“หักเล่ห์ - เฉือนคม”
นำเข้าเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [684]  

สุดตะลึง! ข้อมูลลึกเผยตัว “พี่ใหญ่” สีกากีหนุน “ แก๊งวัยรุ่นดัง” คุมขายยาทั่วฝั่งธนฯ .....

                             MGR Online - โหด เลว ไม่มีดี ปฏิบัติการ “หักเล่ห์ - เฉือนคม” ตำรวจ 0.01% ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดฝั่งธนบุรี แฉเส้นทาง “พี่ใหญ่” ตัวจริงเสียงจริง ใช้เงินสดๆ 6 ล้าน ซื้อตำแหน่ง “นายเวร” สุดบรรเจิดเมียหลวงทำหวย - เมียน้อยทำบ่อน...!!?? ดูเหมือนว่าความห่วงใยของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่เอ่ยปากด้วยความเหนื่อยล้า หลังมีข่าวตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในฐานะ “ผู้ค้า” รายใหญ่ โดยขอร้องให้นายตำรวจระดับหัวหน้าสถานีเกือบ 2 พันนาย ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องพฤติการณ์ของผู้ใต้บังคับบัญชา ในระหว่างการสัมมนาขับเคลื่อนแนวทางการยกระดับการบริการประชาชนของสถานีตำรวจ ในฐานะผู้นำองค์กร “บิ๊กแป๊ะ”

                             พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาความยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์ตำรวจ แม้สังคมจะบีบรัดให้เกิดการปฏิรูป แต่ด้วยศรัทธาของคนเลือดสีกากี เขาจึงลุกขึ้นมาปกป้องความเปลี่ยนแปลงที่คืบเข้ามาอย่างเต็มกำลัง ปัญหาซื้อขายตำแหน่ง (ตำรวจ) ปัญหารีดไถไม่เป็นมิตรกับประชาชน ปัญหาระบบการสอบสวน ที่ไม่สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับชาวบ้าน เช่น กรณีคุณหญิงไก่ หรือ ครูจอมทรัพย์ และล่าสุด คือ การที่มีตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าไปร่วมขบวนการยาเสพติด ทั้งในรูปแบบของผู้ค้ารายใหญ่ และใช้อำนาจหน้าที่จับมา เพื่อรีดเงินก่อนยึดของกลางให้มือ - ตีน (ตำรวจ 0.01%) เดินขายในท้องที่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ในฐานะผู้นำองค์กรเชื่อว่า “บิ๊กแป๊ะ” ย่อมรู้สึกไม่สบายใจ จนถึงปวดร้าวอยู่พอสมควร...แม้ว่าผลงานการปราบปรามยาเสพติด ในระยะ 1 - 2 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จะสามารถสืบจับ บุกทลายเครือข่ายขนาดใหญ่ได้หลายครั้ง แต่ขณะเดียวกัน ก็มี “เหลือบ - ไร” สีกากี ที่แฝงตัวทำมาหากินกับยาเสพติด อย่างไม่เกรงกลัวความผิด และไม่ละอายต่อศักดิ์ศรี - เกียรติยศตำรวจไทย ที่ค้ำคออยู่ ทั้งคดี ส.ต.ต.พิษณุพงศ์ งามธุระ ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานจราจร โครงการพระราชดำริ กก.6 บก.จร. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกจับได้ของกลางเป็นยาไอซ์มากถึง 28 กิโลกรัม และต่อมาอีกเพียงไม่กี่วัน ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบังคับการ 7 หรือ “สืบ 7” โดย พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.สส.บก.น.7 กับพวก บุกเข้าล็อกตัว ร.ต.อ.สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ หรือ “ผู้กองเบนซ์” ดีกรีเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่น 65 ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสืบสวนคาโรงพักบวรมงคล พร้อมทีมสืบสวนทั้งหมด ซึ่งมีบางคนยังหลบหนี ประกอบด้วย ร.ต.อ.นิติธร ผลบุญ ร.ต.ท.วีระพล คำดี ด.ต.ปริญญา จิตต์หาญ จ.ส.ต.ภูณิช เนตรสว่าง และ ส.ต.ต.เรืองยศ สามบุญเรือ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 13,000 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 100 กรัม และ ยาเค จำนวนหนึ่งซุกอยู่ในล็อกเกอร์เก็บของภายในห้องสืบสวน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง ออกอาการท้ออย่างเห็นได้ชัด ถึงกับบอกนักข่าว ว่า

                                  รู้สึกช้ำใจที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น และมาตรการเดิมๆ ที่นำมาใช้ทุกครั้ง หลังพบว่า มีตำรวจกลายเป็นโจรเสียเอง ก็คือ ให้ออกจากราชการ พร้อมดำเนินคดี แต่สำหรับคราวนี้เกิดคำถามจากสังคมอย่างกว้างขวาง พล.ต.ท.ศานิตย์ จึงมีคำสั่งปัดกวาดบ้านตัวเอง ด้วยการให้ทุกสถานีตำรวจ ตั้งแต่ บก.น.1 - 9 ค้นล็อกเกอร์เพื่อตรวจหายาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย กลายเป็นว่า คนที่น่า “ช้ำใจ” มากที่สุด อาจเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. รวมทั้งประชาชนผู้เสียภาษีทุกๆ คน เพราะวิธีแบบนี้ มันยิ่งกว่าความคิดของเด็กอนุบาล ทั้งนี้ เชื่อกันว่า แค่เพียงชะตากรรมของ “ผู้กองเบนซ์” ที่โดน “ย้อนศร” มีตำรวจอีกชุดหนึ่งบุกเข้ารวบตัวถึงถ้ำเสือ ป่านนี้บรรดาสิ่งผิดกฎหมาย ในทุกรูปแบบก็คงถูกไอ้ตัวดียักย้ายถ่ายเท เปลี่ยนที่ซ่อนกันไปก่อนคำสั่งค้นตู้เก็บของแล้ว ชาวบ้านริเป็นใจร ขี้ยาไม่ หรือเป็นแค่เด็กเดินของ ตัวเล็ก - ตัวใหญ่ ยังไงเขี้ยวเล็บ ความเฉลียวฉลาดย่อมเทียบไม่ติด กับตำรวจที่ผันตัวกลายเป็นโจรเสียเอง เพราะมีปืน ถือกฎหมาย และรู้ช่องทางต่างๆ เป็นอย่างดี ปฏิบัติการ “ตำรวจจับตำรวจ” ครั้งล่าสุดโดยฝ่ายพระเอกคือ “สืบ 7” ส่วน “ผู้ร้าย” คือ “สืบ สน.บวรมงคล มีข้อมูลลับสุดยอด ระบุว่า แท้จริงแล้วยังมีเบื้องลึกที่น่าตกใจยิ่งกว่า เพราะมีความสลับซับซ้อน หักเล่ห์เฉือนคมระหว่าง “คนมีสี” ที่มีผลประโยชน์และแฝงตัวอยู่ในขบวนการค้ายาเสพติดย่านฝั่งธนบุรี สิ่งที่จะเปิดเผยต่อไปนี้ น่าจะขัดแย้งกับข้อมูลของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ที่แสดงความไม่พอใจ เมื่อมีผู้ถามว่า “ลูกน้องจะขายยาบ้าต้องขออนุญาตผู้กำกับก่อนหรือเปล่า” และคำเตือนของ น.1 ที่ว่า อย่าให้ลูกน้องจูงจมูก เพราะเอาเข้าจริง “ไอ้โม่ง - ขาใหญ่” ขบวนการยาเสพติดฝั่งธนฯ ตำรวจด้วยกันเอง หรือกลุ่มผู้สื่อข่าวก็รู้กันอยู่ รู้มากรู้น้อย แต่ต้องยอมรับว่า

                                  เป็นปรากฏการณ์ที่สังคมซุบซิบแบบปากต่อปาก เพราะเมื่อตำรวจ (99.99%) ไปจับ “เด็กเดินยา” คำตอบที่ได้มาคือเป็นสายของท่าน เป็นคนของท่าน อย่างบ่อยครั้ง แต่ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไร รวมทั้งคนใหญ่คนโตในกองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้อนกลับไปปี 2555 พื้นที่ สน.บวรมงคล เกิดการเปลี่ยนแปลงจากรับผิดชอบทางน้ำอย่างเดียว ตั้งแต่ช่วงสะพานกรุงธน - สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ขยายมารับผิดชอบบนพื้นดินบางช่วง โดยแบ่งมาจาก สน.บางพลัด และ สน.บางยี่ขัน จึงกลายเป็นโรงพักที่มีลักษณะพิเศษ ตำรวจ สน.บวรมงคล ต้องพายเรือได้ขับรถเป็น และแน่นอนผลประโยชน์ที่จะเก็บเกี่ยวย่อมมากขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย เช่น บ่อนการพนัน สถานบริการ และสิ่งต้องห้าม นั่นคือ ยาเสพติด ในห้วงเวลาดังกล่าว เป็นการก่อเกิดของแก๊งทรชนป่วนเมือง คือ เนวัดดาว กับแก๊งโอรส มีเรื่องราวให้ติดตามในโลกโซเชียลมีเดีย แต่ที่สุดแล้ว แก๊งโอรส ถูกย่อยสลาย จนไม่เหลือสภาพ ด้วยการบุกทลายของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผบช.น. เมื่อต้นปี 2556 กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับมา แม้จะเป็นระดับหางแถว แต่ก็สามารถทำให้แก๊งโอรส แตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศทาง เหลือเพียง “เนวัดดาว” ซึ่งยังคงยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน ว่ากันว่า ถ้าไม่มีนายตำรวจใหญ่ (ฝ่ายสืบสวน) คุ้มกะลาหัวอยู่ ป่านนี้ไม่ติดคุกตะรางก็คงหายไปจากวงการแล้ว แต่เพราะ “เขา” คือ “ม้าใช้” ตัวสำคัญ เป็นนักธุรกิจขายตรงยาวิเศษ ให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้ 1. สน.บางพลัด 2. สน.บางยี่ขัน 3. สน.ตลิ่งชัน 4. สน.บางขุนนนท์ 5. สน.บางกอกน้อย 6. สน.บางกอกใหญ่ 7. สน.บางเสาธง 8. สน.ท่าพระ 9. สน.ธรรมศาลา 10. สน.ศาลาแดง 11. สน.บวรมงคล 12. สน.บุปผาราม 13. สน.สำเหร่ 14. สน.ตลาดพลู 15. สน.บุคคโล 16. สน.ราษฎร์บูรณะ 17. สน.สมเด็จเจ้าพระยา 18. สน.บางมด 19. สน.ทุ่งครุ 20. สน.ปากคลองสาน และ 21. สน.บางคอแหลม ทั้งหมดเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ บก.น. 7 และ บก.น.8 !!?? ย้อนกลับมาวันที่ตำรวจ 99.99% จับตำรวจ 0.01% ข่าวในทางลึก ยืนยันว่า ตำรวจสืบ 7 โดยการนำทีมของ พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิต ผกก.สส.บก.น.7 กับพวก ได้เดินทางไปยังห้องสืบสวน สน.บวรมงคล และเมื่อเข้าไปในห้องสืบสวน พบกลุ่มตำรวจรวมทั้ง “ผู้กองเบนซ์” กำลังสอบปากคำเด็กเดินยาคนหนึ่ง พ.ต.อ.ภิญโญ เอ่ยปากถามว่าใครคือผู้กองเบนซ์ เมื่อยกมือไหว้ทำความรู้จักกันแล้ว สิ่งที่ทำให้ ร.ต.อ.สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ หรือ ผู้กองเบนซ์ ต้องหนาวถึงขั้วหัวใจ คือ เด็กเดินยาที่เอามาคลึง เอามาสอบ และรีดเงินจำนวน 6 แสนบาท พร้อมยาบ้า จำนวน 3 มัด หรือ 6 พันเม็ด

                                 ที่ยึดมาจากคอนโดมิเนียมภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 95/1 ทะลึ่งยกมือไหว้กลุ่มตำรวจสืบ 7 คล้ายกับเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ หรือคุ้นเคยกันอยู่ พ.ต.อ.ภิญโญ ออกคำสั่งปลดปืนตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บวรมงคล ทั้งหมด และเริ่มเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี มีทั้งเรียกให้กองพิสูจน์หลักฐานมาร่วมตรวจร่องรอยยาเสพติด ที่ค้นพบในล็อกเกอร์ ตรวจลายนิ้วมือและอื่นๆ ก่อนแจ้งข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมข้อหาอื่นๆ พ่วงมาอีกมากมาย เป็นการปิดฉากอย่างถาวรสำหรับ “ผู้กองเบนซ์” แต่ยังมีฉากอื่นๆ กับคนมีสีระดับสูงกว่า เพราะที่เห็นที่โลดแล่นอยู่ เขาคนนั้นยังคงมีอำนาจ - หน้าที่ต่อไป ที่สำคัญ ผบช.น. ยังส่งสัญญาณผิดๆ ว่า “อย่าให้ลูกน้องจูงจมูก” ทั้งที่ข้อเท็จจริง คือ คนระดับ “นาย” ต่างหากคือผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทำ และกำกับบททั้งหมด !!??

                                    “ไอ้โม่ง” ที่ว่าคือใคร เส้นทางชีวิตรับราชการเติบใหญ่มาจากการวิ่งเต้น ช่วงโค้งสำคัญใช้เงินสดๆ 6 ล้านบาท เพื่อแลกกับการได้เป็นนายเวรนายตำรวจระดับ พล.ต.อ. เพื่อก้าวกระโดดมาสู่ตำแหน่งหลัก - คุมกำลัง มีชื่อเสียงคลุกคลีกับการพนัน และยาเสพติด ชีวิตรักเมียหลวงทำหวย - เมียน้อยทำบ่อน จึงเป็นที่มาของความแย้งย้อนระหว่างวลีที่ว่า ตำรวจจะขายยาบ้า ต้องขออนุญาตผู้กำกับเสียก่อน...และตำรวจระดับบังคับบัญชาอย่าให้ลูกน้องมาจูงจมูก อะไรจริงอะไรเท็จ ลูกน้องหรือนาย ใครคือหัวหน้าทีม ใครคือคนจูงจมูก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ในฐานะแม่ทัพนครบาล ท่านคงต้องปรับทัศนคติและทำการบ้านอย่างหนักแล้วล่ะ!!??

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้