“กลุ่มทุนพลังงาน”
นำเข้าเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [507]  

.....

หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี แกนนำ คปพ. จึงทำความเข้าใจว่า บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ไม่ได้ไปสำรวจขุด เจาะหรือขายปลีกแข่งกลุ่มทุนพลังงาน แต่จะเป็นองค์กรขนาดเล็กเพื่อรับสิทธิในปิโตรเลียมที่ผลิตได้ และถือสิทธิในอุปกรณ์ที่ได้จากสัมปทานที่หมดอายุลง โดยว่าจ้างเอกชนเข้ามาแข่งขันกันสำรวจหรือผลิต รัฐไม่เสียสิทธิในปิโตรเลียมเช่นที่เกิดขึ้นในระบบสัมปทาน “บรรษัทฯ จึงมิได้ต้องการคนมากอย่างที่ท่านนายกฯเข้าใจ โดยเงินทุนก็มิได้ต้องมาจากรัฐ เนื่องจากเพียงแค่แหล่งบงกชและเอราวัณ เมื่อได้กลับคืนมา บรรษัทก็จะมีรายได้ 2 แสนล้านบาทต่อปีทันที เรื่องเงินทุนจัดตั้งบรรษัทจึงไม่น่ากังวลใจ” อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้แล้ว กลุ่มทุนพลังงาน คงกำลังบวกลบคูณหารว่าการวางแผนลงทุนไปทัวร์เม็กซิโกเพื่อดูความล้มเหลวของบรรษัทพลังงานแห่งรัฐเม็กซิโก เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเติมเต็มข้อมูลและ “ปรับทัศนคติ” ตามมาด้วยปฏิบัติการของ “หม่อมอุ๋ย” วางระเบิดถล่มบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ และ “ก๊วนบิ๊กทหาร” เพื่อให้สั่นสะเทือนถึงนายกฯลุงตู่ และ สนช. คราวนี้ ได้ผลคุ้มค่าหรือไม่ หลังจากที่ค่อนข้างล้มเหลวกับการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ที่กลุ่มทุนพลังงานเคยรวมตัวตั้ง “กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน” โดยมีนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และประธานบอร์ด ปตท.ในเวลานี้ เป็นผู้ก่อตั้ง ร่วมกับกลุ่มอดีตข้าราชการสายพลังงาน และนักวิชาการด้านพลังงาน อย่างที่รู้กัน กลุ่มของนายปิยสวัสดิ์ เล่นบทคัดค้านการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ รวมทั้งการจัดทำร่างกฎหมายปิโตรเลียมฯ ที่เปลี่ยนระบบสัมปทานไปสู่ระบบอื่นที่รัฐได้ประโยชน์มากกว่า และเร่งรัดให้รัฐบาลเปิดสัมปทานปิโตรเลียมฯ รอบที่ 21 โดยเร็วที่สุดภายใต้กติกาเดิมโดยอ้างเพื่อความต่อเนื่อง และก๊าซฯจะได้ไม่ขาดแคลน สวนทางกับการผลักดันของ คปพ. ที่มีแกนนำสำคัญ คือ นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ที่ผลักดันร่างกฎหมายปิโตรเลียมใหม่ กำหนดกติกาใหม่ และให้จัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ตามเหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา สองกลุ่มนี้แลกกันหลายหมัด ซัดกันมาหลายยก กระทั่งบทบาทและพลังของ “กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน” ของนายปิยสวัสดิ์ ค่อยๆ จางหายไป อาจเป็นเพราะมุกเดิมไม่ขลัง คนฟังไม่เชื่อ แต่ คปพ. ก็หืดจับแต่ยังยืนระยะมาจนถึงโค้งสุดท้ายของร่างกฎหมายปิโตรเลียมฯ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปพลังงาน นัดหมาย 30 มีนาฯ 60 เจอกันหน้าสภาฯ จึงเป็นนัดสำคัญ ชี้เป็นชี้ตาย และเชื่อว่าจะทำให้การประชุมของ สนช. เพื่อพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบ ร่าง พระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... และ ร่างพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ร้อนทะลุองศาเดือดทั้งนอกและในสภา และสุดท้าย “กลุ่มทุนพลังงาน” ก็ได้รับชัยชนะไปอย่างงดงาม เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติท่วมท้น 227 ต่อ 1 งดออกเสียง 3 เสียง ผ่านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ในวาระ 3 พร้อมทั้งยอมถอนมาตรา 10/1 เรื่องบรรษัทพลังงานแห่งชาติออกไปเป็นที่เรียบร้อย โดยนำไปบัญญัติไว้ในข้อสังเกตของร่างกฎหมายแทนว่า ให้ครม.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาภายใน 60 วันเพื่อศึกษารูปแบบและวิธีการการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติภายใน 1 ปี คำถามก็คือ การนำมาตรา 10/1 ไปไว้ซุกในข้อสังเกตจะมีผลอันใดในทางกฎหมาย คำตอบก็คือ ไม่มีผล และเป็นเพียงการซื้อเวลาออกไปเท่านั้น หรือแปลไทยเป็นไทยว่า หลังจากตั้งคณะกรรมการและศึกษาวิธีการจัดตั้งแล้วเสร็จ ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะมีการจัดตั้งจริงหรือไม่ ส่วนการต่ออายุสัมปทานหรือเปิดสำรวจและผลิตใหม่ รอบที่ 21 ก็จะยังเหมือนเดิมทุกประการคืออยู่ในมือกลุ่มทุนพลังงานหน้าเดิม วันนี้ ประเทศไทยวังเวงเสียจริงๆ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้