โกงจริงคุกจริง!
นำเข้าเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [615]  

โกงจริงคุกจริง! ดูคลิปอธิบายระบายข้าวแบบจีทูจีเก๊ ก่อนที่ “บุญทรง-ภูมิ-เสี่ยเปี๋ยง” ติดคุก .....

มาดูคลิปที่มาคดีโกงจำนำข้าว ขายข้าวแบบจีทูจีเก๊ เข้ากระเป๋าพ่อค้าข้าว ศาลจำคุกรัฐมนตรี 36 - 42 ปี และพ่อค้าข้าว 48 ปี สะท้อนความเหม็นคาวคลุ้งเน่าเฟะของนโยบายประชานิยมพรรคเพื่อไทย คลิปแรก เป็นของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงไว้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2555 ความยาวประมาณ 2 นาที อธิบายถึงการขายข้าวแบบจีทูจีเป็นของปลอม ทำให้รัฐบาลขาดทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น ต้องจำนำข้าวตัวเอง แท้ที่จริงแล้วเป็นการขายข้าวให้กับบริษัทคนสนิทของนายทักษิณ ชินวัตร และเงินที่รัฐบาลเสียไปสองต่อ มันก็คือเงินภาษีของเรา อีกคลิปหนึ่ง เป็นขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน แสดงครั้งแรกในพิพิธภัณฑ์กลโกงชาติ ระบุว่า โครงการรับจำนำข้าว เป็นนโยบายประชานิยม ที่พรรคเพื่อไทยทำสัญญากับชาวนาไว้อย่างสวยหรู ว่า จะทำให้ชีวิตรากหญ้าอยู่ดีกินดี ด้วยการรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท แต่ระหว่างโครงการ กลับพบการทุจริตหลายร้อยคดี สำหรับกระบวนการกว่าจะตัดสินคดี เริ่มตั้งแต่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่า เกิดการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีเก๊ กระทั่งวันที่ 4 ธันวาคม 2555 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ข้อร้องเรียน นพ.วรงค์ โดยมี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน ต่อมาวันที่ 20 มกราคม 2558 ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ และ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพาณิชย์ และพ่อค้าข้าว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล) และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 16 กุมภาพันธ์ 2558 สำนวน ป.ป.ช. ส่งถึงมือ นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ก่อนที่ 15 มีนาคม 2558 อัยการสูงสุด สั่งคณะทำงานอัยการยื่นฟ้อง นายบุญทรง และคณะ อดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3 คน ข้าราชการการเมือง 3 คน นิติบุคคลและกรรมการบริษัทรวม 21 ราย ศาลให้ประกันจำเลย ตีวงเงินประกันสำหรับ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์, นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และ นายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง เจ้าของบริษัท สยามอินดิก้า พ่อค้าข้าวคนสำคัญ คนละ 20 ล้านบาท 17 มีนาคม 2558 อัยการหอบคำฟ้องพร้อมสำนวน ป.ป.ช. และเอกสารยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เลือก นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาขณะนั้นเป็นเจ้าของสำนวน พร้อมผู้พิพากษารวม 9 คน ก่อนจะมีมติเอกฉันท์ว่าคดีครบองค์ประกอบความผิดและอยู่ในเขตอำนาจพิจารณาของศาลฎีกา มีคำสั่งให้ประทับรับคำฟ้องของอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2558 กระทั่งวันที่ 13 มกราคม 2559 อัยการสูงสุด ก็สั่งฟ้องเพิ่ม 7 เอกชน อัยการสูงสุดก็สั่งฟ้องเพิ่ม 7 เอกชน ฐานสนับสนุนการทุจริตระบายข้าว ศาลได้สั่งรับคดีและให้รวมสำนวนเป็นคดีเดียวกัน การพิจารณาคดีผ่านไป 2 ปี 5 เดือน ในที่สุด 25 สิงหาคม 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาคดี โดยมีจำเลยรวม 26 คน ยกเว้น พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตผู้ช่วยเลขานุการและอดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ และ นายสุธี เชื่อมไธสง ที่หนีคดีศาลออกหมายจับ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในปี 2554 - 2555 นายบุญทรงและนายภูมิ ทำสัญญาขายข้าว 4 สัญญา ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี อ้างว่า ขายให้แก่รัฐวิสาหกิจจากประเทศจีน แต่รัฐวิสาหกิจนั้นไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนให้มาทำสัญญาจีทูจีกับไทย ขณะเดียวกัน มีการชำระค่าข้าวโดยแคชเชียร์เช็คธนาคารของไทยหลายร้อยฉบับ และมีคนไทยรับมอบข้าวไปขายต่อให้พ่อค้าข้าวในประเทศไทยด้วยกันเอง โดยไม่ได้ส่งออกไปจีนหรือประเทศอื่น ถือเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เอาเปรียบกรมการค้าต่างประเทศ เมื่อราคาข้าวในท้องตลาดลดลง ฝ่ายที่อ้างว่าเป็นตัวแทนรัฐวิสาหกิจจีน ไม่ยอมมารับข้าวตามสัญญา แต่กลับมาขอทำสัญญาฉบับใหม่ ซื้อข้าวชนิดเดียวกันในราคาต่ำกว่าสัญญาเดิมที่ต่ำกว่าท้องตลาดอยู่แล้ว และเมื่อนายบุญทรงไม่เปิดประมูลขายข้าวในประเทศ ทำให้ข้าวในท้องตลาดขาดแคลน พ่อค้าข้าวคนอื่นๆ ไม่สามารถหาซื้อข้าวในท้องตลาดได้ ต้องไปซื้อข้าวจากกลุ่มบริษัทของนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร เจ้าของบริษัทสยามอินดิก้า พ่อค้าข้าวคนสำคัญ จึงพิพากษาจำคุกนายบุญทรง 42 ปี นายภูมิ 36 ปี นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ 40 ปี นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ 32 ปี นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ 24 ปี และ นายอภิชาติ 48 ปี และให้บริษัท สยามอินดิก้า นายอภิชาติ และ นายนิมล หรือ โจ รักดี ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กระทรวงการคลัง 16,912 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันรับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ จำเลยอื่นให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามส่วนเช่นเดียวกัน

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้