ระบบดี..คนแย่
นำเข้าเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2560 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [639]  

.....

                      ผิดชัด50ราย โกงสอบเข้านายสิบตำรวจ คาด2วันได้หมายจับ แบ่งสอบปากคำ3ชุด ชงผบ.ตร.พิจารณา โมฆะหรือไม่16มค. รองผบ.ตร.ถกปมทุจริตสอบนายสิบสรุปข้อมูลเสนอผบ.ตร.พิจารณา โมฆะหรือไม่ 16 มกราคมนี้ พร้อมสั่งกองปราบฯร่วมสางคดี ด้าน รองผบช.น.เผย เตรียมสอบปากคำ3 ชุด ชี้ผิดชัดเจน 50 คน ลอก 200 200 ต้องสงสัย200อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานก่อนออกหมายจับ คาดอีก2วันรู้ผลแน่ เมื่อเวลา 13.30น.วันที่ 11มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมพิจารณาผลการตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครและคัดเลือกนายสิบตำรวจ

                        หลังพบการทุจริตสอบอย่างเป็นขบวนการ ในสนามสอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) โดย พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตัวแทนจากกองบัญชาการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้น พล.ต.อ.เดชณรงค์ เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบวิธีการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่า นอกจาก บช.น. แล้ว ยังพบความผิดปกติ ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7(บช.ภ.7) อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่ง พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 กำลังประชุมเพื่อพิจารณาดำเนินคดี ในส่วนความผิดปกติใน บช.ภ. 7 ซึ่งในส่วนภาค 7 นั้น มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 4,182 คน มาสอบ 3,746 คน พบทุจริตกว่า 30 คน รับ 250 คน สอบผ่านข้อเขียน 500 คน

                 ส่วนกองบัญชาการอื่นๆ อีก 10 แห่ง ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ดังนั้นจึงสามารถดำเนินคัดเลือกได้ตามขั้นตอน มีเพียง 2 กองบัญชาการที่พบปัญหา และหาข้อพิจารณาในครั้งนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยวันนี้ได้หารือให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เสนอให้ ผบ.ตร. ผิดจารณาในวันที่ 16 มกราคม นี้ ว่าจะให้การสอบดังกล่าวเป็นโมฆะทั้งหมด หรือโมฆะบางส่วน ถอนสิทธิ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรืออาจจะมีแนวทางอื่นๆ โดยยึดหลักการพิจารณา 3 ประการ คือ 1.ต้องรวดเร็วในการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2.ต้องรอบคอบ สามารถแยกแยะได้ว่ามีการกระทำผิดในรูปแบบใดบ้าง และ 3.ต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้สมัครสอบและสอบผ่านการสอบโดยสุจริต หลักการพิจารณาต้องให้ความเป็นธรรมที่สุด คำนึงถึงสิทธิผู้ที่บริสุทธิด้วย “ยกตัวอย่างในห้องสอบ มีนักเรียน 30 คน แล้วมีการลอกข้อสอบกัน 5 คน ถามว่าเราต้องตัดสิทธิคนที่เหลือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ กรณีนี้เราก็ต้องคำนึงถึงข้อนี้

                  ทั้งนี้มั่นในในระบบการคัดกรองคนที่ทุจริต เราจะไม่ยอมให้คนที่ทุจริตผ่านเข้าเป็นตำรวจเด็ดขาด” พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าว พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการแต่ละภาค ไปตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อความเชื่อมั่น โดยมีการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่าจะมีกระบวนการขั้นตอนอย่างไร นอกจากนี้ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการมอบหมายให้จเรตำรวจไปตรวจสอบด้วย พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวถึงการดำเนินการกับผู้ทุจริตขณะนี้ว่า อยู่ระหว่างรวบพยานหลักฐานและออกหมายจับจำนวนหนึ่งแต่ไม่ขอเปิดเผยว่ามีจำนวนเท่าไหร่ นอกจากนี้ตนยังได้มอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เข้าไปร่วมตรวจสอบกับ บช.น. ในการสืบสวนสอบสวน หากพบคนกระทำความผิดมากกว่านี้จะต้องเร่งดำเนินการ โดยขณะนี้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

                เพื่อออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง เวลา 14.00 น.พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ได้เรียกประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีทุจริตการสอบนายสิบตำรวจ ที่ สน.พหลโยธิน เพื่อวางแนวทางในการทำงาน และมอบหมายหน้าที่ให้คณะทำงาน โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่าที่ประชุมได้ข้อสรุป 3 ส่วน คือส่วนแรกทีมทำงานศูนย์ฝึกอบรมที่ได้สืบสวนอะไรมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้น ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูล และให้ไปจัดเตรียมข้อมูล เพื่อนำมาเสนอให้ที่ประชุมทราบต่อไป อีก 2 วัน ข้อมูลน่าจะครบถ้วนแล้ว ส่วนที่ 2 เรื่องการทำงานจะแยกกันระหว่างทีมสืบสวนกับสอบสวน ซึ่งได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนจำนวน 41 คน คณะพนักงานสืบสวน 11 คน โดยทีมสืบสวนจะต้องไปรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุต่างๆ การโยงโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน กล้องวงจรปิด เพิ่มเติม ส่วนทีมสอบสวนจะดูในการสอบสวน คาดว่าจะมีผู้ที่ต้องทำการสอบสวนจำนวนมาก ซึ่งจะแบ่งเป็นชุดๆ ทั้งนี้ จะนัดผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแบ่งเป็น 3 ชุด

                   ชุดแรกเป็นกลุ่มที่มีพฤติการณ์ทุจริตสอบชัดเจนรวม 50 คน ชุดที่สองเป็นกลุ่มผู้สมัครสอบที่คัดลอกข้อสอบ ประมาณ 200 คน และกลุ่มที่สามเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยลอกข้อสอบเกือบ 200 คน ได้มอบหมายให้หัวหน้าทีมไปจัดกำลังที่จะปฏิบัติ และสถานที่ที่ใช้ในการสอบสวน และจัดระบบในการทำงานให้มีความชัดเจน ซึ่งจะใช้สถานที่ไหนในการสอบสวนจะต้องพิจารณาจากจำนวนอีกครั้ง จึงมอบหมายให้ฝ่ายสอบสวนไปจัดระบบต่างๆ ในวันศุกร์ที่ 13 มกราคม นี้ให้มาวางแผนการทำงานให้มีความชัดเจน ส่วนที่ 3 การสอบสวนมีความคืบหน้ามากขึ้น มีการโยงใยไปถึงกลุ่มอื่น ซึ่งไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว จึงต้องมีการจัดระบบติดตามรายละเอียดต่างๆ ทั้งการสืบสวนสอบสวน เมื่อทีมสืบสวนได้ข้อมูลข้อเท็จจริงแล้วก็จะมามอบให้ทีมสอบสวน เพื่อสอบสวนประกอบสำนวนคดีต่อไป พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ส่วนหมายจับพนักงานสอบสวนได้ไปรวบรวมข้อมูล เพื่อจะส่งศาล แต่ขณะนี้เอกสารยังไม่ครบถ้วน จึงยังไม่สามารถยื่นให้ศาลออกหมายจับได้ การออกหมายจับจะทยอยออกทีละส่วน มีพยานหลักฐานไปถึงใครก็จะดำเนินการทั้งหมด ซึ่งยังไม่สรุปจำนวนบุคคลที่ถูกออกหมายจับว่าจะเป็นกลุ่มไหนหรือบุคคลใดบ้าง คาดว่าอีก 2 วัน จะมีความชัดเจนว่าใครทำอะไร ผิดอย่างไร ข้อหาอะไร

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้