ใจเป็นนาย
นำเข้าเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [500]  

.....

                            ต้องรู้จักปฏิญาณกับใจของตนด้วย คำปฏิญาณคือคำมั่นสัญญา เราจะได้ยินคำนี้เกิดขึ้นทุกครั้งของบุคคลต่างๆ ก่อนเข้ารับปฏิบัติหน้าที่การงานต่างๆตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะผู้ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงผู้พิพากษา โดยเฉพาะฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีความว่า

                           “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

                           เป็นคำมั่นสัญญาของผู้ปฏิญาณตนก่อนทำงานในหน้าที่ แต่ในข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองที่ผ่านๆ มาจนถึงขณะนี้ ยังคงเกิดเรื่องเกิดปัญหากับบ้านเมืองและประชาชนมาโดยตลอด ในทางที่ตรงข้ามกับคำมั่นสัญญาหรือคำปฏิญาณตนดังกล่าวของผู้ให้สัญญา จนเกิดความเสียหายแก่ส่วนรวมอยู่เสมอจนถึงขณะนี้ เพราะคนที่ให้คำมั่นสัญญาหรือคนที่ปฏิญาณตนดังกล่าวไม่กระทำอย่างที่สัญญาไว้

                             ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อการทำงานตามหน้าที่ หรือละเมิดกฎหมายละเมิดรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งพฤติกรรมที่จาบจ้วงเบื้องสูงของคนและกลุ่มพวกของคนที่เคยให้คำมั่นสัญญาหรือปฏิญาณตนดังกล่าวไว้ คนประเภทนี้คงไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่ออกมาจากใจตน เป็นคนที่สักแต่จะเข้าร่วมพิธีกรรมอย่างนี้เท่านั้น แม้กระทั่งพิธีกรรมล่าสุดที่นัดกันให้คำมั่นสัญญาหรือปฏิญาณตนทั้งประเทศ อย่างที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันก็ตาม ถ้าไม่ได้ออกมาจากใจของตนเองอย่างแท้จริงแล้ว ก็คงจะเข้าอีหรอบเดิมเหมือนที่ผ่านมาๆ

                              โดยเฉพาะผู้มีตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารบ้านเมืองทุกฝ่าย เพราะใจเป็นใหญ่เป็นประธานในการนำพาไปสู่สิ่งนั้น ถ้าใจไม่เคยนึกถึงเรื่องดีๆ ที่ควรทำ เพราะใจชอบที่จะได้รับประโยชน์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา โดยไม่นึกหรือคิดว่าสิ่งที่ได้มานั้นไม่ถูกต้องแล้ว การทำดีก็คงยาก ประโยชน์หรือผลที่จะเกิดขึ้นตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ หรือปฏิญาณไว้จะไม่เป็นไปตามนั้น การชำระใจตนให้สะอาด ไม่เป็นคนใจสกปรก นั้น

                           จึงเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดของบุคคล โดยเฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่ ทำงานให้กับส่วนรวมของบ้านเมือง ไม่ว่าจะนับถือศรัทธาในศาสนาใดชำระใจให้สะอาดได้เหมือนๆ กัน ด้วยวิธีการนึกหรือพูดให้ตัวเองฟังทุกครั้งหลังสวดมนต์ไหว้พระแล้วทุกวัน ในเนื้อหาสำคัญดังนี้ 1.อย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง อยากมีอำนาจ อยากใหญ่โต ไม่เดือดร้อนจากการแข่งดีกับใคร เพราะมันเป็นสิ่งที่เผาใจให้เร่าร้อน เกิดความอิจฉาริษยา คิดให้ร้ายแก่คนอื่น

                             จะทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ผูกพันอยู่กับความทะยานอยาก 2.อย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนโมโหโทโสโกรธง่าย ถ้าจะต้องโกรธบ้างก็ขอให้มีสติรู้ตัวโดยเร็ว อย่าให้ถึงกับคิดประทุษร้ายผู้อื่น มีใจที่ปลอดโปร่งจากการผูกอาฆาตจองเวร ใครทำอะไรผิดพลาดไปบ้างก็ไม่ผูกใจเจ็บ หรือเก็บสิ่งไม่ดีนั้นมาขังไว้ในใจ 3.อย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนลืมตน ดูถูกเหยียดหยามใครที่ด้อยกว่าทั้งในฐานะความเป็นอยู่ และในทางวิชาความรู้หรือประสบการณ์ อย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนชอบข่มขู่ใคร หรือเยาะเย้ยใครๆ ด้วยประการใดๆ

                          จะติดต่อพูดจาด้วยความอ่อนโยนนุ่มนวล 4.อย่าให้ข้าพเจ้าเหยียบย่ำซ้ำเติมผู้พลาดพลั้ง หรือผู้ประสบความทุกข์ยากเพราะเหตุใดๆก็ตาม แต่มีความกรุณาหาทางช่วยเหลือให้เขาลุกขึ้น หรือช่วยผ่อนคลายความทุกข์ร้อนให้กับเขาเท่าที่สามารถทำได้ 5.ใครก็ตามที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมาเท่าเทียบหรือมีผลงานดีเด่น สูงส่ง น่านิยมยกย่องมากกว่าข้าพเจ้า ขออย่าให้ข้าพเจ้ารู้สึกกังวลใจหรืออิจฉาริษยาในความเจริญของผู้นั้นแม้แต่น้อย แต่ให้ข้าพเจ้าพลอยยินดีกับเขาด้วยความจริงใจ 6.อย่าให้ข้าพเจ้าเป็นคนอ่อนแอ คอยเหลียวหาแต่ที่พึ่งอยู่ตลอดเวลา โดยไม่รู้จักทำตนให้เป็นที่พึ่งแห่งตน ข้าพเจ้าจะทำงานในหน้าที่ใดหรือตำแหน่งใด

                            อย่าให้ใจของข้าพเจ้าคิดเอาแต่ได้ในทางส่วนตัว 7.อย่าให้ใจของข้าพเจ้าคิดแต่จะเอาเปรียบชาติบ้านเมืองและประชาชน ด้วยการใช้เงินภาษีอากรของชาวบ้านไปในทางที่เป็นประโยชน์ตนและพรรคพวก เพื่อบำรุงบำเรอความสุข ความสบายส่วนตัว แม้กระทั่งอาหารการกินและยานพาหนะ 8.อย่าให้ข้าพเจ้าคิดเอาเปรียบเอกชนใดๆ หรือคิดคดโกงเอาเปรียบเขาแม้แต่น้อย จะทำอะไรกับเขาในทางการค้าการขายก็อย่าให้ข้าพเจ้าคอยนึกคอยคิดแต่เรื่อง “ตังค์ทอน” 9.ขอให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจดีทั้งทางโลกและทางธรรม และปฏิบัติตนได้ถูกต้องทั้งสองทาง

                            รวมทั้งหาทางสงบใจได้เอง อย่าให้ข้าพเจ้านึกว่าข้าพเจ้าดีพร้อมแล้วทุกอย่าง ใครว่าไม่ได้ หรือใครว่าอะไรไม่รู้จักฟังเหตุและผลที่เขาว่าเป็นอย่างไร แต่สวนกลับไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวทุกครั้ง เพียง 9 ข้อดังกล่าวนี้ ก็เห็นจะพอ ปฏิญาณกับใจของตนเองทุกๆวันเห็นจะพอ เพราะเป็นการให้คำมั่นสัญญากับใจของตน ว่าตนจะเป็นคนอย่างที่สัญญาไว้ทุกอย่าง หมดหน้าที่การงานเมื่อใดจะก้าวลงอย่างปลอดภัยและสง่าผ่าเผย ไม่ต้องกลัวใครด่าหรือถ่มน้ำลายรด น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้