ของจริง-จับจริง !!
นำเข้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [282]  

.....

               ล้างทุจริตได้เวลาพิสูจน์วาระแห่งชาติลุงตู่ของจริง-จับจริง !! เมืองไทย 360 องศา ถ้าจะพูดว่าในช่วงปลายทางของโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญล้วนเป็นบทพิสูจน์ความจริงด้วยการกระทำมากกว่าคำพูดและที่สำคัญจะสามารถบริหารความศรัทธาจากสังคมได้คงเส้นคงวาแบบนี้ได้หรือไม่ ที่ผ่านมาสังคมรับรู้กันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ

                พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศเรื่องการต่อต้านและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นเป็น"วาระแห่งชาติ" มีการประกาศวาทะเด็ดหลายครั้งเช่น "คนโกงต้องไม่มีที่ยืน" หรือ"การลงโทษคนโกงต้องเด็ดขาด"และ"อีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยต้องปราศจากการทุจริต" เป็นต้น เป้นคำพูดขึงขังเรียกเสียงชื่นชมจากชาวบ้าน และนั่นยังเท่ากับว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญในลำดับต้นๆ ขณะเดียวกันในภาคประชาชนก็มีความตื่นตัวมีการก่อตั้ง"องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น"มีการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

                เรียกได้ว่าบรรยากาศแห่งการปราบปรามการทุจริตในบ้านเรามาเต็ม สร้างความหวังใหม่ให้กับคนไทย แม้ว่าจะเป็นยุคเผด็จการก็ตาม แต่เชื่อหรือไม่ว่าเป็นเผด็จการที่ชาวบ้านให้การสนับสนุนโดยเฉพาะให้ความเชื่อมั่นในตัวผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ถึงกับเชียร์ให้อยู่ต่อไปนานๆกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีหากพิจารณาจากผลของการตรวจสอบการทุจริตทั้งในภาครัฐและเกี่ยวข้องกับภาคเอกชนกลับปรากฏว่าการจับกุมทุจริตไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก

                     หากโต้แย้งว่าเป็นเพราะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นก็ไม่น่าเป็นไปได้ หรทอหากอ้างว่าการตรวจสอบต้องใช้เวลาต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหามันก็ใช่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบสามปีแล้วน้ำหนักแบบนั้นมันก็ย่อมลดลงไป ที่ผ่านมาหากกล่าวว่ามีบางเรื่องที่ยังคาใจชาวบ้านที่ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการทุจริตในเรื่องสำคัญ ตั้งแต่กรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดลวงโลก จีที 200 การจัดซื้อเรือเหาะที่ใช้ในภารกิจสอดแนมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่เคยใช้งานได้จริง รถหุ้มเกราะล้อยางยูเครน เป็นต้น และล่าสุดกำลังมีบทพิสูจน์สำคัญกับกรณี "คิงเพาเวอร์"ร้านค้าปลอดภาษีที่ลักลอบขายสินค้าในสนามบิน และถูกระบุว่ากระทำผิด

                    พรบ.ร่วมทุนฯ มีการตรวจสอบโดยคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษากลไกปราบปรามการทุจริตของสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ(สปท.) แต่เมื่อเสนอเรื่องขึ้นไปให้ดำเนินการทุกอย่างก็เงียบ ไม่มีความคืบหน้า และกำลังเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการ ก็ต้องรอว่าลงเอยแบบไหน ล่าสุดที่กำลังเป็นเรื่องฮือฮาอยู่ในเวลานี้ก็คือ"สารพัดสินบน"ที่กำลังปูดออกมา

                 แต่ขอโทษเป็นการตรวจสอบและคำรับสารภาพจากคนที่จ่ายสินบนจากหน่วยงานในต่างประเทศและจำนนต่อหลักฐานไม่ใช่เป็นเพราะการตรวจสอบจากหน่วยงานในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการการจ่ายสินบนในบริษัทการบินไทยเพื่อจัดซื้อเครื่องยนต์อากาศยานจากบริษัทโรลส์รอยซ์ สินบนในบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ปตท.สผ.จำกัด(มหาชน) และลามมาถึงการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมไปถึงบริษัททีโอที ที่เกี่ยวกับการจัดซื้อสายไฟและสายเคเบิ้ล แม้ว่าสินบนดังกล่าวเกิดขึ้นนานแล้วคือตั้งแต่ปี 2534-48 แต่ก็สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ไม่ยาก เพราะมีหลักฐานจากต่างประเทศ แต่คำถามก็คือเรามีความเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นแค่ไหน ที่ผ่านมาเราเคยเห็นการดำเนินคดีกับรายใหญ่ได้หรือไม่

                  คราวนี้ก็เช่นเดียวกันมีแนวโน้มสูงว่า"จะลอยนวล"อีก ยิ่งเป็นระดับบิ๊กๆยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะยังทำงานใกล้ชิดอยู่ในรัฐบาล หลายคนยังเป็นทีมงานคนสำคัญเสียอีก มันก็ไม่มีทางคาดหวังอะไรได้มากนัก เพราะอีกไม่นานเรื่องก็จะค่อยๆเงียบหายไป ขณะเดียวกันมีเรื่องที่น่าหงุดหงิดรำคาญประดังเข้ามาอีกเมื่อล่าสุดมีรายงานว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ได้ประกาศค่าคะแนน Corruption Perceptions Index (CPI) ของปี 2559 ในวันพุธที่ 25 มกราคม 2560 นี้ โดยประเทศไทยได้คะแนน 35 จาก 100 คะแนนเต็ม อยู่ที่ 101 จากจำนวน 176 ประเทศ อยู่ในระดับเดียวกันประเทศฟิลิปปินส์ และติมอร์เลสเต

                 ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับที่ 6 จาก 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน รองจากสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับค่าคะแนน CPI ของไทยจากแหล่งข้อมูล WEF 4 ครั้งหลังสุด ปี 2555 ได้ 35 คะแนน ปี 2556 ได้ 35 คะแนน ปี 2557 ได้ 39 คะแนน และปี 2558 ได้ 43 คะแนน โดยปี 2558 ไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 76 จาก 168 ประเทศ ส่วนปี 2557 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 85 จากการจัดอันดับทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปี 2558 นั้น เมื่อเปรียบเทียบอันดับเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทยมีคะแนนเป็นอันดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย

                      มีรายงานว่า ก่อนหน้านั้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการให้ค่าคะแนน CPI ที่วัดดัชนีการรับรู้การทุจริตประเทศไทย โดย TI อาศัยข้อมูลจาก 8 แหล่งข้อมูลและในตอนที่ 8 นี้ จะพูดถึงแหล่งข้อมูล WEF World Economic Forum (WEF) หรือสภาเศรษฐกิจโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 โดย เคลาส์ มาร์ติน ชวาบ (Klaus Martin Schwab) มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ WEF เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยจะมุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศของผู้นำภาครัฐและเอกชน

                  ทั้งทางด้านการเมือง ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันพิจารณาประเด็นการพัฒนาของโลก ภูมิภาค และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งมีการจัดประชุม ทุกปีที่เมืองดาวอส (Davos) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หากพิจารณาจากอันดับดังกล่าวเปรียบเทียบกับปีก่อนถือว่าเราตกต่ำลงไปกว่าเดิมมาก เรียกว่าอันดับรูดลงไปอย่างที่เรียกว่า"น่าอับอาย" ตรงกันข้ามกับ"วาระแห่งชาติ"ที่มีการประกาศกวาดล้างการทุจริตคอรัปชั่น แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร ดังนั้นหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาอีกทางหนึ่งมันก็เหมือนกับเป็นการพิสูจน์ความเอาจริงเอาจังว่าทำได้ดีมีประสิทธิภาพแค่ไหน โดยเฉพาะการตรวจสอบจากสังคมภายนอก !!

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้