหาคือ ปัจจุบันสถานีชาร์จไฟฟ้าที่สร้างขึ้นแล้วนั้นไม่มีใครมาเติม มีค่าเฉลี่ยของ รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้บริการ เพียง 1 คัน/วัน/สถานี ทั้งที่ชาร์จไฟฟรี ทำให้ยากในแง่ของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาลงทุนสร้างสถานีเพิ่ม

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้