“กษัตริย์อัจฉริยะ”!!
นำเข้าเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [791]  

แก้ปัญหาใหญ่ให้มหานคร แค่ใช้พระอาทิตย์กับพระจันทร์ทำงานให้! กลับได้ผลมหาศาล “โครงการแบบคนจน”ของ “กษัตริย์อัจฉริยะ”!! .....

แก้ปัญหาใหญ่ให้มหานคร แค่ใช้พระอาทิตย์กับพระจันทร์ทำงานให้! กลับได้ผลมหาศาล “โครงการแบบคนจน”ของ “กษัตริย์อัจฉริยะ”!!

 

2 ธันวาคม 2559 10:28 น.

แก้ปัญหาใหญ่ให้มหานคร แค่ใช้พระอาทิตย์กับพระจันทร์ทำงานให้! กลับได้ผลมหาศาล “โครงการแบบคนจน”ของ “กษัตริย์อัจฉริยะ”!!
เสด็จทอดพระเนตรบึงมักกะสัน

                      ปัญหาโลกแตกของกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่ปัญหาการจราจรเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาน้ำเน่าส่งกลิ่นตลบอยู่ในแหล่งรับน้ำและคูคลองต่างๆ ที่เคยสร้างความภูมิใจว่าเป็น “เวนิชตะวันออก” เรื่องนี้ก็ต้อง “เมื่อพระบาทยาตรา ปวงประชาเป็นสุข” อีกเหมือนกัน
       
                ในวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๒๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จรัชกาลที่9พระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีไปทอดพระเนตรน้ำเสียตามคลองต่างๆในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ประตูระบายน้ำปากคลองเทเวศร์ คลองแสนแสบ และคลองลาดพร้าว และมีพระราชดำรัสว่า
       
       “...การจัดระบบควบคุมระดับน้ำในคลองสายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดระบบระบายน้ำในกรุงเทพมหานครนั้น สมควรวางระบบให้ถูกต้องตามสภาพการณ์และลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งควรแบ่งออกเป็น ๒ แผนด้วยกัน คือ แผนสำหรับใช้กับฤดูฝนหรือในฤดูน้ำมากนี้ ก็เพื่อประโยชน์ในการป้องกันน้ำท่วมและเพื่อบรรเทาอุทกภัยเป็นสำคัญ แต่แผนระบายน้ำในฤดูแล้งนั้น ต้องจัดอีกแบบหนึ่งต่างกันไป เพื่อการกำจัดหรือไล่น้ำเสียออกจากคลองดังกล่าวเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองระบบนี้ควรจะพิจารณาถึงวิธีระบายน้ำ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการควบคุมระดับน้ำตามลำคลองเหล่านี้...”
       
       จากแนวพระราชดำริดังกล่าว จึงบังเกิดกรรมวิธีในการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธี “น้ำดีไล่น้ำเสีย” ๒ ประการ คือ
       
       วิธีที่หนึ่ง ให้เปิดประตูน้ำรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลาน้ำขึ้น และระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลาน้ำลง ทำให้น้ำในลำคลองมีโอกาสถ่ายเท รับน้ำดีมาไล่น้ำเสียออกไป
       
       วิธีที่สอง ในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไปทอดพระเนตรปากคลองเปรมประชากร ตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งเลียบคลองเปรมประชากรช่วงตอนบนถึงคลองรังสิต จนถึงปากคลองวัดหลักสี่ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียว่า
       
       “...คลองเปรมประชากรช่วงตอนล่าง เป็นคลองสายหนึ่งที่สามารถรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปช่วยบรรเทาน้ำเสีย โดยส่งกระจายไปตามคลองต่างๆของกรุงเทพมหานคร จึงควรขุดลอกคลองนี้พร้อมกำจัดวัชพืช เพื่อให้เป็นคลองสายหลักในการผันน้ำคุณภาพดีไปช่วยบรรเทาน้ำเสียให้เจือจางลง...” และ
       
       “...ให้หาวิธีรับน้ำเข้าคลองเปรมประชากรตอนบนเป็นปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว เพื่ออัดเพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้น จะได้สามารถกระจายน้ำเข้าทุ่งบางไทร-บางปะอินสำหรับใช้เพาะปลูกอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการขุดลอกหนองน้ำธรรมชาติไปพร้อมกัน จะได้สามารถเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ สำหรับเส้นทางน้ำที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นอื่นๆ เช่น คลองเชียงรากน้อยนั้น ต้องรีบรับน้ำเข้ามาเมื่อน้ำขึ้น และปิดประตูบังคับน้ำไม่ให้ไหลย้อนกลับเมื่อน้ำลง ทั้งนี้เพื่อเก็บกักน้ำคลองเปรมประชากรตอนบนในลักษณะอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้ผลักดันน้ำเน่าเสียในคลองเปรมประชากรตอนล่างต่อไป...”
       
       การระบายน้ำเน่าเสียในคลองของกรุงเทพฯจนสามารถลงไปแหวกว่ายได้นี้ ก็โดยอาศัยพลังของพระอาทิตย์พระจันทร์มาช่วยให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง ค่าใช้จ่ายในการนี้ก็มีแต่ค่ากระแสไฟฟ้าเปิดปิดประตูน้ำให้ได้จังหวะเท่านั้น
       
       อีกปัญหาหนึ่งของกรุงเทพมหานครก็คือ แหล่งน้ำเน่าเสียแห่งใหญ่ที่บึงมักกะสัน ซึ่งกรมรถไฟหลวงขุดไว้ตั้งแต่ปี ๒๔๗๔ มีความลึก ๑๕ เมตร กว้าง ๖๐ เมตร ยาว ๒,๓๘๐ เมตร มีเนื้อที่พื้นน้ำประมาณ ๙๒ ไร่ เพื่อเป็นแหล่งระบายน้ำและรองรับน้ำเสีย รวมทั้งน้ำมันเครื่องจากโรงงานรถไฟมักกะสัน อีกทั้งรอบบึงยังมีชุมชนแออัดอยู่ ๓ ชุมชน รวม ๗๒๙ ครัวเรือน ซึ่งต่างก็ถ่ายเทสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยลงในบึง จนเกิดน้ำเน่าเสียและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ทรงตระหนักถึงภัยแห่งภาวะมลพิษที่พสกนิกรได้รับ หากไม่ได้รับการแก้ไขจะเป็นอันตรายยิ่งขึ้น จึงได้พระราชทานพระราชดำริเมื่อวันที่ ๑๕ และ ๒๐ เมษายน ๒๕๒๘ ให้หน่วยงานต่างๆร่วมกันปรับปรุงบึงมักกะสัน โดยใช้วิธี “เครื่องกรองน้ำธรรมชาติ” ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า
       
       “...บึงมักกะสันนี้ ทำโครงการที่เรียกว่าแบบคนจน โดยใช้หลักว่า ผักตบชวาที่มีอยู่ทั่วไปนั้น เป็นพืชดูดความโสโครกออกมาแล้วทำให้น้ำสะอาดขึ้นได้ เป็นเครื่องกรองธรรมชาติใช้พลังงานแสงอาทิตย์และธรรมชาติการเติบโตของพืช...”
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรัชกาลที่9เปรียบเทียบ “บึงมักกะสัน” เป็นเสมือน “ไตธรรมชาติ”ของกรุงเทพมหานคร ดังพระราชดำรัสว่า
       
       “...ในกรุงเทพฯต้องมีพื้นที่หายใจ แต่ที่นี่เราถือว่าเป็นไตกำจัดสิ่งสกปรกและโรค สวนสาธารณะถือว่าเป็นปอด แต่ที่นี่เหมือนไตฟอกเลือด ถ้าไตทำงานไม่ดีเราตาย อยากให้เข้าใจหลักของความคิดอันนี้...”
       
       แนวพระราชดำริ “ฟอกไต”ของกรุงเทพฯแห่งนี้ก็คือ ให้สูบน้ำจากคลองสามเสนเข้าบึงทางหนึ่ง อีกจุดที่ห่างไปประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ เมตรให้สูบน้ำออกหรือฝังท่อระบายน้ำออกทางอโศก-ดินแดง ตรงกลางบึงมีกอผักตบชวาซึ่งรากมีคุณสมบัติดูดซึมโลหะหนักในน้ำได้ดี และจะเติบโตสูงสุดในเวลาหลังปลูก ๑๖-๑๗ สัปดาห์ จึงต้องเอาผักตบชวาออกทุก ๑๐ สัปดาห์ โดยนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก เช่น ทำปุ๋ยหมักหรือเชื้อเพลิง แต่อย่านำไปเป็นอาหารสัตว์ เพราะมีโลหะหนัก ทรงพระราชาธิบายว่า
       
       “...แนะนำว่าผักตบชวานี้ใช้ได้หลายทาง ใช้มาหมักเป็นปุ๋ยได้ข้อหนึ่ง ถ้าทำเป็นก๊าซชีวมวลก็ได้ข้อหนึ่ง ถ้าจะนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ก็ได้ แม้ต่อไปจะใช้เป็นอาหารมนุษย์ก็ได้ เพราะว่าค่าโปรตีนในผักตบชวามีสูงพอควร จะใช้มาทำประกอบกับแกลบมาอัดเป็นฟืนหรือที่เรียกว่าถ่าน แทนถ่านที่เขาใช้เผากันทำให้ป่าไม้เสียหาย ซึ่งก็ได้ทดลองแล้วได้ผลดี...”
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ทรงเรียกวิธีที่ใช้ผักตบชวาบำบัดน้ำเสียในบึงมักกะสันว่า “อธรรมสู้กับอธรรม” และทรงอธิบายว่า
       
       “เราไม่ต้องการน้ำเสีย มันเป็นอธรรม เป็นตัวโกง ผักตบชวาก็เหมือนกัน ให้มันสู้กันเอง”
       
       แม้จะเป็นวิธีธรรมชาติง่ายๆ และประหยัด แต่โครงการพระราชดำริในการกำจัดน้ำเสียในแหล่งรับน้ำและคูคลองของกรุงเทพฯ กับน้ำเสียในบึงมักกะสัน ก็ได้ผลดี ทำให้ปวงประชามีสุขกันถ้วนหน้า
 

แก้ปัญหาใหญ่ให้มหานคร แค่ใช้พระอาทิตย์กับพระจันทร์ทำงานให้! กลับได้ผลมหาศาล “โครงการแบบคนจน”ของ “กษัตริย์อัจฉริยะ”!!
ทรงสำรวจคลองเปรมประชากร
       

 
แก้ปัญหาใหญ่ให้มหานคร แค่ใช้พระอาทิตย์กับพระจันทร์ทำงานให้! กลับได้ผลมหาศาล “โครงการแบบคนจน”ของ “กษัตริย์อัจฉริยะ”!!
ใกล้ค่ำแล้วก็ยังทรงงานในพื้นที่
       

 
แก้ปัญหาใหญ่ให้มหานคร แค่ใช้พระอาทิตย์กับพระจันทร์ทำงานให้! กลับได้ผลมหาศาล “โครงการแบบคนจน”ของ “กษัตริย์อัจฉริยะ”!!
ทรงบุกถึงต้นตอปัญหาก่อนแก้ไข
       

 
แก้ปัญหาใหญ่ให้มหานคร แค่ใช้พระอาทิตย์กับพระจันทร์ทำงานให้! กลับได้ผลมหาศาล “โครงการแบบคนจน”ของ “กษัตริย์อัจฉริยะ”!!
การใช้ผักตบชวาในบึงมักกะสัน
       
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้