ติดคุก..สบาย
นำเข้าเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [499]  

.....

นักโทษยาบ้าแน่นคุก! ปรับยาบ้าเป็นยาปกติ...สังคมสับสน? เกิดกระแสสับสนกระหน่ำวิพากษ์วิจารณ์ทันที หลังจากรมต.ยุติธรรมพูดถึงไอเดียถอด “ยาบ้า” ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 1 แล้วเปลี่ยนไปเป็น “ยา” เพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรค “สำหรับผมพร้อมที่จะปรับยาบ้าให้เป็นยาปกติ เนื่องจากเข้าใจและบุคคลที่อยู่ในวงการสาธารณสุขก็เข้าใจเรื่องพวกนี้ดี ซึ่งเราต้องกลับมาพัฒนาเรื่องการบำบัดฟื้นฟูกันใหม่” ประชาชนพากันกังวลว่าหากเปลี่ยนสถานภาพยาบ้าแล้ว มิยิ่งระบาดง่ายขึ้น? สงสัยว่า 'บำบัด' แทน 'ลงโทษ' จะช่วยลดจำนวนนักโทษยาเสพติดได้จริง? และอยากรู้ว่ายาบ้ามีประโยชน์และมีความจำเป็นทางการแพทย์? นักโทษยาบ้าเบียดเสียดเต็มคุก แต่ยังระบาดหนัก จากข้อมูลสำรวจ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 สถิตินักโทษเด็ดขาด แยกตามลักษณะความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติด/สาระระเหย ร้อยละ 69.59 นำลิ่วแซงความผิดเกี่ยวกับทรัพย์, ร่างกาย, ชีวิต, เพศ ฯลฯ นั่นหมายถึงนักโทษในเรือนจำเกือบ 70% ติดเพราะคดียาเสพติด ซึ่งในบรรดายาเสพติดประเภทต่างๆ ตามสถิตินักโทษเด็ดขาด พ.ร.บ.ยาเสพติด/สารระเหย ประเภทแอมเฟตามีน (Amphetamine) หรือยาบ้า มากถึงจำนวน 140,119 หรือร้อยละ 91.39 ชนิดว่าแซงหน้าเฮโรอีน, กัญชา, โคเคน/โคเคอีน, และสารระเหย เข้าไปในรายละเอียด สถิตินักโทษเด็ดขาด แยกตามประเภทคดี ประเภทเสพ จำนวน 6,380 หรือร้อยละ 4.16, ประเภทครอบครอง 28,606 หรือร้อยละ 18.66, ประเภทเสพและครอบครอง จำนวน 12,562 หรือร้อยละ 8.19, ประเภทจำหน่าย จำนวน 41,419 หรือร้อยละ 27.02, ประเภทครอบครองเพื่อจำหน่าย 59,938 หรือร้อยละ 39.12, ประเภทอื่นๆ(ผลิต/นำเข้า/ส่งออก) 4,367 หรือร้อยละ 2.85 สรุปรวมทั้งประเภทเสพและจำหน่าย จำนวนถึง 153,316 หรือร้อยละ 100.00 ทีนี้หากดูช่วงวัย สถิตินักโทษเด็ดขาด แยกตามประเภทอายุ ช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวน 35,674 หรือร้อยละ 23.268, เกินอายุ 25 ปี 117,642 หรือร้อยละ 76.732 ก็เบ็ดเสร็จรวมทั้งสิ้นจำนวน 153,316 ร้อยละ 100.00 นักโทษยาบ้าแน่นคุก! ปรับยาบ้าเป็นยาปกติ...สังคมสับสน? นี่คือสถิติเมื่อสองปีก่อน ซึ่งคาดว่าหากมีการสำรวจทำสถิติในปัจจุบัน ตัวเลขย่อมสูงขึ้นแน่นอน ขนาดข่าวล่าสุดหมาดๆ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการจับกุมตัวนายนพพร หรือ หนิ้ว ชื่นแก้ว วัย 33 ปี ที่บ้านในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 900 เม็ด ที่คนร้ายนำซุกซ่อนอยู่ใต้ฐานพัดลมตั้งพื้น มีการเปิดบ้านตัวเองค้ายาตลอด 24 ชั่วโมง มักมีขี้ยาวัยรุ่นและต่างด้าวเข้าออกตลอดเวลา จากการสอบสวน นายนพพรสารภาพว่า ตนเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อต้นปี หลังติดคุกด้วยคดียาเสพติด ระหว่างจำคุกอยู่ในเรือนจำลำพูน มีเพื่อนบอกว่าถ้าต้องการกลับมาค้ายาอีกหลังพ้นโทษให้ติดต่อภรรยาของเพื่อนที่อยู่ในคุก ซึ่งเมื่อออกมาจากคุกแล้วก็ได้โทรศัพท์ติดต่อ และได้ยาบ้าราคาถูกมาขายเป็นประจำ เห็นได้ชัดว่า แม้อยู่ในเรือนจำก็มีเครือข่ายยาเสพติด สั่งการได้ ส่วนหนึ่งจากการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปได้ รวมถึงการนำนักโทษหลากหลายประเภทมารวมกันเป็นจำนวนมากนั้น ยิ่งเป็นการขยายเครือข่าย และยกระดับนักโทษหลายรายให้พัฒนาขึ้นเป็นนักค้ารายใหญ่อีกด้วย นับวันจำนวนนักโทษยาบ้าแทบทะลักคุก แต่ยาบ้าก็ยังระบาดหนักมาก ทำลายยาเสพติดมลายสิ้นยาก รมต.คิดอยู่ร่วมกับมันยังไงให้ปลอดภัย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้า 'การพิจารณาทบทวนกฎหมายและการตีความของไทยเกี่ยวกับยาเสพติด' ว่า ปัจจุบันทุกประเทศประกาศร่วมกันว่าไม่มีทางทำให้ยาเสพติดหมดไปจากโลกได้ แต่จะอยู่ร่วมกับยาเสพติดได้อย่างไรให้สังคมปลอดภัย “เมื่อพูดถึงยาเสพติดเหล่านี้แล้ว ก็ต้องพูดถึงยาบ้าในประเทศไทย เนื่องจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำเป็นแหล่งผลิตยาบ้ามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และฝิ่นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของทั่วทั้งโลก เมื่อมีการประกาศยาเสพติดบางประเภท มันจำเป็นต้องมานั่งศึกษาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะว่าผลออกฤทธิ์ของยาบ้าก็ไม่ได้มากกว่าสารเสพติดชนิดอื่น สำหรับผมพร้อมที่จะปรับยาบ้าให้เป็นยาปกติ เนื่องจากเข้าใจและบุคคลที่อยู่ในวงการสาธารณสุขก็เข้าใจเรื่องพวกนี้ดี ซึ่งเราต้องกลับมาพัฒนาเรื่องการบำบัด ฟื้นฟู กันใหม่” ท่านกล่าวต่อว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและตน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนจะเรียกประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อสร้างความรับรู้เรื่องดังกล่าวได้อย่างไร โดยตนก็เรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังประชุม UNGASS ว่า แนวโน้มของโลกจะเป็นอย่างนี้ แต่ไม่ได้พูดถึงการปรับเปลี่ยนยาบ้า อีกทั้งในวงการสาธารณสุขมองว่า การปรับเปลี่ยนยาบ้าจะเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการเข้าถึงยาเพื่อการรักษาโรค นักโทษยาบ้าแน่นคุก! ปรับยาบ้าเป็นยาปกติ...สังคมสับสน? ดังนั้น การมองยาบ้าเป็นเรื่องยาเสพติดอาชญากรรมต้องกลับมาทบทวน ซึ่งกระทรวงยุติธรรมปรับแก้ พ.ร.บ. ยาเสพติดแล้ว แต่แก้การพิจารณาโทษ การคัดแยกกลั่นกรองให้ชัดเจน เพื่อพิจารณาโทษลูกค้ารายใหญ่ เจ้าของ แหล่งผลิต มากกว่าจะเป็นชนชั้นแรงงานกลุ่มนี้ ท่านต้องจุดกระแสตรงนี้ขึ้นมา เพื่อมองความสำเร็จในการรักษาระยะยาว โดยประเทศไทยแก้ไขปัญหาดังกล่าวมา 20 - 30 ปีแล้ว จับผู้ต้องหาจนแน่นคุกไปหมด ประเทศไทยวางระบบการปราบปรามกันใหม่ คือ 1. ระบบปราบปราม 2. ระบบป้องกัน 3. ระบบการบำบัดและฟื้นฟู ซึ่งเราต้องปราบปรามแหล่งผลิต ปราบปรามผู้ค้ารายใหญ่ แต่เราจะแยกผู้เสพยาเสพติดออกมาเป็นผู้ป่วย รวมทั้งควบคุมการบำบัดด้วยยาเสพติดให้ได้อย่างนี้พร้อมจะทำกันหรือไม่ ส่วนจะยกเลิกยาบ้านั้น ยังไม่ใช่ เพียงแต่ศึกษาวิธีการ ซึ่งประเทศไทยยังไม่เข้าใจระบบสาธารณสุขและสุขภาพ จึงไม่มีใครกล้าพูดทั้งๆ ที่มันไปไกลมากแล้ว เรามักจะนำเรื่องการปราบปรามมาใช้ เนื่องจากมีความชัดเจน จึงประกาศสงครามยาบ้าทำให้เกิดการสูญเสียไปหลายครอบครัว และท้ายสุดยังเป็นปัญหาอยู่ แต่กลับไม่มองประเทศที่ใช้ยาเสพติดประสบความสำเร็จ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่กล้าลงมือทำ ชาวเน็ตไม่มั่นใจ เพจดังยันยาบ้าไม่จำเป็นทางการแพทย์ จากการส่องโลกโซเชียลฯ ชาวเน็ตส่วนใหญ่พุ่งประเด็นไปที่มาตรการปราบปรามและความเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ โดยไม่ค่อยมั่นใจว่าการบำบัดจะช่วยแก้ปัญหาได้ “พูดในฐานะอยู่ในดงยาบ้าเลย ทุกวันนี้มันไม่ได้ใกล้เคียงคำว่ากวาดจับเลยสักนิดนะ เห็นจับทีคือรอจับรายใหญ่ผลงานดีๆ กะไอ้พวกซวยไปโดนค้นละเจอยา เอาจริงๆรายย่อยนี่ก็ไม่ค่อยได้จับซ้ำ ถ้าไม่โง่ไปโดนค้นเจอจริงๆ เกลื่อนมาก ในวงการนี่ยาหาง่ายๆ พอๆ กะบุหรี่ รู้ก็รู้ใครขายใครเล่นแต่ตำรวจก็เกียร์ว่าง...” “...อยากจะกำจัดยานรกพวกนี้เหรอ ยาก พูดตรงๆ ไม่มีวัน ต้องรอวันที่เงินไม่มีค่า ทองไม่มีสกุล ถึงจะทำได้ วงการนี้แม่งเถื่อน เหมือนงูกินหาง วนไปมาจนกว่าจะถึงจุดอิ่มตัว” “...ยาบ้าแถวบ้านผมเด็ก ป.6 ก็ขายเป็นแล้ว มีแต่คนเป็นเครื่องมือ จะบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้ ผมไม่เชื่อ ถ้าไม่รู้จริงๆ มาถามผมนี้ก็ได้ ยินดีให้ความร่วมมือ เอาเข้าจริงๆ ที่ขายได้นานๆ ก็เด็กตำรวจทั้งนั้น” นักโทษยาบ้าแน่นคุก! ปรับยาบ้าเป็นยาปกติ...สังคมสับสน? “แถวบ้านเด็กโดนจับไปบำบัดไปกลับยังกะไปเที่ยวกันละครับ ซึ่งถามว่าได้ผลไหม ไม่เลย กลับมาก็เหมือนเดิม มีแต่ไปได้คอนเนกชั่นใหม่ๆ เพิ่มกันในนั้น และถามว่าตำรวจถามไหมซื้อจากใครอะไร ก็ไม่ ถึงถามก็ถามไปงั้น ไอ้คนขายก็ยังอยู่แบบนั้นน่ะแหละ พ่อแม่เค้าแจ้งจนเลิกแจ้งกันไปละ วัดบางบัวนี่เคยมีช่วงคนขายแยอะจัดขนาดมีเด็กเดินมาสะกิดถามคนทั่วไปตามป้ายรถเมลล์เลยซ้ำว่าเอาของไหม” “บำบัด... เหอะๆ บอกเลยนะไอ้พวกติดยามันไม่คิดอยากจะบำบัดหรอก ยกเว้นซะแต่ว่าพ่อแม่มันจะบังคับไป แต่ถึงอย่างนั้นบำบัดไปมันก็กลับไปเสพอยู่ดี คนที่รู้จัก 8 ใน 10 บำบัดแล้วก็กลับไปเสพอีก บางคนขนาดติดคุกแล้วออกมามันขายเลยจ้า..หนักกว่าเดิมอีก พี่ชายเพื่อนเมื่อ 4 ปีที่แล้วเพิ่งออกจากคุก เมื่อปีที่แล้วก็กลับเข้าไปใหม่ ทั้งเสพทั้งขาย 300 เม็ด บวกคดีเก่าเพิ่มไปอีกโดนไป 12 ปี ดีที่สารภาพโดนลดโทษกึ่งนึง สรุปโดนไป 6 ปี 8 เดือน (8 เดือนคือ คดีปืน) มันเข็ดกันซะที่ไหน คนรู้จักเพิ่งออกจากคุกมาเมื่อเดือนมกราคม ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วก็กลับเข้าไปอีกล่ะ คดีเดิมด้วยจ้า ยาบ้าเสพและค้า” “จะให้เล่าอีกยาว เพราะหลายๆ คนที่รู้จัก (เผินๆ) มันออกมาแล้วกลับเข้าไปอีกเยอะ แถมมันยังบอกน้องมันอีกว่า ออกมามันจะจัดให้ใหญ่กว่าเดิม (คุกไทยมันสบาย)” “แถวบ้านเราติดคุก ออกมาก็ขาย แล้วก็เข้าคุก เค้าบอกว่าติดคุกสบายจะตาย” “คนติดคุกเข้าไปก็ติดต่อกับเอเยนต์ข้างในด้วยกัน มีลูกน้องเครือญาติข้างนอกหรือคนที่เพิ่งพ้นโทษ ให้ช่วยกันขายกันขยายวงจรออกไปไม่จบสิ้น” “บำบัดเป็นวิธีการที่หาสาระไม่เจอ เอางบไปลงที่ศูนย์บำบัดซ่ะมากกว่า” และเพจดัง Drama Addict ถึงกับทำกราฟฟิกอธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นข่าวเรื่องปลดล็อกเจ้าตัวยาแอมเฟตามีน โดยสรุปว่าแอมเฟตามีนมีโทษต่อร่างกายสูงกว่าเหล้าบุหรี่มาก และไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ อย่างเอาไปทำยาแก้ปวดแบบมอร์ฟีน แต่มีการนำไปใช้ในการรักษาโรคสามธิสั้น และโรคลมหลับ Nacrolepsy นักโทษยาบ้าแน่นคุก! ปรับยาบ้าเป็นยาปกติ...สังคมสับสน? ถ้าปลอดล็อกให้แอมเฟตามีนไม่เป็นยาเสพติด แล้วนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในวงการแพทย์ เพื่อยารักษาโรค เพจดังอธิบายว่า ทุกวันนี้เราก็มียาพวกนั้นใช้กันอยู่แล้ว แต่ขึ้นทะเบียนเป็นสารเสพติดที่ต้องมีการลงเอกสารก่อนเบิกจ่ายยา ป้องกันไม่ให้คนเอาไปใช้ในทางที่ผิดนอกโรงพยาบาล ส่วนประเด็นที่มีบางคนบอกเจ้าแอมเฟตามีนอาจมีประโยชน์เอาไปใช้รักษาผู้เข้าบำบัดยาเสพติด ประมาณว่าให้คนเสพยาบ้าเสพพรางระหว่างบำบัด เพจดังได้ปรึกษากับจิตแพทย์ท่านหนึ่งมา ซึ่งอธิบายถึงการบำบัดผู้เสพยาบ้า ยิ่งเลิกเร็วยิ่งดี จากนั้นก็เร่งให้ร่างกายขับยาออกจากร่างกาย รักษาดีๆ ไม่เกินสัปดาห์ก็หายติดยาแล้ว ไม่ต้องใช้ยาแบบลดขนาดระหว่างการบำบัดแต่ประการใด สรุปปลดล็อกแอมเฟตามีนจึงไม่น่ามีประโยชน์ในทางการแพทย์ เพราะมียากลุ่มนี้ใช้อยู่แล้ว “แต่ในแง่แก้ไขปัญหายาเสพติด อันนี้ต้องคุยกันอีกยาว แต่ที่แน่ๆ คือ ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน ไอ้อย่างที่บอกแอมเฟตามีนมีโทษน้อยกว่า ไปเอามาจากไหนวะ เดี๋ยวคนหลงเชื่อไปเสพยา เพราะมีคนบอกว่าโทษน้อยกว่าเหล้าบุหรี่... ถ้าจะแก้ไขปัญหา โดยให้โอกาสพวกปลายแถวในขบวนการยาเสพติด ได้กลับตัวกลับใจเข้ารับการบำบัด เป็นแนวทางที่เห็นด้วย แต่การจะบอกว่าแอมเฟตามีนมีพิษน้อยกว่าเหล้าบุหรี่ และจะปลดล็อกโดยอ้างว่ามีประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลทางวิชาการรองรับ ควรไปคุยกันภายในหน่วยงานวะก่อนว่าจะเอายังไงกันแน่ครับ” เพจดังฝากไว้ นักโทษยาบ้าแน่นคุก! ปรับยาบ้าเป็นยาปกติ...สังคมสับสน? อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ท่านรมต.กระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ออกสื่อเมื่อคืนวันเดียวกันว่า แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่การทำให้ยาบ้าเป็นสิ่งถูกกฎหมายตามที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ ยังต้องเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเรียกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และกระทรวงสาธารณสุข มาประชุมหาแนวทางที่จะรับรู้และความพร้อมในเรื่องดังกล่าว …รอติดตามว่าท่านจะคลิกวิธีจัดการแก้ปัญหาอย่างไร ก่อนที่นักโทษยาบ้าจะล้นทะลักคุก... ขอบคุณภาพและข้อมูลส่วนหนึ่งจาก FB: Drama-addict

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้