การทุจริต...สร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง
นำเข้าเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [603]  

.....

อาการดิ้นรนทุรนทุรายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิดนับวันจะเหมือนคนสติแตกที่ตะเกียกตะกายทำทุกอย่างหวังเอาชีวิตรอดในยามสิ้นหวังกับผลกรรมที่ก่อไว้ร่วมกับพี่ชายในคดีโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวมีใจความว่า “ดิฉันอยากจะสะท้อนถึงความพยายามต่างๆในการกระทำที่เสมือนสร้างเป็นเงื่อนไขเพื่อชี้นำคดีก่อนที่จะมีผลตัดสินของศาลฎีกาฯในคดีโครงการรับจำนำข้าว แต่ในที่สุดรัฐบาลก็เลือกที่จะทำเพราะคิดว่าตนมีอำนาจจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ รวมทั้งไม่รอคำสั่งศาลปกครองที่ดิฉันได้ขอให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ แม้วันนี้ดิฉันจะถูกอายัดบัญชีธนาคารและกำลังจะถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด จนต้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอทุเลาคงได้แต่บอกว่า ดิฉันยังเข้มแข็งและพร้อมยืนหยัดต่อสู้ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่า ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ผ่านการแถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลอย่างหมดใจในวันที่ 1 ส.ค.นี้ค่ะ ซึ่งดิฉันจะทำอย่างดีที่สุด ดิฉันขอเปลี่ยนกำลังใจจากแฟนเพจและพี่น้องประชาชนมาเป็นพลังให้ดิฉันได้มีความเข้มแข็งและอดทนค่ะ” การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่ามีการชี้นำคดีและรัฐบาลใช้อำนาจตามใจชอบในคดีโครงการรับจำนำข้าวนั้นต้องทำความเข้าใจว่า อำนาจตุลาการหรือ ศาลสถิตยุติธรรมเป็น 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตยของชาติที่ดำรงความเป็นอิสระแยกต่างหากจากอีก 2 อำนาจคืออำนาจบริหารคือรัฐบาลและอำนาจนิติบัญญัติคือรัฐสภามาช้านานโดยที่ไม่มีใครที่จะสามารถแทรกแซงอำนาจตุลาการได้อย่าว่าแต่ศาล ซึ่งเป็นสถาบันที่อำนวยความยุติธรรมสูงสุดขั้นสุดท้ายที่ถูกปลูกฝังในเรื่องความเที่ยงตรงซื่อสัตย์สุจริต ขณะที่ผู้พิพากษาแต่ละคนกว่าจะมาเป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกาต้องผ่านการกลั่นกรองและได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตเที่ยงตรงดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงไม่ต้องห่วงว่าจะมีการชี้นำศาล เพราะศาลจะพิจารณาตามข้อมูลพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเท่านั้น เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของศาลเคยมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว อย่างคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกซึ่งก่อนที่ศาลจะตัดสินคดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก มอบหมายให้ทีมทนายความถือถุงขนมซึ่งภายในมีเงินสด 2 ล้านบาททำทีไปหยั่งเชิงติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาลและผู้พิพากษา แต่ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลปฏิเสธซ้ำดำเนินคดีทีมทนายฐานติดสินบน ทำให้ นายทักษิณ รู้แกวว่าล้มคดีไม่ได้แน่จึงวางแผนบินหนีออกนอกประเทศก่อนที่ศาลจะพิพากษาจำคุกนายทักษิณ 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ความจริงหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)คิดจะกลั่นแกล้งจัดการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกในคดีโครงการรับจำนำข้าวแบบเบ็ดเสร็จสามารถใช้อำนาจพิเศษทั้งยึดทรัพย์หรือให้ขึ้นศาลทหารก็ได้ แต่ทุกวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติทุกประการโดยไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐแต่อย่างใดทั้งสิ้น และผู้ที่จะชี้ชะตากรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือศาลสถิตยุติธรรม ไม่ใช่คสช. ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดนั้นผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดว่าผิดหรือไม่ผิดก็คือศาลซึ่งนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ที่ผ่านมาศาลเปิดโอกาสให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะฝ่ายจำเลยเบิกพยานในการไต่สวนคดีมากกว่าฝ่ายโจทก์คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุดถึงเท่าตัวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นคงไม่มีข้ออ้างใดๆในเรื่องความไม่ยุติธรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกดำเนินคดีฐานกระทำผิดต่อหน้าที่ปล่อยให้โครงการรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งๆ ที่หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นองค์กรระหว่างประเทศสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ป.ป.ช. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง สมาคมผู้ค้าข้าว หรือพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านขณะนั้นก็อภิปรายในสภาหรือแม้แต่ ดร.วีรพงษ์รามางกูร อดีตประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ทักท้วงตักเตือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลายครั้งให้ทบทวนโครงการเพราะมีการทุจริตและจะสร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง แม้กระทั่งเกิดกรณีชาวนาทั่วประเทศฆ่าตัวตายไปกว่า 10 รายเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถังแตกค้างค่าจำนำข้าวชาวนานานข้ามปี และมีชาวนาทั่วประเทศลุกฮือประท้วงทวงค่าจำนำข้าว แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับเมินเฉยยืนกรานเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไปภายใต้“ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ”ท่ามกลางการทุจริตและความเสียหายที่เกิดกับการคลังของแผ่นดินและวงจรข้าวของประเทศทั้งระบบ เพราะฉะนั้นเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์มั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดในคดีโครงการรับจำนำข้าวก็ไม่ควรวิตกจริตร้อนตัวออกมาเคลื่อนไหวรายวัน โดยควรรอฟังคำพิพากษาของศาลวันที่ 25 ส.ค.นี้อย่างสงบเยือกเย็นสง่างาม เพราะเชื่อว่าศาลจะตัดสินตามเหตุผลข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนและเที่ยงธรรมหลังจากที่ไต่สวนข้อมูลจากพยานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยไปแล้ว ทีมข่าวการเมือง

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้