กุญแจสำคัญในการต่อสู้
นำเข้าเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [497]  

.....

เขียนเพื่อคิด กษิต ภิรมย์ กุญแจสำคัญในการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น การทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวางทุกระดับทุกวงการ ถือเป็นปัญหายิ่งใหญ่ที่สุดของสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย เพราะนำมาซึ่งการถดถอยของความเจริญก้าวหน้า และการสูญเสียโอกาสพัฒนาประเทศ จากการเลือกปฏิบัติที่มีสาเหตุจากการกระจุกตัวของอำนาจ และความมั่งมีศรีสุข และยังสร้างความท้อแท้ หมดอาลัยตายอยาก ให้กับผู้คนโดยทั่วไป ทั้งทำให้ผู้ที่กล้ายืนหยัดต่อสู้กับมะเร็งร้ายของสังคมไทยขาดแนวร่วมและพลังสนับสนุน เมื่อเกิดการปฏิวัติยึดอำนาจวันที่ 22 พ.ค.2557 ประชาชนชาวไทยก็ฝากความหวังไว้กับฝ่ายกองทัพในการปฏิรูปประเทศ ว่า จะช่วยจัดการกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยวางระบบที่ทำให้ผู้คิดชั่วร้าย กระทำการได้ยากขึ้น จนส่งผลให้ปัญหาเบาบางลง แต่ไม่ว่าจะออกกฎหมายเข้มข้นกี่ฉบับก็คงไม่เพียงพอทำให้การทุจริตคอรัปชั่นหมดไปจากสังคมได้ นั่นก็เพราะหัวใจหลักในการต่อสู้กับความชั่วร้ายนั้น ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกที่เข้มแข็งของผู้ปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยจะต้องไม่โอนอ่อนต่อสิ่งเย้ายวนใจและอามิสสินจ้างใดๆ เมื่อเทียบกับความสำคัญกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ในการปฏิรูปแล้ว ก็คงต้องฝากผีฝากไข้ไว้กับเยาวชนคนหนุ่มสาว ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปลูกฝังอีกสักระยะ เพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีและกล้าหาญ สามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ในช่วงนี้ ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะตกอยู่ในความรู้สึกอ่อนเปลี้ยจากการถูกรุมทำร้ายโดยปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นแต่ก็ยังมีความหวังอยู่บ้างจากผู้นำว่า ยังจะมีความเข้มแข็ง เด็ดขาด และเอาจริงเอาจัง เดินหน้าปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม คู่ขนานกันไปก็คือการสนับสนุนประชาชนให้มีความพร้อมทั้งองค์ความรู้ ความเข้าใจ และสภาวะทางจิตใจ เป็นผู้ตื่นผู้รู้ และเมื่อประชาชนพลเมืองเข้มแข็งแล้ว เขาก็จะสามารถทำให้ผู้ใช้อำนาจรัฐเกรงใจ เกรงกลัว และไม่คิด ไม่กล้าทำความชั่วร้ายต่างๆ ซึ่งก็ต้องตั้งความหวังอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ความดีงามไม่มีวันพ่ายแพ้ความมืดมิด โดยในช่วงเฉพาะหน้าระยะสั้นและปานกลาง สังคมไทยยังสามารถดำเนินป้องกันและต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ตาม 4 แนวทางหลักด้วยกันคือ 1) การออกกฎหมาย ปรับปรุงให้ทันสมัย ตัดทอนความซ้ำซ้อนล่าช้าในกระบวนยุติธรรม และเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำผิด (แต่ไม่ต้อถึงขั้นต้องประหารชีวิต เพราะผิดหลักธรรม) 2) การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (โดยเฉพาะงบประมาณการใช้จ่ายของทุกหน่วยงานรัฐ) 3) ผู้นำต้องกระทำตนเป็นตัวอย่าง เป็นแบบอย่าง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวนายรัฐมนตรี หากแต่ผู้นำองค์กร และหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเอกชน จะต้องร่วมกันทำความดีด้วย 4) ผู้รับผิดชอบ ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้ทำการอนุมัติ และได้ตัดสินใจ ขณะนี้ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กำลังร่วมกันออกกฎหมายและปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการบริหารบ้านเมืองแบบธรรมาภิบาล อันได้แก่ - กฎหมายว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ - กฎหมายว่าด้วย การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน - กฎหมายว่าด้วย การติดตามคืนทรัพย์สินจากต่างประเทศ - กฎหมายว่าด้วย การใช้งบโครงการ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ - กฎหมายว่าด้วย การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐ - กฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น - กฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในขณะเดียวกันก็มีการประสานงานส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ เช่น การแสดงเจตนารมณ์ของการทำธุรกิจแบบสุจริต (Integrity Pact) การไม่ฮั้วงาน ไม่จ่ายใต้โต๊ะ ไม่หลบเลี่ยงภาษี เป็นต้น นอกจากนั้น ก็มีการรณรงค์ปลูกฝังเยาวชน คนหนุ่มคนสาว ให้ละเว้น และร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการจัดตั้งศูนย์คุณธรรมแห่งชาติ มีการจัดตั้งศูนย์รณรงค์ต่อต้านปราบปรามคอร์รัปชั่น ร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการประเมินความโปร่งใส ผลการใช้หลักธรรมาภิบาลขององค์กรระหว่างประเทศ รวมไปถึงตัวเลขความเสียหายต่อประเทศ จากการรั่วไหลของเงินตรา เพื่อหลบซ่อนและหลีกเลี่ยงภาษีไปต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งการดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่ดี ควรร่วมมือสนับสนุนกันอย่างกว้างขวาง แต่ก็มีข้อคิดว่าการออกกฎหมายและการรณรงค์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ส่วนการต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ ระดับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นไปจนถึงศาลแพ่ง ศาลอาญา ก็เป็นเรื่องปลายทางแล้ว คำถามก็คือ ณ ปัจจุบันในระหว่างการรณรงค์การปลูกฝังและการแก้กฎหมาย การออกกฎหมายใหม่ๆ นั้น จุดแก้ไขที่สำคัญเฉพาะหน้าคือ อะไร ผมเองเห็นว่า ตัวสำคัญหรือตัวแปรสำหรับของการป้องกันมิให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้ ก็คือบรรดาข้าราชการผู้ใหญ่ระดับ ซี11 และซี 10 ทั้งหลาย รวมคร่าวๆ ก็คงประมาณ 1,500 คน ที่โดยปกติ ก็มีความรับผิดชอบในฐานะผู้รักษากฎหมาย และเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐตามที่กฎหมายระบุให้อยู่แล้ว ซึ่งภาระหน้าที่ก็จะเกี่ยวข้องกับการบริการประชาชน และการดำเนินการตามแผนพัฒนาประเทศ และแผนพัฒนาเฉพาะหน่วยงาน รวมทั้งการรับและใช้จ่ายงบประมาณ และการจัดทำรายรับรายจ่าย บรรดาข้าราชการเหล่านี้เป็นหัวหน้าสำนักงาน มีข้าราชการระดับต่ำกว่าอยู่ในบังคับบัญชา และเป็นตัวเชื่อมระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำ เรื่องต่างๆ จะไปถึงโต๊ะฝ่ายการเมืองจำต้องผ่านฝ่ายข้าราชการประจำมาตามลำดับชั้น ตัวกุญแจสำคัญคือ บรรดา ซี11 และซี 10 ทั้งหลาย ซึ่งต้องบังคับบัญชาควบคุมมิให้ข้าราชการใต้บังคับบัญชาประพฤตินอกกรอบกฎหมาย หรือหาประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น และต้องเป็นแบบอย่างของความซื่อตรง ซื่อสัตย์ ก็พอประเมินประมาณได้ว่า ถ้าจะเริ่มแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังในประเทศไทยกันแล้ว 1,500 ชีวิตนี้ ต้องซื่อสัตย์สุจริต ต้องซื่อตรงต่อตัวเอง และต่อหน้าที่การงาน ต้องเอาใจใส่สอดส่องดูแลมิให้หน่วยงานภายใต้บังคับบัญชาของตนออกนอกลู่นอกทาง และไม่ปิดตาข้างเดียว และไม่ร่วมด้วยช่วยกันในการโกงกินบ้านเมือง และไม่โอนอ่อนเป็นข้าทาสให้แก่ฝ่ายการเมือง ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยข่าวล่าสุดก็คือ อดีตอธิบดีกรมสรรพากรผู้หนึ่งมีทรัพย์สินมากมายกำลังถูกต้องโทษ เพราะแจงที่ไปที่มามิได้ ซึ่งมิใช่ปรากฏการณ์ใหม่ๆ สำหรับข้าราชการอาวุโส เพราะประเทศไทยมีคดีเกี่ยวกับข้าราชการอาวุโสเหล่านี้เป็นระยะๆ สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเขาไม่โกงเอง ก็คงช่วยฝ่ายการเมืองโกงด้วย ซึ่งบอกให้รู้ว่า หากกุญแจสำคัญ ทั้ง 1,500 คน นี้ ร่วมทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ด้วยความสุจริต ประเทศไทยก็จะสามารถเริ่มปลดแอกจากการเป็นที่ลัทธิอำนาจ และลัทธิเงินเป็นพระเจ้ากันได้เสียที กษิต ภิรมย์ kasitfb@gmail.com

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้