คนตายเตือน..........???
นำเข้าเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [638]  

.....

                      คนตายเตือนคนเป็น! รู้ทัน หัวใจวาย ขณะออกกำลังกาย ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ "นายประเมิน ไกรรส" ผู้อำนวยการเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เกิดอาการวูบ หัวใจหยุดเต้นขณะออกกำลังกาย (เตะฟุตบอล) ตามนโยบายออกกำลังกายวันพุธของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ล่าสุด คณะแพทย์วชิรพยาบาลเผยสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งแน่นอนว่า ข่าวนี้ทำให้ใครหลายคนกลับมาคิดเพื่อเตือนสติในการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น

                     แม้ว่าการออกกำลังจะเป็นเรี่องที่ดี แต่ทำอย่างไรไม่ให้เสี่ยง "ตาย" คือเรื่องที่จะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป พูดถึง "หัวใจวาย" หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของประชากรทั่วโลก สำหรับประเทศไทย มีการเสียชีวิตใกล้เคียงกับการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และโรคมะเร็ง แม้อัตราการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวจะสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเกิดอาการแล้ว ผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตเสมอไป สิ่งที่จะ "ชี้เป็นชี้ตาย" คือผู้ป่วยถึงมือแพทย์ได้เร็วเพียงใด "ในขั้นเริ่มแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป

                     หลอดเลือดหัวใจตีบลงมากขึ้น ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อออกแรง ออกกำลังกาย หรือทำอะไรรีบๆ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อลำเลียงเลือดไปยังส่วนต่างๆ ให้เพียงพอนั่นเอง" นพ.ปัญเกียรติ โตพิพัฒน์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและการสวนหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานีเคยให้สัมภาษณ์ถึงสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรชะล่าใจ คนตายเตือนคนเป็น! รู้ทัน หัวใจวาย ขณะออกกำลังกาย นอกจากนั้น ยังเผยเพิ่มเติมถึง "อาการบอกเหตุ" ของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ มีดังนี้ - เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรหนักๆ มากดทับ - จุกแน่นหรือแสบบริเวณลิ้นปี่ - หายใจสั้น หอบ - อาจมีอาการเจ็บร้าวที่บริเวณแขน คอ ไหล่ และกราม - เหงื่อออกท่วมตัว - คลื่นไส้ หน้ามืด ใจสั่น "อาการเจ็บแน่นหน้าอก ถือว่าเป็นอาการนำของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

                     ซึ่งโดยมากมักจะเกิดร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น เหงื่อออก หายใจหอบ ปวดร้าวไปที่แขนข้างเดียว หรือทั้งสองข้างไปจนถึงคอ และกราม ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะเป็นอยู่ประมาณ 20 ถึง 30 นาที แต่ถ้าหากมีอาการอยู่ตลอดต้องถือว่าเป็นสัญญาณวิกฤตของอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ต้องรีบไปพบแพทย์ หรือเรียกรถฉุกเฉินไปโรงพยาบาลทันที" ถามว่าทำไมต้องส่งผู้ป่วยให้ถึงแพทย์โดยเร็วนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการรักษาให้เลือดไหลกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อส่วนหนึ่งจะเริ่มตาย และเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจตายแล้วก็ไม่สามารถฟื้นฟูหรือสร้างใหม่ได้ ดังนั้น ถ้าสามารถปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจมิให้ถูกทำลายได้มาก โอกาสรอดชีวิตก็มีสูง แต่หลายรายมักส่งตัวมาช้า เพราะไม่แน่ใจว่าใช่อาการเตือนของโรคหัวใจหรือไม่ หรือคิดว่าเป็นโรคอื่น ทางที่ดี

                    คุณหมอแนะนำว่า การนำผู้ป่วยมาส่งแพทย์ทันทีมีแต่ได้ประโยชน์ เพราะแม้ผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แพทย์ก็จะสามารถวินิจฉัยได้ว่าอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร คนตายเตือนคนเป็น! รู้ทัน หัวใจวาย ขณะออกกำลังกาย เขียนถึงเรื่องนี้ก็ชวนให้นึกถึงข่าวดังเมื่อปี 2540 สำหรับข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ "ย.โย่ง" (นายเอกชัย นพจินดา) ผู้ประกาศข่าวกีฬาและนักพากย์กีฬาทางจอแก้วที่มีชื่อเสียงมากในวงการสื่อสารมวลชนไทย ซึ่งเกิดอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออกขณะเล่นเทนนิส ก่อนเสียชีวิตด้วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายตายเฉียบพลัน หรือข่าวนักฟุตบอลระดับสโมสรใหญ่ๆ หัวใจวายระหว่างเล่นฟุตบอล

                       ซึ่งบางคนต้องจบชีวิตเพียงอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ ครั้งหนึ่งคอลัมน์ "ทันโรคทันเหตุการณ์กับแพทยสภา" ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า เคยให้ความรู้ไว้อย่างน่าสนใจตอนหนึ่ง "...จากสถิติส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการออกกำลังกายหรือภายใน 1 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย มีสาเหตุจากโรคหัวใจทั้งนั้น ถ้ามีอายุเกิน 35 ปี มักเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน และมักมีอาการอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่สนใจ หรือไม่ทราบว่าเป็นอาการที่มาจากโรคหัวใจ..." นอกจากนั้นยังระบุ พร้อมกับย้ำด้วยว่า "การเตะฟุตบอลไม่ใช่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอายุ 40-60 ปี แล้วไปเล่นฟุตบอลเป็นครั้งคราว ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก

                     การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ คือ การเดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน กระโดดเชือก และเต้นแอโรบิก ฯลฯ ถ้าออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมาตลอดชีวิตและนานๆ ลงเตะบอลเพื่อการกุศลสักครั้งก็อาจพอทำได้ แต่ควรเล่นแบบไม่จริงจัง แต่ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นประจำ ถึงแม้จะเตะบอลอย่างไม่จริงจังก็ไม่ควรลงไปเล่น" รู้แบบนี้แล้ว การตรวจร่างกายประจำปี (อย่างละเอียด) จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากนั้นอย่ามองข้ามอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น เจ็บแน่นหน้าอก จุกแน่นหรือแสบบริเวณลิ้นปี่ เป็นต้น รวมไปถึงการออกกำลังกายที่แม้จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้ารู้ไม่เท่าทันอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้สูง

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้