โซเชียลแห่ชมช่วยนักวิ่ง 70 ปีหยุดหายใจคาสนาม
นำเข้าเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [633]  

.....

โซเชียลแห่ชมเจ้าหน้าที่ กกท. ช่วยฟื้นคืนชีพนักวิ่ง 70 ปี หยุดหายใจคาสนามวิ่ง ก่อนส่งรพ.อย่างปลอดภัย เลขาฯสพฉ. แนะ 8 ขั้นตอน ช่วยฟื้นคืนชีพ กรณีที่โลกโซเชียลเผยแพร่คลิปวีดีโอ เจ้าหน้าที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ทำการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR )ให้กับนักวิ่งอายุ 70 ปี ที่หัวใจหยุดเต้น ระหว่างการออกกำลังกายที่สนามกกท.หัวหมาก จนทำให้ชีพจรกลับมาเต้นอีกครั้งและนำส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัยนั้น นายธนศาล แก้วกังวาล ผู้ช่วยปฏิบัติงาน การกีฬาแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่หนึ่งผู้ร่วมช่วยชีวิตนักวิ่งคนดังกล่าว เปิดเผยว่าวันเกิดเหตุ ไปส่งเอกสาร และไปทำธุรกรรมที่ธนาคารในบริเวณใกล้เคียงกับสนามกีฬา ได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย วิ่งมาบอกให้ไปช่วยชายสูงวัยที่หมดสติ และไม่หายใจ ที่สนามกีฬา เมื่อไปถึงพบว่ามีนักวิ่งอีกหนึ่งคนกำลังทำการ CPR อยู่ ซึ่งเมื่อได้ตรวจสอบอาการผู้ป่วยพบว่าหมดสติและไม่หายใจจึงได้ช่วยทำCPR พร้อมตะโกนบอกให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โทรแจ้งสายด่วน 1669ทันที และให้ไปนำเครื่อง เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED ซึ่งกกท. มีติดตั้งไว้ 5จุด มายังที่เกิดเหตุ ต่อมาทีมแพทย์และพยาบาลของกกท. ได้มาสมทบและดำเนินการช่วยเหลือ จนในที่สุดผู้ป่วยกลับมามีชีพจร มีสติ และสามารถพูดคุยได้ ก่อนที่รถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลปิยะเวทจะนำส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย “ดีใจ และภาคภูมิใจมากที่ได้ช่วยชีวิตคน ส่วนตัวเคยผ่านการอบรมปฐมพยาบาลหลายครั้ง โดยมีการสอนให้ทำ CPR ให้ จึงมั่นใจในการช่วยเหลือ ที่สำคัญเมื่อรู้ว่ามีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ต้องตั้งสติ ให้ดี แล้วทำตามขั้นตอนที่ได้รับการอบรมมา” นายธนศาลกล่าว ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมาเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงขั้นตอนในการทำ CPR ว่า มีหลักการ 8 ขั้นตอนดังนี้ 1.เมื่อพบคนหมดสติ ให้ตรวจดูความปลอดภัย ก่อนเช้าไปช่วยเหลือ เช่น ระวังอุบัติเหตุ ไฟช็อต หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ 2.ปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงที่ดัง และตบไหล่ทั้งสองข้าง หากผู้ป่วยรู้สึกตัว หายใจเองได้ ให้จัดท่านอนตะแคง แต่หากยังไม่หายใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป 3.โทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 พร้อมร้องขอเครื่อง AED ที่อยู่ใกล้ 4.ประเมินผู้ป่วย หากไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ให้ทำการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพทันที 5.ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ ด้วยการกดหน้าอก จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย วางส้นมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างของกึ่งกลางกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกันไว้ เริ่มการกดหน้าอก ด้วยความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที 6.เมื่อเครื่องAED มาถึง ให้เปิดเครื่อง และเปิดเสื้อผู้ป่วยออก และทำตามที่เครื่อง AED แนะนำ 7.ติดแผ่นนำไฟฟ้าบนตัวผู้ป่วยตามรูป และห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย 8.ปฏิบัติตามที่เครื่อง AED แนะนำ จนกว่าทีมกู้ชีพ จะมาถึง และ ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอด และปลอดภัย “หากผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และถูกวิธี คือการช่วยเหลือโดยการ CPR ภายใน 4 นาทีหลังจากหัวใจหยุดเต้น ประกอบกับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED) ก็จะเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของประชาชนที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกสถานพยาบาลได้” เลขาธิการสพฉ.กล่าว

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้