สกายไดรฟ์ รถบินได้
นำเข้าเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [633]  

สกายไดรฟ์ รถบินได้ที่โตโยต้าตกลงใจร่วมสนับสนุน (ภาพจากคาร์ติเวเตอร์) .....

โตโยต้าขอมีส่วนร่วมในกระแสรถบินผ่านการสนับสนุนทั้งเม็ดเงินและบุคลากรแก่โครงการพัฒนายานพาหนะที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน เป้าหมายเริ่มต้นคือการพัฒนารถบินได้ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก พร้อมเปิดตัวยานต้นแบบปีหน้าเพื่อให้ทันบินจุดคบเพลิงโอลิมปิกที่โตเกียวในปี 2020 โตโยต้า มอเตอร์ รวมทั้งบริษัทในเครือ 15 แห่ง ตกลงใจให้ทุน 42.5 ล้านเยน (375,000 ดอลลาร์) ใน 3 ปีข้างหน้า รวมทั้งความเชี่ยวชาญจากวิศวกรเครื่องกล แก่โครงการคาร์ติเวเตอร์ที่กำลังพัฒนาพาหนะแบบมีคนขับ ชื่อว่า สกายไดรฟ์ มี 3 ล้อ 4 ใบพัด ความยาว 2.9 เมตร กว้าง 1.3 เมตร และวางตำแหน่งตัวเองเป็นรถบินได้ที่เล็กที่สุดในโลก กลุ่มผู้พัฒนาซึ่งประกอบด้วยวิศวกรรุ่นใหม่จากอุตสาหกรรมยานยนต์และอวกาศ ซึ่งในจำนวนนี้มีพนักงานของโตโยต้ารวมอยู่ด้วยนั้น เปิดเผยว่า สกายไดรฟ์มีความเร็วสูงสุดในการบินประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยลอยเหนือพื้น 10 เมตร ขึ้น-ลงแนวดิ่ง จึงสามารถทะยานขึ้นและลงจอดได้ทุกที่ อีกทั้งยังควบคุมและใช้งานง่าย สำหรับความเร็วสูงสุดบนท้องถนนนั้นอยู่ที่ประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากโตโยต้าแล้ว คาร์ติเวเตอร์ยังได้รับทุนสนับสนุนจากนักลงทุนหลายราย อาทิ ไทโซ ซัน ผู้ก่อตั้งกังโฮออนไลน์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเกมบนเว็บ รวมทั้งยังเปิดระดมทุนทางออนไลน์ที่ได้เงินมาแล้วราว 2.5 ล้านเยน (22,000 ดอลลาร์) คาร์ติเวเตอร์เล็งนำเงินลงทุนของโตโยต้าไปพัฒนายานต้นแบบขนาดจริงตามเป้าหมายในการเปิดตัวปลายปีหน้า เพื่อให้ทันใช้จุดคบเพลิงกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020 และสาธิตโครงการนำร่องในปี 2019 โดยหลังจากประเดิมโชว์ศักยภาพในงานโอลิมปิกแล้ว คาร์ติเวเตอร์ตั้งเป้านำสกายไดรฟ์ออกขายแก่ผู้บริโภคครั้งแรกในปี 2023 และขึ้นสายการผลิตจำนวนมากในปี 2030 คาร์ติเวเตอร์คือสตาร์ทอัพสัญชาติซามูไรที่มีอาสาสมัครหนุ่มสาวราว 30 คนสละเวลาว่างเข้าร่วม โดยมีจุดเริ่มต้นในปี 2012 เมื่อสึบาสะ นากามูระ ผู้นำโครงการ ชนะการแข่งขันเสนอแผนการธุรกิจ และมีมาซาฟูมิ มิวะ ผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนจากมหาวิทยาลัยโทคุชิมะ เป็นที่ปรึกษา ปัจจุบัน ฟลายอิ้งคาร์กำลังเป็นกระแสใหม่ที่ดึงดูดความสนใจจากบริษัทมากมายหลากหลายวงการ อาทิ คิตตี้ ฮอว์ก สตาร์ทอัพเมืองผู้ดีที่มีลาร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล ให้การสนับสนุน และมีแผนทำตลาดเดอะ ฟลายเออร์ในอนาคตอันใกล้, แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินชื่อดังของยุโรป ที่เล็งนำรถบินออกทดสอบภายในปีนี้, อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ที่ประกาศแผนให้บริการแท็กซี่อากาศสดๆ ร้อนๆ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และอีฮังของจีน ที่กำลังคิดค้นพัฒนารถเหาะเช่นเดียวกัน แต่ที่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนแล้วคือ แอโรโมบิลที่เปิดตัวรถเหาะเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในชื่อ “ฟลายอิ้ง คาร์” เมื่อเดือนเมษายน โดยบริษัทจากสโลวาเกียแห่งนี้อวดอ้างว่า พาหนะนี้สามารถแปลงร่างจากรถเป็นเครื่องบินในเวลาไม่ถึง 3 นาที วิ่งบนถนนได้ไกล 700 กิโลเมตร และบินได้ระยะทาง 750 กม. ที่ 75% ของความเร็วสูงสุด นอกจากนั้นยังมี PAL-V International ที่เริ่มทำตลาดพาหนะไฮบริดสองที่นั่งในเดือนกุมภาพันธ์ และคาดว่า จะเริ่มผลิตได้ตั้งแต่ฤดูร้อนนี้ โดยมีความเร็วบนถนนเกือบ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในอากาศ แม้รถบินที่เป็นจินตนาการของมหาชนมานานนับทศวรรษ ใกล้ความจริงมากขึ้นทุกทีจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ทว่า การทดสอบและการขอใบรับรองการบินในอเมริกาต้องใช้เงินหลายล้านดอลลาร์และเวลาอีกยาวนาน ตัวอย่างเช่น ฮอนด้าเจ็ตที่เพิ่งได้รับใบรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) ในปี 2015 หรือ 12 ปีหลังจากยานที่พิสูจน์แนวคิดดั้งเดิมนี้ขึ้นบินครั้งแรก นอกจากนั้นผู้พัฒนายังต้องการความร่วมมือจากหน่วยงานควบคุมดูแลของรัฐบาลในการกำหนดแนวทางการฝึกอบรมนักบิน ปรับปรุงระบบควบคุมการจราจรทางอากาศให้สอดคล้อง รวมถึงอุปสรรคอีกมากมายที่รอให้แก้ไข ดังนั้น การพัฒนารถบินที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงตามวัตถุประสงค์จึงไม่ง่ายเหมือนที่บางคนคิด แม้สามารถสร้างรถเหาะออกมาในราคาย่อมเยา ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพก็ตาม ในส่วนโตโยต้านั้นหันมากระตือรือร้นกับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้นอย่างชัดเจน เดือนพฤศจิกายน 2015 บริษัทตัดสินใจจัดตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี และปีที่ผ่านมายังสร้างศูนย์การวิจัยและพัฒนาในอเมริกาที่มุ่งเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทรถหมายเลขหนึ่งของญี่ปุ่นแห่งนี้เพิ่งประกาศลงทุน 1.05 ล้านล้านเยน (9,300 ล้านดอลลาร์) หรือเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับการค้นคว้าวิจัยในปีการเงินปัจจุบัน ทาเคชิ อิชิยามาดะ ประธานกรรมการโตโยต้า บอกกับหนังสือพิมพ์นิกเกอิ เอเชียน รีวิวว่า โลกคงไม่มีวันก้าวหน้า ถ้ามีแต่คนรออัดฉีดเงินเมื่อเทคโนโลยีพร้อมแล้วเท่านั้น

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้