หนึ่งเดียว
นำเข้าเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [604]  

.....

                      เจ้าพระยาฝรั่งหนึ่งเดียว เจ้าพระยาฝรั่งหนึ่งเดียวของกรุงรัตนโกสินทร์! ตรวจราชการทุกกระทรวง ใครเช้าชามเย็นชามตามสไตล์ไทย นำขึ้นฟ้อง ร.๕ !! เจ้าพระยาอภัยราชา ในประวัติศาสตร์ชาติไทย มีชาวต่างชาติเพียง ๒ คนเท่านั้นที่เข้ามารับราชการไทย แล้วได้รับบรรดาศักดิ์สูงสุดถึงขั้นเจ้าพระยา คนแรกก็คือ คอนสแตนติน ฟอนคอน กลาสีเรือพเนจร หรือ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ เ

                    จ้าพระยาฝรั่งหนึ่งเดียวของกรุงศรีอยุธยา อีกคนหนึ่งก็คือ กุสตาฟ โรลัง ยัคมินส์ (Gustave Rolin Jaequemyns) หรือ เจ้าพระยาอภัยราชา เจ้าพระยาฝรั่งหนึ่งเดียวของกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ไทยต้องเผชิญกับนักล่าอาณานิคมทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งใช้วิธีข่มขู่ต่างๆโดยไม่ยอมรับกฎหมายไทย ไทยจึงต้องการผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก เพื่อมาเจรจาข้อพิพาทต่างๆ ฉะนั้นในการเสด็จประพาสยุโรปในปี ๒๓๓๔ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงทรงปรึกษากับ

                     ลอร์ดเรย์ สหายชาวฝรั่งเศสที่ทรงมักคุ้นกันเป็นการส่วนตัว ว่าต้องการผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศมารับราชการเป็นที่ปรึกษากฎหมายในเมืองไทย ซึ่งลอร์ดเรย์ก็รับปากจะหาให้ ตอนกลับจากยุโรปเที่ยวนั้น สมเด็จฯกรมพระยาดำรงฯทรงแวะดูงานที่อียิปต์ บังเอิญได้พักโรงแรมเดียวกันกับลอร์ดเรย์ และพอดีกับ มิสเตอร์กุสตาฟ โรลัง ยัคมินส์ ศาสตราจารย์ทางกฎหมายชาวเบลเยี่ยมคนหนึ่งไปอียิปต์พอดี ลอร์ดเรย์จึงนำมาเฝ้ากรมพระยาดำรงฯ โรลัง ยัคมินส์ เป็นนักกฎหมายมีชื่อเสียงคนหนึ่งของยุโรป

                       เคยได้รับเลือกเป็นสภานายกของสภากฎหมายระหว่างประเทศถึง ๒ สมัย เป็นสมาชิกแห่งราชบัณฑิตสภาของเบลเยี่ยม เป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยบรัสเซลส์ เป็นด็อกเตอร์กิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ เป็นอดีตเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยของเบลเยี่ยม และยังเคยเป็นผู้พิพากษาในศาลอนุญาโตตุลาการที่กรุงเฮกด้วย แต่ในขณะนั้นโรลัง ยัคมินส์กำลังมีปัญหาชีวิต เนื่องจากน้องชายที่เป็นพ่อค้าขอให้ช่วยค้ำประกันเงินกู้ที่เอาไปลงทุน แต่ขาดทุนจนล้มละลาย โรลัง ยัคมินส์จึงต้องรับภาระหนี้แทนจนหมดตัวเมื่ออายุใกล้ ๖๐ และไม่ต้องการอยู่ในเบลเยี่ยมต่อไป เมื่อได้ทราบข่าวว่าทางการอียิปต์กำลังต้องการนักกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเดินทางไปเพื่อหางานทำที่นั่น

                         กรมพระยาดำรงฯทรงเห็นว่า กุสตาฟ โรลัง ยัคมินส์ เป็นผู้ที่มีความรู้และบุคลิกดี จึงทรงโทรเลขทูลสมเด็จฯกรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศให้ทรงทราบ ซึ่งก็ทรงเห็นชอบด้วย จึงได้ชิงตัวตัดหน้าอียิปต์มา แม้กระนั้นรัฐบาลอียิปต์ก็ยังโทรเลขมาขอ แต่ไทยกำลังคับขันเรื่องนี้จึงให้ไปไม่ได้ เจ้าพระยาฝรั่งหนึ่งเดียวของกรุงรัตนโกสินทร์! ตรวจราชการทุกกระทรวง ใครเช้าชามเย็นชามตามสไตล์ไทย นำขึ้นฟ้อง ร.๕ !! กุสตาฟ โรลัง ยัคมินส์ เข้ารับราชการกระทรวงต่างประเทศในปี ๒๔๓๕

                          ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตประจำกระทรวง และเป็นที่ปรึกษาราชการทั่วไป ในปี ๒๔๓๖ เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ซึ่งได้นำเรือรบมาปิดอ่าวไทย โรลัง ยัคมินส์ได้รับมอบหมายให้เจรจา แม้ท่านศาสตราจารย์ทางกฎหมายจะอ้างข้อบัญญัติของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ฝรั่งเศสที่ใช้ปืนเรือก็ไม่ยอมรับฟัง ข่มขู่จะเอาดินแดนให้ได้ ไทยซึ่งจะยึดถือกฎหมายสากล จึงต้องยอมสละดินแดนให้มหาอำนาจที่ใช้ปืนไป ด้วยคุณงามความดีที่มุ่งมั่นทำงานให้ประเทศไทยอย่างจริงจัง แม้จะเพิ่งเข้ารับราชการได้เพียง ๔ ปี

                     พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯจึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๓๙ ว่า “...เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกในการประชุมสมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้าฯ ได้พระราชทานสัญญาบัตรให้ท่านกุสตาฟ โรลิน ยัตมินส์ เป็น เจ้าพระยาอภัยราชาสยามนุกุลกิจฯ เป็นที่ปรึกษาราชการการแผ่นดินทั่วไป...

                          ” เจ้าพระยาอภัยราชา จึงเป็นเจ้าพระยาฝรั่งหนึ่งเดียวของกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ เจ้าพระยาอภัยราชาฯยังถวายโครงการศึกษาของเจ้าฟ้าชายต่างๆ รวมทั้งองค์รัชทายาท ว่าควรศึกษาวิชาใด ที่ประเทศใด เพื่อนำความรู้แขนงนั้นมาพัฒนาประเทศ และเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศที่พระเจ้าลูกยาเธอไปศึกษา ทั้งยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์กับพระราชวงศ์ต่างๆของยุโรปด้วย เจ้าพระยาอภัยราชาฯได้ทูลถวายคำแนะนำให้พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมกษัตริย์และรัฐบาลของประเทศต่างๆในยุโรปครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๔๑ เพื่อให้ประเทศต่างๆรู้จักประเทศไทยมากขึ้น หันมาสนับสนุนถ่วงดุลกับอิทธิพลของฝรั่งเศสที่ยังคุกคามเอาดินแดนไทยไม่ยอมหยุด

                        นอกจากนี้ เจ้าพระยาอภัยราชาฯยังเป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นในประเทศไทย และยังทำตัวเหมือนผู้ตรวจราชการแผ่นดิน เมื่อเห็นเสนาบดีกระทรวงใดไม่เอาใจใส่ในหน้าที่ราชการ ทำงานอืดอาดล่าช้าเช้าชามเย็นชามตามแบบไทยๆ ก็นำความไปกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ ทำให้เกิดความขุ่นเคืองไม่พอใจของเสนาบดีหลายคน เจ้าพระยาอภัยราชารับราชการสนองพระเดชพระคุณถึง ๙ ปีเต็ม จนสุขภาพทรุดโทรมจึงได้กราบถวายบังคมทูลลาออกกลับไปเบลเยี่ยมในปี ๒๔๔๔ หลังจากนั้นไม่กี่ปีก็ถึงอสัญกรรม เมื่อเจ้าพระยาอภัยราชาทูลลากลับไปนั้น

                   พระพุทธเจ้าหลวงได้ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงพระยาสุริยานุวัติ (เกิด บุนนาค) อัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๔๔ มีความตอนหนึ่งว่า “ตั้งแต่พระยาอภัยราชากลับออกไปแล้วนี้ สังเกตดูว่าการหงอยช้าลงไปแล้วทุกเดือน ที่เป็นสำคัญนั้นในกระทรวงต่างประเทศ แต่ถึงกระทรวงอื่นๆที่ไปอึดอัดอยู่ก็มี การที่ช้านั้นไม่ใช่ช้าเพราะขัดข้อง นึกไม่ออกอย่างเดียว ช้าโดยปกติของคนไทยนั้นมีเป็นอันมาก...”

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้