(Thai Natural Language Processing)
นำเข้าเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [585]  

เร็วๆ นี้ที่ Facebook เกิดการปิดระบบปัญญาประดิษฐ์เมื่อทางนักวิจัยของ Facebook.....

Mark Zuckerberg (ซ้าย) Elon Musk (ขวา) แฟ้มภาพเอพี อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ ผู้อำนวยการศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เร็วๆ นี้ที่ Facebook เกิดการปิดระบบปัญญาประดิษฐ์เมื่อทางนักวิจัยของ Facebook พบว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นนั้นเริ่มพูดคุยกับระบบปัญญาประดิษฐ์ด้วยกันเอง เข้าใจกันเอง โดยที่ใช้ภาษาที่ประดิษฐ์ขึ้นมากันเอง และมนุษย์ไม่เข้าใจภาษาเหล่านั้นที่ระบบปัญญาประดิษฐ์หลายๆ ระบบประดิษฐ์กันขึ้นมาเองเพื่อสื่อสารกันเองได้ Code ที่ระบบ AI เหล่านี้สร้างมาด้วยตนเองนั้นมีประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างระบบ AI ได้ดีกว่าคนและดีกว่าภาษาที่มนุษย์ใช้พูดคุยกับ AI ในการสั่งการ Elon Musk ซึ่งเป็น CEO คนดังของวงการไอทีในซิลิคอนวัลเลย์และยังเป็น CEO ของ TESLA รถยนต์ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งนี้ Elon Musk กล่าวว่า “ปัญญาประดิษฐ์เป็นกรณีที่มีความจำเป็นในการที่มนุษย์จะต้องทำงานเชิงรุกในการออกกฏหมายและระเบียบต่างๆ มาเพื่อกำกับการพัฒนา เพราะถึงแม้จะมีการออกกฎหมายและระเบียบต่างๆ เพื่อกำกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ก็ตามมันก็จะสายเกินไปแล้ว” ทั้งนี้ Elon Musk ได้กล่าวในงานประชุมของผู้ว่าการรัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเกิดหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ประเภท Terminator ที่จะออกมาทำลายล้างโลก ซึ่งไม่ใช่แค่จินตนาการ แต่เป็นสิ่งที่มีโอกาสเป็นจริง Elon Musk นั้นพูดเรื่องนี้มาหลายปีและกังวลว่ามนุษย์จะกลายเป็นพลเมืองชั้นสองของโลกในอนาคตที่จะครอบงำโดยปัญญาประดิษฐ์และจะมีหุ่นยนต์ที่เก่งเพราะปัญญาประดิษฐ์และคิดเองได้มาบังคับมนุษย์อีกทีจนเกิดความเดือดร้อนวุ่นวายและการลุกฮือของหุ่นยนต์ได้ ในขณะที่ Mark Zuckerberg เจ้าของและ CEO ของ Facebook กลับแสดงความเห็นสวนไปในทางตรงกันข้ามว่า Elon Musk นั้นเป็นคนไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม และ Elon Musk ก็โต้กลับ Mark Zuckerberg ว่า มาร์คเองนั้นมีความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์จำกัดจำเขี่ยมาก เรื่องดราม่า AI ในซิลิคอนวัลเลย์นี้ มีแฟนานุแฟนของทั้งสองฝั่งออกมาเชียร์ถือหางแต่ละฝ่ายกันอย่างสนุกสนาน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทั้งสองคนนี้เห็นตรงกันในเรื่องของ AI คือ AI จะนำมาซึ่งรายได้มหาศาลและในขณะเดียวกันก็กระทบกับตลาดแรงงานอย่างรุนแรงด้วย เพราะหลายงานนั้นไม่มีความจำเป็นต้องใช้คนทำอีกต่อไปเพราะ AI จะทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ ขณะที่บางฝ่ายออกมาวิจารณ์ว่าการเถียงกันของมหาเศรษฐีสองคนนี้ไม่มีอะไรนอกจากการเรียกกระแสและการที่ปกป้อง brand ของตัวเอง เรื่องที่ปัญญาประดิษฐ์จะคิดเองได้นั้นไม่แปลกอะไร Chat bot นั้นมันเรียนรู้ได้เองจากการที่มีคนไปพูดโต้ตอบกับมัน อย่าง Siri ที่คนไทยชอบใช้ก็พูดจาหยาบคายมากและด่าแสบๆ กวนๆ หากไปสอนภาษาแปลกๆ ที่เราคิดกันขึ้นมาเอง แต่ถึงคนที่เข้าไปใช้และสอนมันเหมือนๆ กัน Chat bot ที่สร้างจาก AI เหล่านี้ก็คงเรียนรู้และคิดภาษาใหม่ๆ ให้เข้าใจกันเองได้ไม่ยาก ยิ่งมีการเรียนรู้แบบเสริมแรง (Reinforcement learning) มาใช้ในปัญญาประดิษฐ์มากขึ้นยิ่งมีโอกาส Tay เป็น Chat bot ที่ Microsoft สร้างขึ้นพอ launch ออกมาไม่นานมันก็พูดจาหยาบคาย เหยียดผิว เหยียดเพศ เพราะอเมริกันชนไปสอนให้มันพูดเช่นนั้น มันก็เรียนรู้ทัศนคติแบบนั้นมาด้วย ในขณะที่ Rinna ซึ่งเป็น Chat bot ของญี่ปุ่นถูกสอนให้คิกขุอาโนเนะแนวโอตากุ แบบคนญี่ปุ่นทำให้ Rinna พูดจาอ่อนหวาน จากเดิมที่มนุษย์เป็นคนสอน AI ตอนนี้ AI ก็สอนก็เรียนรู้กันเองได้ และในอนาคต AI อาจจะเก่งถึงขั้นมีจินตนาการและมีความรู้สึกนึกคิดได้เหมือนมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่น่ากลัวสุดคือ ประเทศไทยเราล้าหลัง และไม่มีคนพร้อมพอสำหรับเทคโนโลยี AI เหล่านี้ วิทยาการด้านนี้จะก้าวไปไวมาก เราเองผลิตไม่ได้ก็จะได้แต่นำเข้าและเสียเปรียบอยู่ตลอดไป ส่วน Chat bot หรือ AI นั้นของไทยไม่น่าจะต้องกังวลมาก เพราะภาษาไทยนั้นยากมาก มีไวยากรณ์หลวมๆ ไม่มีการตัดคำที่ชัดเจน ไม่มีการใช้เครื่องหมายวรรคตอนเท่าที่ควร การประมวลผลภาษาธรรมชาติภาษาไทย (Thai Natural Language Processing) ก็ยังไม่ไปถึงไหนเท่าไหร่ ถือว่าเป็นภาษาที่ยากมากสำหรับคอมพิวเตอร์ที่จะเข้าใจภาษาไทย เราคงต้องพัฒนากันไปอีกมาก และคงยังไม่ถึงจุดที่จะต้องกังวลว่า AI จะสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาคุยกันเองได้ ที่น่ากลัวที่สุดคือการตกงานจาก AI ต่างหาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ไปสร้างโรงงานผลิตอาหารในจีนใช้ Automation หุ่นยนต์ และ AI มาแทนที่คนงานเป็นร้อยเป็นพัน หรือเมื่อคราว Donald Trump ประกาศว่าจะตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์จากรถยนต์ที่ผลิตในเม็กซิโก ต้องมาผลิตในอเมริกาเท่านั้น ทาง NISSAN ยอมตาม Donald Trump ทันทีแต่เปลี่ยนโมเดลการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ให้ใช้ AI และหุ่นยนต์แทนคนมากที่สุด ทำให้การผลิตรถยนต์แม้จะตั้งโรงงานในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีราคาแพงมากก็ยังทำได้ และควบคุมต้นทุนให้ลดลงได้มาก โดยใช้หุ่นยนต์แทนคนงานและวิศวกรเป็นร้อยเป็นพันคน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ คนไทยไร้ฝีมือแรงงาน มีความสามารถน้อยกว่า AI จะต้องตกงานอีกมาก ในอนาคตอันใกล้นี้ นี่คือสิ่งที่เราต้องเผชิญ และเป็นประเด็นที่ทั้ง Elon Musk และ Mark Zuckerberg เห็นต้องตรงกันอย่างยิ่ง

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้