อยู่ก็ลำบาก ไปต่อก็ยาก
นำเข้าเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [72]  

ช่วงนี้เป็นเพราะอะไรทำให้คณะของคุณท่านต้องเผชิญปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ ความสงสัยในความสุจริต และวิกฤตศรัทธาที่กำลังก่อตัวอย่างน่าห่วง ฐานอำนาจที่เคยให้ยืนปักหลักมั่นใจ เริ่มมีอาการอ่อนไหวยวบยาบ ง่อนแง่น ไม่มั่นคงเสียแล้ว.....

บุญเก่ากำลังหมดไปเพราะได้ใช้ไปมาก ขณะที่ไม่ได้เติมบุญใหม่ แถมมีแต่ละเรื่องทำให้เปลืองตัว ศรัทธาความน่าเชื่อถือของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับความยั่งยืนของผู้กุมอำนาจรัฐ ถ้าปราศจากสิ่งนี้แล้ว อยู่ยาวต่อไปก็ไร้ความหมาย คุณท่านผู้นำอาจไม่ได้ก่อปัญหาเอง จนทำให้เกิดความเสื่อมที่เป็นอยู่ แต่เป็นเพราะผู้คนแวดล้อมเป็นพิษและตัวเองไม่จัดการ นอกจากจะแสดงให้เห็นอาการวางเฉย ปล่อยให้ความเสื่อมทรุดเป็นไปโดยพฤติกรรมด้านลบ ก็เหมือนทำด้วยตัวเอง ทำไมถึงปล่อยให้เหตุการณ์ด้านลบ กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีทีท่าว่าจะห่วงใย พยายามแก้ไข คำตอบส่วนหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วจะกระทบความรู้สึกของเพื่อนพ้องน้องพี่ สร้างปัญหาใหม่ หรือเป็นเพราะความลำพองเชื่อมั่นในอำนาจจากการรัฐประหารว่ายังคง “เอาอยู่” กับสถานการณ์ต่างๆ มีกฎหมายพร้อมในการควบคุมประชาชน มีอำนาจพิเศษ และกลุ่มมวลชนยังไม่มีผู้นำชัดเจนในการเคลื่อนไหว กระแสด้านลบยังไม่แรงพอ ท่าทียโสโอหังไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายให้เห็น เพราะคำพูด ลีลา พฤติกรรมของผู้กุมอำนาจแสดงให้เห็นชัด ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก การเสพติดอำนาจจากผลพวงของพฤติกรรมเผด็จการ ความอยากอยู่ในอำนาจนานๆ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ไม่มีใครยอมรับว่าอยากอยู่ในอำนาจยาวนาน เมื่อใดมีคำถามนี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้น ประชาชนเริ่มไม่พอใจคณะผู้กุมอำนาจจึงอยากรู้ท่าที ยิ่งมีคำปฏิเสธว่าไม่อยากอยู่ในอำนาจ ก็เป็นคำตอบในตัว มีความหมายตรงกันข้าม ความอหังการในอำนาจอาจมาจากสาเหตุอื่นๆ นอกเหนือจากความมั่นใจว่ามีฐานแข็งแกร่งโดยกองทัพ ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งยังมองไม่เห็นทางเลือกอื่น ยังยินดีที่จะยังอยู่กับผีตัวเดิมที่คุ้นกับพฤติกรรม ดีกว่าไปเสี่ยงกับผีตัวใหม่ที่ไม่รู้จัก หรือเป็นเพราะแรงกดดันจากต่างประเทศลดลง มีข้ออ้างโรดแหม็บๆ หลอกล่อประเทศตะวันตกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแน่ในปีหน้า แต่โดยความเป็นจริง หาคนในประเทศเชื่อยาก กลุ่มเฝ้าติดตามสถานการณ์การเมืองมองเห็นแผนการอยู่ต่ออีกยาว หวังแบบนั้นได้ แต่จะทำให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ในสภาวะวิกฤตศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความรู้สึกไม่ไว้ใจเริ่มก่อตัว ถ้าเป็นก้อนเมฆ ก็เป็นก้อนสีขาวกระจายทั่วท้องฟ้า รอการรวมตัวเป็นเมฆดำก่อนจะเทลงมาเป็นฝนห่าใหญ่ อาจมีพายุนำก็ได้ ปัญหาต่างๆ ได้สร้างความสงสัยในเจตนาของผู้กุมอำนาจรัฐว่ามีความหวังดีต่อบ้านเมืองหรือไม่ เป็นอย่างที่พฤติกรรมฟ้องให้เห็น การใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม การไม่ทำตามกฎหมาย ย่ำยีกฎหมาย ไม่ใส่ใจต่อคำพิพากษาของศาล เรื่องเจ้าสำนักธรรมกายหนี ปูหนี ร่างกฎหมายธรณีสงฆ์ รวมห่อรัฐวิสาหกิจ นโยบายพลังงาน อภิมหาโครงการต่างๆ ความเสื่อมด้านกลไกกระบวนการยุติธรรม การเล่นพรรคเล่นพวก ขาดหลักธรรมาภิบาลในการโยกย้ายข้าราชการ มาเฟียโล้น คณะคุณท่านจัดการเรื่องนี้ไม่เป็นที่น่าพอใจของวิญญูชน ยังไม่นับการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีประเด็นด้านความจำเป็น คุณภาพสินค้า ความโปร่งใส ปัญหาการทุจริต คอร์รัปชันคำโตยังมี เสียงร่ำลือเรื่องเสือหิวฝูงใหม่ฟังดูแล้วน่ากลัวบ้านเมืองล่มจม นโยบายต่างๆ สร้างความสงสัยว่าเน้นการเอื้ออวยให้กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มทุนใหญ่ และกลุ่มนักลงทุนข้ามชาติ หวังเงินจากต่างประเทศกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจ ประชาชนเห็นชัดแล้วว่า “ศาสตร์พระราชา” “เศรษฐกิจพอเพียง” ยังไม่การปฏิบัติจริง เป็นเพียงลีลาวาทกรรมกล่อมชาวบ้านในขณะที่เค้นแต่โครงการต่างๆ เพื่อกลุ่มทุนใหญ่ สะท้อนให้เห็นความผิดพลาดในทิศทางการบริหาร การจัดการ ทำให้เด็กนักเรียนไม่มีอาหารกลางวันกิน ขณะที่ประเทศส่งออกข้าวกว่า 10 ล้านตันต่อปี คุณท่านก็ได้แต่บอกว่าปัญหาต่างๆ เรื้อรังมานานแล้ว มีมาก่อน และทุกวันนี้ก็พยายามแก้ไขอยู่ ขอให้ประชาชนปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่รัฐบาลทำ ว่าต่อไป นั่นนี่โน่น แต่หลายเรื่องชาวบ้านไม่สามารถหลับหูหลับตายอมรับได้ กลิ่นเน่าโชยเกินทน กรณี “ปูหนี” ยังไม่มีใครแอ่นอกรับผิดชอบ พฤติกรรมเยี่ยงนี้ไม่เป็นสากล ไม่รับกับการผลักดันให้เป็นประเทศไทย 4.0 ระดับการทุจริตยังไม่ส่อแววว่าจะลด ขณะที่เปิดอ้ารับคนต่างชาติสารพัดประเภทเข้ามาจนเกินเลยความเป็นเออีซีแล้ว อะไรที่ทำให้คนฐานะระดับต่ำกว่ากลางจนถึงรากหญ้ามองเห็นอนาคต ยังไม่มี เห็นแต่นโยบายต่างๆ เพื่อกระตุ้นตัวเลขจีดีพี ผลสุดท้ายอะไรดีๆ ถูกผันไปเสริมความมั่งคั่งของเจ้าสัวอยู่สุดยอดของประเทศ ตัวเลขการเสียภาษีเงินได้ไม่รู้อยู่ที่ไหน ว่าถึงเรื่องการเมือง ยังไม่มีอะไรชัดเจน ดูแนวโน้มแล้วว่าอย่างดีที่สุดก็คือการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อใครก็สุดแล้วแต่ ผู้นำน่าจะเป็นคนเดิมตามที่วางเกมเอาไว้แม้จะมีลีลาตบตาสับขาหลอก สร้างภาพลวง แต่รูปแบบแนวโน้มพฤติกรรมมันฟ้อง การไม่ใช้อำนาจจัดการปัญหาก็คือปัญหาเรื้อรัง ขณะที่การใช้อำนาจเพื่อสร้างปัญหาใหม่ก็เป็นการซ้ำเติมบ้านเมือง ทำให้คนรู้ทันไม่สงสัยอีกแล้ว ถ้ายังเป็นแบบนี้ ความมั่นคงของบ้านเมืองจะมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ผลสุดท้ายก็จะเกิดวิกฤตร้ายแน่ เว้นแต่จะมีอภินิหารแห่งอำนาจแท้จริงจัดการพวกตัวปัญหาปัจจุบันเท่านั้น!

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้