“สุขภาพ......ต้องทำเอง”
นำเข้าเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [393]  

ปัจจุบันนี้พบว่าผู้คนหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะ “การวิ่ง” กิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆ เพียงมี “รองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ” ดังจะเห็นได้จากมีการจัดการแข่งขันวิ่งทั้งระยะสั้นไปจนถึงวิ่งทางไกลระดับ “มาราธอน” หลากหลายรายการพร้อมกับมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก ทว่าอีกมุมหนึ่ง การออกกำลังกายหาก .....

ทำไปโดยขาดความเข้าใจ ก็อาจเกิดอันตรายได้เช่นกัน ดังอุทาหรณ์จากรายการ “วิ่งเพื่อผู้พิทักษ์ปี 3 : ชีวิตของข้า เพื่อป่าของไทย” ระยะทาง 10 กิโลเมตร ณ สวนหลวง ร.9 เกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อ นายสรรเสริญ อ่อนน้อม อายุ 54 ปี เกิดเป็นลมหมดสติขณะกำลังวิ่ง แต่เคราะห์ดีที่ได้รับการช่วยเหลือจาก “หมอล็อต” น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ผู้มีชื่อเสียงในฐานะที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือช้างป่า ที่ได้ไปร่วมวิ่งในรายการดังกล่าวด้วย โดยทำการปฐมพยาบาล“CPR” อย่างทันท่วงที ทำให้ไม่เกิดเรื่องเศร้าสลดขึ้น ทั้งนี้ นายสรรเสริญ อยู่ระหว่างพักฟื้นจากการสวนหัวใจ เนื่องจากตรวจพบเส้นเลือดหัวใจตีบ น.สพ.ภัทรพล กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า กรณีการวิ่งมาราธอน หรือการออกกำลังกายในกีฬาชนิดต่างๆ การเตรียมความพร้อมในส่วนของร่างกายถือเป็นสิ่งสำคัญ ทุกครั้งที่มีการออกกำลังกาย สำรวจตัวเองว่ามีโรคประจำตัว หรือได้พักผ่อนอย่างเพียงพอหรือไม่? และเมื่อทำการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่งมาราธอน ไม่ควรอายที่จะพกยาดม ยาหม่อง เพราะถึงแม้ตัวเราจะไม่ใช้ ก็อาจจะได้ใช้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทางที่อยู่ข้างเคียงได้ ขณะที่ผู้จัดการแข่งขันก็ควรใช้ความระมัดระวังด้านเวลาเริ่มแข่งขันด้วย “กรณีการวิ่งมาราธอน ถ้าเป็นไปได้ควรให้มีการยืดหยุ่นเรื่องเวลา เช่น ควรสตาร์ทสัก 7 -8 โมงเช้า เป็นต้น เพราะทุกวันนี้ มีการเริ่มสตาร์ทกันที่ ตี 4 ตี 5 ถามว่าผู้ที่เข้ามาวิ่งมีการพักผ่อนที่เพียงพอหรือไม่? เมื่อเริ่มวิ่งตี 5 พวกเขาต้องตื่นเตรียมตัวก่อนประมาณ ตี 2 ตี 3 ทำให้ผู้มาวิ่งพักผ่อนนอนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันเป็นลมล้มหมดสติ” สัตวแพทย์คนดัง ระบุ ด้าน ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) อธิบายว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ จะมีสมรรถนะของร่างกายลดลง เพราะจะมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น และการบีบตัวให้เลือดออกจากหัวใจแต่ละครั้งได้ปริมาณน้อยลง ทำให้ปริมาณเลือดที่หัวใจส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดลง เป็นผลให้ปริมาณออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายนำไปใช้ลดลงด้วย เลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อไปว่า โดยพื้นฐานผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะออกกำลังกายได้คล้ายๆ กับในคนปกติ เพียงแต่ควรจะเน้นไปที่การออกกำลังกายในระดับปานกลาง เช่น เต้นแอโรบิก เดินเร็ว ขี่จักรยาน วิ่งเหยาะๆ และว่ายน้ำอย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์และควรออกกำลังแต่พอเหมาะ ช่วงที่เริ่มออกกำลังกายระยะแรก ควรซ้อมเบาๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบร้อน และหยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก หลังจากที่เริ่มเคยชินก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาของการออกกำลังกาย จนสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย 15 นาทีขึ้นไป และทำเป็นประจำทุกวัน “สำหรับบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีภาวะอ้วน ไม่เคยออกกำลังกาย หรือเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง อาทิ ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ ท่านต้องปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย และก่อนที่จะทำการวิ่งก็จะต้องมีการวอร์มร่างกายอย่างเพียงพอ ไม่ใช่มาถึงก็โหมวิ่งเลยทันที ที่สำคัญต้องฟังสัญญาณร่างกายของตนเองเพราะหากร่างกายรู้สึกไม่ไหวจะฟ้องเราออกมาทันที อาทิ หากในระหว่างวิ่งมีอาการหน้ามืด เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่ายให้หยุดวิ่งและรีบปรึกษาแพทย์ทันที” เลขาธิการ สพฉ. ฝากทิ้งท้าย

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้