จะเหลืออะไร..?
นำเข้าเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [498]  

.....

ยิ่งเวลาผ่านไปซากอัปยศทั้งความเสียหายย่อยยับและเบาะแสโครงการรับจำนำข้าวยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิดซึ่งเป็นหนึ่งในจำเลยคนสำคัญคดีโครงการรับจำนำข้าวถูกตีแผ่เผยให้เห็นความชั่วร้ายของแก๊งคนเลวกลุ่มหนึ่ง หนึ่งในความอัปยศของโครงการรับจำนำข้าวก็คือข้าวปริมาณมหาศาลเกือบ 20 ล้านตัน ที่ขายไม่ได้เนื่องจากราคาสูงกว่าตลาดโลกถึงเท่าตัวที่กองพะเนินรอเสื่อมคุณภาพซึ่งเป็นมรดกอัปยศที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทิ้งไว้ให้รัฐบาลปัจจุบันต้องเข้ามารับภาระสะสางแก้ปัญหาทั้งหนี้ที่ก่อไว้มูลค่ามหาศาลซึ่งเฉพาะค่าดอกเบี้ยตกปีละหลายหมื่นล้านบาท ยังไม่รวมปัญหาข้าวค้างสต๊อกจำนวนมาก ขณะที่ข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ข้าวล้นตลาดเป็นสาเหตุฉุดราคาข้าวตกต่ำ ซ้ำร้ายข้าวค้างสต๊อกทั่วประเทศจำนวนมากเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันต้องรับภาระจ่ายค่าดูแลรักษาถึงเดือนละหลายพันล้านบาท อย่างไรก็ตาม 3 ปีหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ค่อยๆ สะสางปัญหาด้วยการระบายข้าวค้างสต๊อกจำนวนมหาศาลด้วยการเจรจาขายให้ประเทศต่างๆ แบบรัฐต่อรัฐ รวมทั้งประมูลขายให้พ่อค้าภายในประเทศจนล่าสุดเหลือข้าวค้างสต๊อกอยู่ไม่ถึง 5 ล้านตัน สิ่งเลวร้ายที่พบจากมรดกอัปยศข้าวค้างสต๊อกตั้งแต่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็คือข้าวเสื่อมคุณภาพที่แม้แต่สัตว์ก็กินไม่ได้เข้ามาปลอมปนสวมรอยโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งข้าวผีที่หายไปจากโกดังมูลค่ามหาศาล ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลัง เคยเปิดเผยผลขาดทุนเบื้องต้นจากโครงการรับจำนำข้าวยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์มีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ล่าสุด นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เปิดเผยภายหลังลงตรวจสอบปัญหาข้าวค้างสต๊อกจากโครงการรับจำนำข้าวยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่คลังสินค้าศิริวรรณหลังที่ 2 จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาข้าวขององค์การคลังสินค้า(อคส.) ซึ่งก่อนหน้านี้มีการขนส่งข้าวจำนวน 6,250 ตัน ไปยังบริษัทสิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ จ.กำแพงเพชร เพื่อนำไปแปรสภาพ โดยการตรวจสอบพบว่ามีการเซ็นรับข้าวโดยหัวหน้าคลังสินค้า แต่กลับไม่มีข้าวส่งไปยังปลายทาง มีเพียงการทำเอกสารส่งและรับข้าวเท่านั้น อคส.จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหัวหน้าคลังสินค้าพร้อมกับร้องขอให้ป.ป.ท.ร่วมตรวจสอบ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีการฝากข้าวไว้ที่คลังแห่งนี้ 100,000 กระสอบ หรือประมาณ 10,000 ตัน ซึ่งเบื้องต้นมีข้าวกว่า 6,000 ตัน หายไป พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า อคส.นำข้าไปฝากไว้ที่โกดังกลางใน 14 จังหวัด คือ นครสวรรค์ กำแพงเพชร สุรินทร์ พิจิตร ชัยนาท พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สระบุรี อุบลราชธานี ลพบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม อุทัยธานี และเชียงใหม่ จนเกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดย 4 จังหวัด ที่มีความเสียหายสูงสุดมูลค่านับหมื่นล้านบาทได้แก่ นครสวรรค์ถูกดำเนินคดีมากที่สุด 201 คดี เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท กำแพงเพชร 102 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 15,000 ล้านบาท สุรินทร์ 94 คดี มูลค่าความเสียหาย 13,000 ล้านบาท และพิจิตร 60 คดี มูลค่าความเสียหาย 12,000 ล้านบาท โครงการรับจำนำข้าวที่รับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาตันละ 15,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดถึงเท่าตัวถูกตั้งข้อสังเกตว่าถูกออกแบบมาเพื่อเปิดช่องให้มีการสมคบกันทั้งนักการเมืองผู้มีอำนาจระดับชาติ ข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพ่อค้าที่ใกล้ชิดนักการเมือง ซึ่งหนึ่งในพ่อค้าที่เป็นจำเลยคนสำคัญคือ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ“เสี่ยเปี๋ยง” ซึ่งถือเป็นคนสนิทและเป็นที่ร่ำลือว่าเป็นมือหาเงินคนสำคัญของนายใหญ่มาช้านาน โครงการรับจำนำข้าวทิ้งซากหายนะไว้เป็นภาระหนี้ให้แก่ลูกหลานในอนาคตมูลค่าหลายแสนล้านบาท โดยหนึ่งในนั้นคือการนำข้าวคุณภาพต่ำราคถูกจากประเทศเพื่อนบ้านตันละ 4,000-5,000 บาท มาสวมสิทธิ์ขายข้าวให้รัฐตามโครงการรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ฟันส่วนต่างกำไรมหาศาลตันละ 10,000-11,000 บาท อีกวิธีหนึ่งก็คือสต๊อกผีหรือสต๊อกลมโดยเอกสารทางราชการระบุจำนวนข้าวที่เก็บไว้ตามคลังเก็บข้าวต่างๆ แต่ความจริงข้าวในโกดังมีการจัดฉากนำกระสอบข้าวมากองเรียงไว้ด้านนอกเพื่อตบตาให้เห็นว่ามีข้าวจำนวนมาก แต่ความจริงหากรื้อกระสอบข้าวแล้วตรวจสอบภายในกองข้าวจะพบว่ากลวงคือไม่มีข้าวอยู่จริง ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เคยเข้าไปตรวจสอบโกดังหลายแห่งถึงกับผงะกับสต๊อกผีไม่คิดว่าพวกเหล่าคนชั่วจะทำกันถึงขนาดนี้ อีกกลโกงที่เป็นข่าวใหญ่อื้อฉาวก่อนหน้านี้ก็คือการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี โดยโกหกตบตาคนทั้งประเทศว่ามีการขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลจีนเพื่อสร้างตัวเลขการขายข้าวเทียมที่แฝงไว้ ซึ่งภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตรวจสอบพบว่าเป็นการขายข้าวจีทูจีและมีเงื่อนงำ โดยได้รับการยืนยันจากรัฐบาลจีนว่าไม่เคยขายข้าวจีทูจีอย่างที่อ้างแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งการขายข้าวจีทูจีมีการขายข้าวให้พ่อค้าซึ่งเป็นพวกเดียวกันในราคาถูก จากนั้นพ่อค้านำข้าวหมุนเวียนขายกลับมาให้รัฐในราคาสูงตามโครงการรับจำนำข้าวกินส่วนต่างกำไรมหาศาล เพราะฉะนั้นมหกรรมรับจำนำข้าวเป็นคดีตัวอย่างที่จะต้องนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทีมข่าวการเมือง

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้