เพื่อปราบโกง?
นำเข้าเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [536]  

บทเรียนจากอินเดีย: ยกเลิกธนบัตร เพื่อปราบโกง? .....

                       -ภาพแห่งความโกลาหลของประชาชนที่มาเข้าแถวรอแลกธนบัตรมูลค่าใบละ 500 และ 1,000 รูปีที่ถูกประกาศยกเลิกและกำลังจะมีสถานะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าหากไม่นำมาแลกเป็นธนบัตรใหม่ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2559 นอกจากจะดำเนินไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างกว้างขวางแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อกลไกเศรษฐกิจของอินเดียในห้วงเวลาปัจจุบันอย่างไม่อาจเลี่ยง

                          การประกาศยกเลิกธนบัตรทั้งสองชนิดดังกล่าว ของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ในด้านหนึ่งดำเนินไปท่ามกลางเหตุผลของความพยายามในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นและผู้ถือครองเงินนอกระบบในประเทศ การขจัดธนบัตรปลอม และการตัดแหล่งเงินสนับสนุนของขบวนการก่อการร้ายเพื่อให้เงินผิดกฎหมายหรือเงินที่ได้มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นถูกขจัดออกจากระบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบายที่โมดีได้ใช้หาเสียงในช่วงก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนพฤษภาคม 2014

                           แม้ว่าการประกาศยกเลิกธนบัตรดังกล่าวจะได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่จำเป็นในการปราบปรามเงินนอกระบบและการคอร์รัปชั่น และจะทำให้ปริมาณเม็ดเงินที่คาดว่าจะมีจำนวนมากกว่าสองแสนล้านเหรียญสหรัฐที่อยู่นอกระบบของอินเดีย หลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มสู่ระบบธุรกิจ บัญชีของธนาคาร และที่สำคัญเป็นภาษีและรายได้เข้าสู่รัฐ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ นเรนทรา โมดี ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม (GST: Goods and Services Tax Bill) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2017 โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ได้รับการประเมินว่าเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งสำคัญของอินเดียอีกด้วย แต่ผลของประกาศยกเลิกธนบัตรอย่างฉับพลันครั้งนี้ ในด้านหนึ่งกลายเป็นเหตุให้ประชาชนชาวอินเดียจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน

                             โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินทั้งบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ซึ่งนำไปสู่ความไม่พึงพอใจและการเข้าแถวแลกธนบัตรใหม่ที่ต้องเผชิญกับข้อเท็จจริงที่ว่ามีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกด้วย ขณะเดียวกัน รัฐบาลอินเดียยังได้ลดจำนวนเงินที่อนุญาตให้แลกจาก 4,500 รูปี เหลือ 2,000 รูปี เนื่องจากสงสัยว่าหลายคนรับจ้างกลุ่มขบวนการอาชญากรรมมาฟอกเงินด้วยการแลกหรือฝากธนบัตรเก่าก่อนถึงกำหนดเส้นตาย 30 ธันวาคมนี้ ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจของเศรษฐกิจอินเดียในช่วงที่ผ่านมา อยู่ที่ธุรกิจนอกระบบที่ประกอบส่วนเป็นภาคเศรษฐกิจอย่างไม่เป็นทางการ (informal economy) มีบทบาทต่อการเติบโตและมีสัดส่วนสำคัญต่อตัวเลข GDP ของอินเดียไม่น้อยเลย และดำเนินไปท่ามกลางธุรกรรมและการซื้อขายสินค้าด้วยเงินสด

                        โดยมากกว่าร้อยละ 45 ของเงินสดเหล่านี้อยู่ในรูปของธนบัตรมูลค่า 500 รูปี และธนบัตรที่ถูกยกเลิกนี้หมุนเวียนอยู่ในตลาดมากถึงร้อยละ 86 ภาวะเงินขาดมือของธุรกิจรากหญ้าจึงติดตามมาด้วยความชะงักงันในการบริโภคอย่างฉับพลันไปโดยปริยาย ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของอินเดียที่มีช่องห่างกันอย่างมากระหว่างเมืองกับชนบท กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มาตรการยกเลิกธนบัตรของรัฐบาลอินเดียในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในระดับรากหญ้าอย่างหนักหน่วง เพราะกลุ่มประชากรเหล่านี้ไม่ได้เข้าถึงกลไกและการบริการของระบบธนาคารทั่วไป หากดำรงชีวิตอยู่ด้วยการไหลเวียนและแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านกระแสของเงินสดเป็นหลัก

                           บทเรียนจากอินเดีย: ยกเลิกธนบัตร เพื่อปราบโกง? ผลกระทบที่แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศอินเดียส่งผลให้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามของนเรนทรา โมดี ได้หยิบยกความไม่พึงพอใจของประชาชนและผลกระทบจากมาตรการยกเลิกธนบัตรขึ้นมาโจมตีเขาในการประชุมรัฐสภาเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเปรียบเปรยนเรนทรา โมดี เป็น “Modi Antoinette” พร้อมกับเสียดเย้ยด้วยป้ายข้อความที่ระบุว่า “Let them use plastic” รวมถึงเรียกร้องให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าว เสียงเรียกร้องและข้อวิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมืองฝ่ายค้านในรัฐสภาไม่ได้ดังก้องแล้วผ่านหายไปแต่อย่างใด เพราะเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงผลกระทบของมาตรการยกเลิกธนบัตรที่ว่านี้ กำลังขยายผลกระทบต่อเนื่องหนักหน่วง และเป็นเหตุให้รัฐบาลอินเดียต้องประกาศมาตรการเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ในเวลาต่อมา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ อินเดียมีเกษตรกรประมาณ 260 ล้านคน โ

                           ดยส่วนใหญ่ไม่มีบัญชีธนาคารและต้องพึ่งพาผู้ปล่อยเงินกู้ท้องถิ่น กลายเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกธนบัตรอย่างไม่อาจเลี่ยง หลังจากที่เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถขายผลผลิตได้เนื่องจากลูกค้าไม่มีเงินสดมาจ่ายชำระค่าพืชผลทางการเกษตร จนเป็นเหตุให้รัฐบาลอินเดียต้องออกมาตรการเยียวยา ด้วยการอนุมัติให้เกษตรกรเบิกสินเชื่อการเกษตรได้สูงสุดสัปดาห์ละ 25,000 รูปี หรือประมาณ 13,047 บาท เพื่อให้สามารถเพาะปลูกช่วงฤดูหนาวได้ตามปกติ และขยายกำหนดเวลาชำระเบี้ยประกันพืชผลออกไปอีก 15 วัน แม้ว่าความพยายามของรัฐบาลอินเดียที่จะขจัดเงินที่ได้มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นออกจากระบบ และขจัดปัญหาธนบัตรปลอม

                        เนื่องจากในช่วง 5 ปีหลังมานี้ พบการหมุนเวียนของธนบัตร 2 ชนิดนี้สูงผิดปกติ รวมทั้งแก้ไขปัญหาหลีกเลี่ยงภาษีที่มีผู้ซุกซ่อนเงินสดไว้เป็นจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มเป้าหมายที่ถูกเพ่งเล็ง อาจหลบเลี่ยงการตรวจสอบและผลกระทบจากมาตรการเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายกว่าสุจริตชน ทั้งเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เพราะอีกด้านหนึ่งของสถานการณ์และผลกระทบจากการยกเลิกธนบัตรที่ว่านี้ กลายเป็นว่าผู้มั่งมีจำนวนหนึ่งได้แปลงสภาพเงินสดในมือด้วยการจองซื้อตั๋วโดยสารรถไฟชั้นธุรกิจล่วงหน้า ในเส้นทางระยะทางไกลที่สุดที่สามารถจองได้จนเต็มไปตลอด 4 เดือนข้างหน้าและอาจจะขอยกเลิกการเดินทางเพื่อรับเงินคืนเป็นธนบัตรรุ่นใหม่แทน

                        การประกาศยกเลิกธนบัตร อาจส่งผลให้กระแสเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอินเดียได้รับการจัดระเบียบและเสริมสร้างให้บัญชีเงินฝากของแต่ละธนาคารปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจติดตามมาด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อระลอกใหม่ ยังไม่นับรวมถึงการเพิ่มรายได้เข้ารัฐจากภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นปมปัญหาใหญ่ของอินเดีย เพราะประชากรจำนวนมากอยู่ในธุรกิจนอกระบบ แต่สำหรับในมิติว่าด้วยการปราบปรามการคอร์รัปชั่นดูเหมือนว่ารัฐบาลอินเดียคงต้องออกมาตรการที่เข้มงวด จริงจัง มีประสิทธิภาพและมีผลเฉพาะเจาะจง ที่สามารถจัดการกับกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงมากกว่านี้ในอนาคต

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้