“คน” จึงสำคัญที่สุด
นำเข้าเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [618]  

เรื่องของ“เผด็จการ”กับ“ชาติไทย!” (ตอนยี่สิบ) “คน” กับการเดิมพันด้วยอนาคต? “คน” คือปัจจัยสูงสุดของความสำเร็จและความล้มเหลวในแทบทุกเรื่องรวมทั้งมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อคนและชาติจะรุ่งเรืองหรือพินาศ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ที่ประชาชนทุกชาติจะต้องทำทุกวิถีทาง ให้คนดีได้ขึ้นปกครองชาติและกีดกันไม่ให้คนชั่วมีอำนาจโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันมิให้คนชั่วทำความเดือดร้อน ให้กับคนดีและสร้างความเสียหายต่อชาตินั่นเอง.....

เรื่องของ “คน” จึงสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องคนทำความดีกับคนทำความชั่วที่ต่อสู้กันมาตั้งแต่โบราณกาลโน่นแล้ว อำนาจรัฐไทยเต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลบริหารโดย “คน-นายกฯ” และ “กลุ่มคน-ครม.” ที่เข้ามาใช้อำนาจรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย หนึ่ง-ผ่านระบอบประชาธิปไตยเลือกตั้งแบบตะวันตกหรือ สอง-ผ่านการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐ จากรัฐบาลโกงชาติที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อไม่เคยมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงทำให้ชาติไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยที่แท้จริงเพราะในรัฐสภาและรัฐบาลโดยส่วนใหญ่มีแต่บรรดานักการเมืองขี้โกง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยกำมะลอและวงจรอุบาทว์ทางการเมือง ดังนี้ หนึ่ง-นักการเมืองโกงการเลือกตั้งเข้าสภา! สอง-สมาชิกสภาฯ (โกงเลือกตั้ง) ตั้งนายกฯ และรัฐบาล (โกงชาติ!) สาม-นายกฯ และรัฐบาลโกงชาติโจ๋งครึ่มจนถูกประชาชนขับไล่! สี่-รัฐบาลโกงชาติจึงแก้ปัญหาด้วยการ “ยุบสภา” หรือถูกคณะนายทหารทำรัฐประหารโค่นล้มลง! ทว่า “กลุ่มคน” ทำรัฐประหารส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ไม่ได้รักชาติและประชาชนด้วยใจจริง เพราะมักทำการปกครองแบบ “สมบัติชาติผลัดกันโกง” อีกทั้งยังมุ่งแต่จะสืบทอดอำนาจเพื่อโกงชาติต่อเท่านั้น จึงไม่ได้คิดและทำการปฏิรูปชาติทุกภาคส่วนให้ดีมีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง ดังนั้น ห้า-กลุ่มคณะรัฐประหารจึงใช้วิธี ปิดฉากบทบาทเผด็จการด้วยการจัดให้มีการเลือกตั้งสกปรกไงล่ะ! เฮ้อ...คณะรัฐประหารที่ผ่านมา จึงไม่เพียงเดินย่ำเท้าอยู่กับที่เท่านั้น แต่บางคณะยังนำชาติไทยถอยหลังลงคลองอีกต่างหาก โดยแอบไปจับมือกับ “กลุ่มนักการเมืองน้ำเน่า” ที่โกงชาติ หันมาสนับสนุนกลุ่มทหารที่ทำรัฐประหาร ให้สืบทอดอำนาจต่อหลังการเลือกตั้งสกปรกนั่นเอง เรียกว่า...คณะรัฐประหารที่ผ่านมาคิดและทำได้เพียงแค่ เอา “น้ำเน่าเก่ามาใส่แก้วใหม่” แล้วใช้อำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จ นำมาแจกจ่ายบังคับให้ “ผู้คนดื่มกิน!!!” ยุครัฐประหารของ “รสช.” ที่นำโดย พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่นอกจากจะไร้การปฏิรูปชาติทุกภาคส่วนแล้ว คณะรัฐประหาร “รสช.” ยังหลงเดินทางผิด โดยรวบรวมนักการเมือง “น้ำเน่า” มาตั้ง “พรรคสามัคคีธรรม” ก่อนจะจัดให้มีการเลือกตั้งสกปรก แล้วผลักดันให้ “บิ๊กสุ-ผู้เสียสัตย์” ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านต่อต้านจากประชาชนแม้แต่น้อย ความไม่ชอบธรรมของ “บิ๊กสุ” ครั้งนั้น จึงเป็นต้นเหตุการชุมนุมของประชาชน ที่นำโดยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง อันนำไปสู่การใช้กองทัพเข่นฆ่าประชาชน จนเกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ในเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ในปี 2535 แต่เหตุการณ์ร้ายที่กำลังจะบานปลาย เป็นสงครามกลางเมืองในครั้งนั้น ได้ยุติลงอย่างฉับพลันทันใด ด้วยพระบารมีของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เสด็จลงมาแก้ไขคลี่คลายปัญหาให้ชาติและประชาชนด้วยพระเมตตา ทรง “หย่าศึก” ระหว่าง “พลเอก” กับ “พลตรี” จนนำความสงบสุขกลับคืนสู่ชาติบ้านเมืองได้อีกครา ยุครัฐประหารในปี 2549 ของ “บิ๊กบัง-พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ในนาม “คมช.” ที่ “บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก” ร่วมอยู่ด้วย จากเหตุการณ์ประชาชนชาวพันธมิตรฯ ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลโกงชาติ ก็มิได้มีการปฏิรูปชาติทุกภาคส่วนเช่นกัน แถมยังหวังใช้นักการเมืองน้ำเน่า เป็นฐานเสียงสืบทอดอำนาจรัฐ โดย “บิ๊กบัง” ได้ตั้งพรรคการเมืองของตนขึ้นมา แต่พรรคของ “บิ๊กบัง” กลับได้ ส.ส.เพียงคนเดียว คือตัว “บิ๊กบัง” จากบทบาทผู้นำรัฐประหารที่ยิ่งใหญ่ กลับกลายสภาพเป็น “ผี-โม่แป้ง” ให้ “ทักษิณ” ในสภาไปเสียฉิบ! ดังนั้น การคิดและกระทำดังกล่าวข้างต้น ของกลุ่มคนทำรัฐประหารที่ผ่านมา นอกจากจะแก้ปัญหาชาติไม่ได้แล้ว ยังกลับเป็นการหมักหมมทับถมปัญหา และเพิ่มวิกฤตชาติร้ายแรงยิ่งขึ้นในทุกมิติจนหลายเรื่องยากจะแก้ไขและหลายเรื่องสายเกินแก้ไปเสียแล้ว เพราะวันนี้การเมืองสามานย์ของทุนนิยมภายใต้ระบอบประชาธิปไตยกำมะลอ ที่การเลือกตั้งไร้ความบริสุทธิ์ยุติธรรม ได้บั่นทอนทำลายความมั่นคงของ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์-ประชาชนอย่างร้ายแรงชนิดบางเรื่องไม่เคยเกิดมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย รัฐบาลรัฐประหารของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” กับ “ชาว คสช.” ครั้งนี้ บริหารชาติมาแล้วกว่า 3 ปี แต่การปฏิรูปชาติทุกภาคส่วนยัง “พายเรืออยู่ในอ่าง” บางเรื่องไร้แววสำเร็จเสมือน “พายเรืออยู่กลางมหาสมุทร” ด้วยซ้ำไป การปราบ “กลุ่มคนโกงชาติ” ที่รัฐบาล “บิ๊กตู่” ประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” นั้น ยังคงจับคนโกงชาติได้แค่ “ปลาเล็กปลาน้อย” เท่านั้น ขณะที่ “ปลาใหญ่” ยังลอยนวลเย้ยกฎหมาย แถม “ปลาบิ๊กเบิ้มบางตัว” ยังหนีรอดเงื้อมมือรัฐเผด็จการ “บิ๊กตู่” ไปได้อย่างมีเงื่อนงำ สะท้อนให้เห็นว่า...รัฐบาลนี้ไม่จริงจังและจริงใจต่อการปราบ “กลุ่มคนโกงชาติ” เท่าที่ควร...จริงไหม? เรื่องของ “คน” จึงสำคัญที่สุด ชาติและประชาชนจะรุ่งเรืองหรือล่มจม ดูกันที่คนดีหรือคนชั่วกำลังครองชาติบ้านเมืองอยู่ครับ...! LINE it!

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้