เตือนตร.อย่าบีบปชช.
นำเข้าเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [548]  

.....

              จะลองดูไหม?'ทนายดัง'เตือนตร.อย่าบีบปชช. 4 ก.พ. 60 จากกรณีคำสั่งให้ทุกสน.ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ใช้กล้องถ่ายรูปตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา นั้น ซึ่งในวันแรกพบผู้กระทำผิดกว่า 1,600 ราย โดยผู้กระทำผิดจะต้องมาชำระค่าปรับภายใน 7 วัน หากไม่มาตามระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะส่งจดหมายตอบรับไปยังที่อยู่ และจะต้องมาชำระค่าปรับภายใน 30 วัน ซึ่งถ้าหากไม่ดำเนินการ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อทำการงดเว้นต่อทะเบียนรถเป็นการชั่วคราว และเมื่อเดินทางไปชำระค่าปรับจะต้องจ่ายเงินค่าเสียค่าปรับช้า 1,000 บาท และค่าปรับตามใบสั่งซึ่งจะสอดรับกับการแก้ไขกฎหมายใบสั่งใหม่ด้วย นั้น

             ด้าน นายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "เกิดผล แก้วเกิด" ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า "เห็นความพยายามของตำรวจ ที่บังคับใช้กฎหมาย จราจรอย่างเข้มแข็งเหลือเกิน ผมเห็นด้วยการกับการใช้กล้อง และเทคโนโลยี แทนเจ้าพนักงานจราจร (บางอย่าง) แก้ไขการใช้ดุลพิจนิจที่ไม่ถูกต้อง และ การโต้เถียงของประชาชนได้ เพราะกล้องไม่โกหก ยกเว้นตำรวจมั่ว ส่งหมาย ใบสั่งผิดบ้าน แต่การออกมาตราการบังคับให้ไปชำระค่าปรับภายใน 7 วัน หากล่าช้า จะต้องชำระค่าปรับล่าช้าเพิ่ม 1,000 บาท และอายัดทะเบียนไว้ สำหรับผม ผิดก็ว่าไปตามผิด ผิดก็ต้องมีหน้าที่จ่ายค่าปรับ

              ตามกฎหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับการบังคับให้ชำระค่าปรับล่าช้าอีก 1,000 บาท รวม 1,500 บาท มันโหดร้ายเกินไปใหมครับ แต่ตำรวจได้ค่าปรับ และเปอร์เซ็นต์ค่าปรับเพิ่มอีก 3 เท่า จาก 500 เป็น 1,500 ภายในเวลา 30 วัน มันจะน่าเกลียดไปไหม ครับ 1,500 ซื้อนมลูกได้ทั้งเดือน ท่านจะรีบใช้เงินไปไหน ใจเย็นๆ ให้เวลาชาวบ้านหายใจบ้าง ถ้า สมมุติว่า ชาวบ้านที่โดนใบสั่งทั้ง 1,600 คน ลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยวิธีการทางกฎหมาย และ ใช้สิทธิทางศาลบ้าง แทนที่จะยอมขำระค่าปรับ 500 หรือ 1,500 บาท ในกรณี ล่าใช้ รวมใจ รวมตัวกัน เดินเข้า โรงพักแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า

             ไม่ชำระค่าปรับที่โรงพัก แต่จะไปสู้ในชั้นศาล หรือชำระค่าปรับที่ศาลแทน ถ้ามีสักเดือน ละ 1,000 คน งานคงล้นมือตำรวจ และพนักงานอัยการแน่นอน ลองดูใหมครับ ความผิดลหุโทษ ไม่ต้องประกันตัว เดินถือใบสั่งที่ตำรวจส่งไปให้ทางไปรษณีย์ แล้วบอกพนักงานสอบสวนว่า ขอไปต่อสู้ (ในกรณีไม่ผิด) หรือไปชำระค่าปรับที่ศาลแทน เมื่อไปถึงศาล ถ้าผิดก็รับสารภาพ ศาลก็ปรับ ครึ่งหนึ่งของ 500 บาท คงเหลือ จ่ายค่าปรับที่ศาลเพียง 250 บาท ไม่เสียค่าปรับล่าช้า ไม่ถูกอายัดทะเบียน เพราะถือว่าชำระค่าปรับตามคำพิพากษาแล้ว และที่สำคัญเงินค่าปรับในศาล ตำรวจจะไม่ได้เปอร์เซนแม้แต่สตางค์แดงเดียว อย่าบีบบังคับประชาชนเกินไปนะครับ ผมเชื่อว่า ถ้ามีคนลุกสู้และใช้วิธีนี้ ตำรวจนั่นแหละครับที่จะเหนื่อย

           จนไม่ต้องทำงานอย่างอื่น เผลอๆ คดีขาดอายุความเพราะฟ้องไม่ทัน เสีย งบประมาณซื้อกล้อง และงบประมาณพิมพ์ใบสั่งเปล่าๆ ถ้าใครสนใจ ก็รองรวมกลุ่มกัน พูดคุยกันดูนะครับ ผมพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ รวมทั้งเป็นทนายให้ ในกรณีไม่ผิดด้วย อย่าใช้กฎหมายรังแกประขาชนจนทนไม่ได้ เห็นด้วยกับแนวคิดผม ช่วยแชร์ด้วยครับ"

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้