ย้ำรธน.ฉบับปราบโกง
นำเข้าเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [675]  

.....

‘มีชัย’ย้ำมีธรรมาภิบาล รธน.ปราบโกง คุ้มครองปชช.ประเทศชาติ ‘ปึ้ง’โอดพรป.พรรคการเมือง ทำ‘เพื่อไทย’อยู่ยาก/ลุ้นถูกยุบ ‘มาร์ค’ห่วงเงินค่าบำรุงพรรค “มีชัย” เผยการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญหลายฉบับเป็นอนิจจัง ย้ำหากเดินหน้า ตามกติกาประเทศจะไปด้วยดีในขณะที่“ปึ้ง” โอด พ.ร.ป.พรรคการเมือง จ้องทำลาย! “เพื่อแม้ว” เสี่ยงถูกยุบ ส่วนหัวหน้าปชป.แนะ แยกประเภทสมาชิกจ่ายเงินบำรุงพรรค เมื่อวันที่ 10ธันวาคม ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวเนื่องในวันรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพื่อวางกรอบให้ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องชอบด้วยธรรมาภิบาล ซึ่งประชาชนเองจะได้รับความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ต่อประเทศชาติ มีการวางอำนาจฝ่ายบริหารไม่ให้ทำตามอำเภอใจ แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อความเป็นอยู่อันสงบสุขของประชาชน ซึ่งนอกจากการกำหนดกรอบอำนาจหน้าที่แล้ว จะต้องมีการถ่วงดุลอย่างเหมาะสมโดยกำหนดบทลงโทษด้วย ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติเองก็มีกรอบการตรากฎกติกาไว้เช่นกัน ว่าควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง เพื่อจะได้ทำให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แบ่งปันกัน ไม่มีใครมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังเป็นหัวใจของประเทศ และเป็นวันสำคัญให้ทุกคนระลึกถึง นายมีชัย กล่าวด้วยว่า การที่ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ เป็นเหมือนธรรมะอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่อนิจจังมีการเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนวิถีชีวิต ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่กระทบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับสภาวะสังคม ซึ่งประเทศอื่นไม่ประสบปัญหาอย่างประเทศไทย และบอกไม่ได้ด้วยว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านการออกเสียงประชามตินี้จะใช้ได้นานแค่ไหน แต่ตราบใดที่ใช้วิธีแก้ไขตามปกติที่บัญญัติไว้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ก็กำหนดให้ต้องถามประชาชนด้วยส่วนที่หวังไว้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดนี้จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนั้นทาง กรธ.ก็พยายามคิดกลไกป้องกันและปราบปรามเท่าที่คิดออก แต่ถ้าพบเรื่องใหม่ๆ ก็ต้องแก้ไขกันไป ตราบใดที่ใช้วิธีการแก้ไขอย่างสันติวิธี “ขอฝากถึงการบังคับใช้กฎหมายว่า เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ที่ต้องเป็นไปอย่างเข้มงวด เที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา เหตุร้ายก็จะไม่เกิด แต่หากบังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน ก็จะเกิดการเลือกปฏิบัติ และส่งผลให้สังคมปั่นป่วน ซึ่งกรธ. ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไว้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายตรงไปตรงมา เป็นไปตามกติกา แต่หากกติกาไม่ดีก็แก้ไขได้ ซึ่งกรธ. ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญเร็วหรือช้า แต่ควรขึ้นอยู่กับเหตุผล และย้ำให้เดินตามกฎกติกา แล้วทุกอย่างจะเดินหน้าได้ด้วยดี” นายมีชัย กล่าว มาร์คห่วงค่าบำรุงพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ให้สัมภาษณ์ถึง หนังสือเชิญของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เพื่อเข้าหารือเรื่องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับแล้วแต่หนังสือเชิญนั้นมีลักษณะทั่วไป จึงไม่ทราบว่ารูปแบบจะเอื้ออำนวยให้แสดงความเห็นได้มากน้อยเท่าไร ซึ่งที่ผ่านมาความเห็นของทางพรรคประชาธิปัตย์ก็คือความตั้งใจ ที่จะทำให้ ร่างกฎหมายพ.ร.ป.พรรคการเมืองเป็นของประชาชน แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือเรื่องรูปแบบและวิธีการโดยเฉพาะในทางปฏิบัติ หลายเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่การปรับแนวความคิดทางสังคมนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาพอสมควร เช่น อยากให้สมาชิกพรรคการเมืองจ่ายค่าบำรุงพรรคการเมือง เราพยายามทำมาตลอด แต่สมาชิกพรรคเป็นหลักล้าน พยายามให้จ่ายเงินค่าสมาชิกแค่ 20 บาท ยังได้ไม่ถึงหมื่นด้วยซ้ำ เพราะยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงจะต้องมาเสียเงินบำรุงพรรคการเมือง ดังนั้นต้องใช้เวลาในการทำให้เกิดความเข้าใจว่าถ้าเสียเงินบำรุงพรรคแล้วจะได้สิทธิ์ หรือมีประโยชน์อย่างไร อย่ากำหนดตัวเลขตายตัว นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การปรับระบบให้สมาชิกพรรคการเมืองต้องเสียค่าบำรุงพรรค 100 บาทต่อปี ภายในระยะเวลา 150 วัน แล้วกรณีอย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่มีสมาชิกจำนวน 2 ล้านกว่าคน การจะไปติดต่อคนจำนวน 2 ล้านกว่าคนภายใน 150 วัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ตนคิดว่าอย่างน้อยที่สุดถ้าบอกว่าสมาชิกที่จ่ายเงินจะมีสิทธิ์บางประการตามกฎหมายก็ทำไปแต่ถ้าสมมติว่าคนที่เขามีความรู้สึกผูกพันกับพรรคยังไม่พร้อม ยังไม่เห็นประโยชน์ หรือยังไม่เข้าใจว่าจะต้องจ่ายเงินให้พรรค ตนคิดว่าจะอนุญาตให้เขาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอีกประเภทหนึ่งก็ได้ โดยที่ไม่ต้องไปมีสิทธิ์ตามที่กฎหมายกำหนด และก็ต้องดูตัวเลขตามที่เป็นไปได้จริงว่าจะทำอย่างไร “หากจะต้องมาเคร่งครัดในเรื่องการทำเอกสารสมาชิกพรรค การออกใบเสร็จ ทำสำเนาบัตรประชาชน ในทางปฏิบัติ เรื่องระยะเวลาที่จะต้องทำจะเป็นอุปสรรคมาก โดยเฉพาะถ้าเราคาดการณ์ว่ากฎหมายจะออกมามีผลบังคับใช้ไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองก็จะมีปัญหาที่จะต้องมานั่งทำเรื่องนี้ ซึ่งขนาดพรรคที่มีระบบอยู่แล้วยังทำเรื่องนี้ไม่ง่ายแล้วพรรคใหม่ พรรคขนาดกลางที่ไม่เคยมีสมาชิกเสียค่าบำรุงพรรคเลยก็จะยิ่งยุ่งยากมากในขณะที่เขาจะต้องเตรียมการเลือกตั้งไปด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการปรับระบบสาขาพรรคกับตัวแทนจังหวัดนั้น ดูจะยังไม่ค่อยลงตัวเพราะกลายเป็นว่าระบบสาขาเป็นระบบที่ต้องมีการเลือกตั้ง แต่ระบบตัวแทนจังหวัดเป็นระบบแต่งตั้ง กลายเป็นว่าไม่ส่งเสริมให้มีสาขา เพราะพรรคการเมืองไหนถ้าอยากควบคุมมากๆก็ชอบแต่งตั้งมากกว่า จึงมีสาขาเฉพาะเท่าที่ร่างพ.ร.ป.กำหนดก็คือภาคละ 1 สาขาเท่านั้น แต่ยังเห็นความตั้งใจดีที่ประสบปัญหาในทางปฏิบัติของทาง กรธ.อยู่ จึงไม่มั่นใจว่าจะมีเวลามาอธิบายให้ กรธ.รับฟังได้มากแค่ไหน เข้าใจว่าในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ คงจะมีคนมาเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นมาก เบื้องต้นคาดว่าจะทำเป็นเอกสารชี้แจงไปยัง กรธ. เมื่อถามถึงความเห็นว่าการที่ กรธ.กำหนดให้พรรคการเมืองมีสมาชิกขั้นต่ำจำนวน 20,000 คน ภายใน 4 ปี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้จำนวนสมาชิกพรรคมีพอสมควรแต่เนื่องจากมีปัญหาจำนวนสมาชิกพรรคมีความผูกพันกับการจ่ายเงินค่าสมาชิกพรรค จะมีปัญหาในเชิงปฏิบัติทำให้สมาชิกพรรคทุกคนต้องมาจ่ายเงิน ส่วนการเพิ่มโทษกับผู้ที่กระทำผิดในคดีทุจริต ตนไม่มีปัญหา แต่ห่วงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายมากกว่า เพราะคนทำผิดก็ไม่ได้คิดถึงตรงนี้ เพื่อไทยบอกยังไม่เห็นหนังสือเชิญ ด้าน พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า ยังไม่เห็นหนังสือส่งมา แต่ก็ยินดีที่จะเข้าร่วม ซึ่งพ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับนี้นั้น มองพรรคการเมืองเหมือนเป็นอาชญากร มีบทลงโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต ทั้งที่ความจริงพรรคการเมืองเป็นองค์กรตามประชาธิปไตย ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่มีบทลงโทษ หรือข้อจำกัดมากมาย และเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พรรคการเมืองจึงถูกบังคับให้ต้องทำตามกฎหมายแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ขณะเดียวกันก็อยากให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม หรือ ประชุมพรรคการเมืองโดยเร็ว พท.โวยจ้องทำลายเพื่อแม้ว นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อ่านได้อ่านร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่ยกร่าง โดย กรธ.แล้ว รู้สึกเป็นห่วงหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างยิ่ง เพราะหัวหน้าพรรคอาจจะโดนโทษตามมาตรา 105 หรือ มาตรา 109 คือไม่ถูกประหารชีวิต แต่เป็นได้ที่อาจจะถูกจำคุกตลอดชีวิต เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พรรคเรามักจะถูกหรือโดนอะไรต่ออะไรที่พรรคการเมืองอื่นเขาไม่โดนกระทำกัน ยิ่งพรป.พรรคการเมืองเขียนแบบนี้ พรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยจะอยู่ได้ยาก เพราะไม่มีตัวช่วย โอกาสที่จะถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายป้ายสีก็จะมีสูงกว่าพรรคอื่นๆ นอกเสียจากว่าการบังคับใช้พรป.พรรคการเมืองจะยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ลำเอียง ไม่สองมาตรฐาน บังคับใช้กันอย่างตรงไปตรงมา และโอกาสที่พรรคเพื่อไทย จะโดนยุบพรรคก็มีสูง ตามมาตรา 97 ที่กำหนดว่าพรรคการเมืองต้องทำตามมาตรา 23 ที่กรธ. คุยนักคุยหนาว่าให้ทุกพรรคการเมืองลองศึกษาดูนั้นเมื่อดูแล้วก็รู้ได้ว่าพรรคเพื่อไทยก็คงถูกยุบพรรคเอาง่ายๆ ครวญโทษรุนแรงเกินไป “สมมุติว่าพรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดในการพัฒนาประเทศหรือแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม ในแนวทางที่นักวิชาการ อาจารย์ อธิการบดีหรือผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายคิดไม่ได้ ตามไม่ทัน เช่น นโยบาย 2 ล้านล้าน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศขึ้นมา แล้วก็มีการออกมา กล่าวหา โจมตี ไม่เห็นด้วยกับเรา จนในที่สุดกลายเป็นความผิดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แล้วเมื่อรัฐบาลคสช. หยิบขึ้นมาปัดฝุ่นทำใหม่กลับไม่ผิด นี่เป็นตัวอย่างที่หยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบให้เห็นมักจะโดนอะไรต่อมิอะไรที่คนอื่นเขาไม่โดนกันก็แค่นั้นเอง คงต้องตั้งคำถามกันแบบตรงๆว่า เขียนกฎหมายลูกกันแบบนี้ กรธ.มีเป้าหมายความต้องการอะไรอยู่ในใจกันแน่ และการใช้บทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตนั้นมันทำให้เราอาจถูกต่างชาติดูถูกดูแคลนในความไม่เป็นอารยะของบ้านเมืองเราก็เป็นได้ แก้เถอะยังทันอยู่” นายสุรพงษ์ กล่าว

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้