ประเด็นร้อนแรง..จริงๆๆ
นำเข้าเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [581]  

.....

ตอนนี้กระแสเรียกร้องให้มี”การปฏิรูป”องค์กรต่าง ๆ กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังให้ความสนใจวิพากษ์วิจารณ์กัน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ที่ประชาชนอยากเห็นมากที่สุด และคาดหวังว่าจะได้เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมใน 9 เดือนจากนี้ไป ภายใต้การนำทัพปฏิรูปตำรวจโดย พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้ที่มีดีกรีระดับอาจารย์ของนายกรัฐมนตรี หากพูดถึงข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปตำรวจมีการศึกษามานานจากหลายองค์กร ทั้งจาก นักการเมือง นักวิชาการ สื่อมวลชน ประชาชน และคนในวงการตำรวจเอง ซึ่งทีมข่าวลึกทันใจเห็นว่า มีมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจมากของนายตำรวจน้ำดี อดีตอธิบดีกรมตำรวจ พลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ ที่มีข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา ใน 5 ประเด็นหลักคือ 1. การจะแก้ปัญหาการซื้อ-ขายตำแหน่งของข้าราชการตำรวจได้ ต้องเปลี่ยนวิธีการพิจารณาในการแต่งตั้งโยกย้าย โดยให้พิจารณาจากลำดับอาวุโสเท่านั้น เพราะจะเห็นได้ว่าหลักการแต่งตั้งโยกย้ายในปัจจุบันที่พิจารณาจากลำดับอาวุโส 33% และจากความเหมาะสม 67% นั้น ในส่วนของ 67% นี่เองที่เป็นการเปิดช่องให้เกิดการซื้อ-ขายตำแหน่ง 2. ยกเลิกยศของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตำรวจทำงานแบบเอาใจนายเพื่อให้ได้เลื่อนยศ 3. เพิ่มอัตรากำลังของตำรวจในแต่ละส่วนให้สอดคล้องกับภารกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และแก้ปัญหาการเรียกรับเงินใต้โต๊ะในการทำงาน 4. ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากปัจจุบันตำรวจแต่ละนายมีผู้บังคับบัญชามาก ตั้งแต่ระดับสถานี ระดับภาค ไปจนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเป็นช่องทางให้ผู้ที่ต้องล้มคดีพยายามวิ่งเข้าหาผู้บังคับบัญชาระดับสูงซึ่งมีอำนาจสั่งการ โดยมีทั้งเข้าหานายตำรวจระดับสูงโดยตรงและวิ่งเต้นผ่านนักการเมืองที่มีอำนาจ ดังนั้นจึงควรให้ตำรวจขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีผู้บังคับการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ตำรวจจะทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะดูแลให้ตำรวจทำงานด้วยความซื่อตรงเพราะไม่เช่นนั้นผู้ว่าฯ ก็จะถูกเพ่งเล็งไปด้วย 5. สำหรับตำรวจที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานีตำรวจ เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการศึกษา ก็ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้านก็ให้ไปสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ตำรวจนครบาลให้ขึ้นกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตำรวจป่าไม้ให้อยู่ภายใต้สังกัดกรมป่าไม้ ขณะที่ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งติดตามตรวจสอบเรื่องการซื้อขายตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง แสดงความมั่นใจว่า การทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปฯ ชุด พล.อ.บุญสร้าง จะสำเร็จเป็นรูปธรรม และเห็นด้วยกับการโอนย้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม เพราะจะทำให้สามารถกำกับดูแลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดีกว่านั้น ก็ควรเลื่อนการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจปีนี้ไปก่อนจนกว่าจะมีการปฏิรูปได้สำเร็จ ทีมข่าวลึกทันใจก็หวังไว้อย่างสูงเช่นกันว่า สักวันหนึ่งจะได้เห็นตำรวจเป็น”ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”ไม่ใช่”ผู้พิฆาตสันติสุข”อย่างที่ผ่านมา และไหนๆก็พูดถึงเรื่องปฏิรูปตำรวจมามากแล้ว อยากจะขอแถมจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกสักนิดคือ ขอพ่วงปฏิรูปอัยการไปด้วยก็จะดีไม่น้อย อย่างกรณีของอัยการเมากร่างรายล่าสุด สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรม”บ้าอำนาจ”ที่ต้องเลิกได้แล้ว แม้จะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ก็ ได้สร้างความเสื่อมเสียให้องค์กรอย่างชนิดที่สังคมรับไม่ได้จริงๆ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้