รวมพลังทั่วปท
นำเข้าเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [703]  

.....

 

 

 

 

 

 

 

รบ.จัดรวมพลังทั่วปท.

22พฤศจิกาฯ

ร่วมรำลึกถึง‘ในหลวง’

คล้ายวันพระราชสมภพปีที่89

บิ๊กตู่เผยหลังพิธีพระบรมศพ

ถวายพระสมัญญา‘มหาราช’

                    เมื่อเวลา 07.04 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน เจนเซน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

                          เวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร

                    เวลา 15.00 น.ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหารสวดพระอภิธรรมพระบรมศพเวลา 19.15 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามมบรมราชกุมารีและพระบรมวงศานุวงศ์ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหารและวัดอนงคารามวรวิหารสวดพระอภิธรรม

                           ขณะที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่เดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 05.10 น. ซึ่งมีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมารอตั้งแต่เช้ามืด เพื่อแสดงความอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแสงแดดแรงกล้า แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงรอต่อแถวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพอย่างมุ่งมั่น

                         ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน หลังปิดไห้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในเวลา 21.00 น.ว่า มีจำนวน 30,097 คน รวม 17 วัน มี 500,916 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,476,202.50 บาท รวม 17 วัน เป็นเงิน 33,967,978.75 บาท

รมต.บังคลาเทศวางพวงมาลา

                        วันเดียวกัน นายเบกุม ตารานา ฮาลิม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายอับดุล ฮามิด ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เดินทางมาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นลงนามถวายความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง

เทิดทูนทรงเป็นอัครศาสนูปภัมภก

                      ขณะที่เซอร์ไอรีน ชำนาญธรรม อธิการิณีเจ้าคณะแขวง คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตรแห่งประเทศไทย นำคณะภคินีฯ 40 คน จากโรงเรียน 22 แห่งทั่วประเทศ มาแสดงความจงรักภักดีและความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยเซอร์ไอรีนกล่าวว่า หลังพระองค์สวรรคต คณะภคินีฯทุกแห่งทั่วประเทศได้ทำพิธีสวดมนต์และพิธีมิสซา ซึ่งถือเป็นพิธีสูงสุดของคริสต์ศาสนิกชนทุกวัน และจะทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ ในฐานะทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ที่ไม่ทรงแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติต่อศาสนาใดๆทั้งสิ้นในประเทศไทย

พร้อมถวายพระสมัญญา“มหาราช”

                     หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เปิดเผยความคืบหน้าการเสนอถวายพระราชสมัญญา “มหาราช” แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ต้องให้เสร็จพิธีไปก่อน อย่าเพิ่งคิดอะไรในขณะนี้ ถึงแม้สิ่งที่ทุกคนคิดดีอยู่แล้ว คิดก่อนได้ แต่ยังไม่เหมาะสมแก่เวลาและพระองค์ก็ยังคงอยู่กับพวกเรา

รอเวลาเหมาะสมหลังพระราชพิธี

                    “การสร้างอะไรที่ไหน ทั้งพระราชานุสาวรีย์ การถวายการตั้งมหาราช รัฐบาลต้องเป็นคนนำคนอนุมัติ ต้องทำเรื่องขอไปทางสำนักพระราชวัง ทุกอย่างต้องผ่านครม.หมด แต่ทุกวันนี้ ครม. ทำหน้าที่เพื่อให้ประเทศชาติสงบปลอดภัยอยู่ และกำลังทำเรื่องพระราชพิธีให้เป็นไปตามประเพณีจนถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกคนตั้งใจทำถวายอยู่แล้ว รัฐบาลก็คิดมาตลอด แต่เวลานี้ยังไม่เหมาะที่จะมาคุยเรื่องนี้”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

และว่า ส่วนการกำหนดวันหยุดราชการใหม่นั้น จะกำหนดได้ต่อเมื่อมีรัชกาล เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องภายในวังเป็นผู้กำหนด แต่คิดว่าวันเวลาสำคัญต่างๆในช่วงรัชกาลที่ 9 ยังคงมีอยู่ เพียงแต่อาจต้องเปลี่ยนการเรียกชื่อใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ ขออย่าใจร้อน

รวมพลังทั่วปท.รำลึกในหลวง22พย.

                   ขณะที่พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจัดกิจกรรมรวมพลังความจงรักภักดี เพื่อร่วมกันรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ปีที่ 89 ในวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น. โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำปฏิญาณตนพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ ในส่วนรัฐบาลจะจัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนกรุงเทพฯจัดขึ้นที่สำนักงานเขตต่างๆ สถานบันการศึกษา หรือสถานที่ที่กำหนด สำหรับต่างจังหวัดจัดขึ้นในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอหรือจังหวัด โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายประชาชนออกนอกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สะดวก ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า ในต่างประเทศจะจัดในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน

                    สำหรับกิจกรรมนั้นพ.อ.อธิสิทธิ์กล่าวว่า แบ่งเป็น 3 ลักษณะคือ การทำดีด้วยกาย เป็นการจัดกิจกรรมความดีถวายในหลวง ทำดีด้วยวาจา เป็นการปฏิญาณตนทำดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หรือ เพลงอื่นตามความเหมาะสม และการทำดีด้วยใจ คือ ทำสมาธิ สำรวมจิตภาวนา แผ่เมตตาด้วยตั้งใจจริง

เล็งคืนพื้นที่สร้างพระเมรุหลังปีใหม่

                     ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการคืนพื้นที่สนามหลวงให้กรมศิลปากรเพื่อสร้างพระเมรุมาศว่า ได้เตรียมการขั้นต้นไว้แล้ว เพราะกรมศิลปากร ต้องดำเนินการสร้างพระเมรุ โดยศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ทำเนียบรัฐบาล เป็นผู้ดำเนินการจัดพื้นที่ให้ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพฯ โดยฝ่ายกรุงเทพมหานคร (กทม.)ประเมินว่า ช่วงปีใหม่จะมีประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพฯจำนวนมาก ขอให้เลยปีใหม่ไปก่อนจึงจะคืนพื้นที่ แต่ก็ขึ้นกับฝ่ายก่อสร้างว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด หากจำเป็นต้องขอคืนพื้นที่ก่อนก็จะคืนให้

กรมศิลป์พร้อมสร้างพระโกศ

                 ความคืบหน้าการจัดพระราชพิธีพระราชเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเปิดเผยว่า หลังกรมศิลปากรได้รับมอบหมาย ให้จัดสร้างพระโกศจันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยใช้ไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้บวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมไปแล้วเมื่อวันที่ 14พฤศจิกายนจำนวน 12 ต้น โดยสำนักช่างสิบหมู่ เตรียมบุคลากรไว้พร้อมแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเขียนแบบ เพื่อให้สมพระเกียรติ และถูกต้องไปตามโบราณราชประเพณี

เกี่ยวแล้วข้าวคุณยายมีถวายในหลวง

                   วันเดียวกัน นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำหน่วยราชการในพื้นที่พร้อมประชาชนประมาณ 300 คน ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวในพื้นที่นาของนางมี แจ่มแจ้ง อายุ 79 ปี บ้านหนองสำโรงปัจจิม หมู่ที่ 17 ต.เสียว อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ สืบเนื่องจากนางมีและลูกๆพร้อมใจถวายข้าวหอมมะลิ ก.ข.105 ที่ยังไม่ได้เกี่ยวในที่นา 15 ไร่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนางมีเผยว่า ตนเห็นพระองค์เดินทางไปช่วยเหลือประชาชนทั่วทุกแห่งทั่วประเทศ คอยดูแลผู้สูงอายุให้อยู่เย็นเป็นสุขมาตลอด ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ตนและครอบครัวจึงขอถวายข้าวในที่นาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว 15 ไร่ไปแปรรูปเป็นข้าวสารส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่มาร่วมกราบสักการะพระบรมศพ ที่สนามหลวง คิดว่าเก็บเกี่ยวแล้วน่าจะได้ข้าวเปลือกไม่ต่ำกว่า 7 ตัน

WHOยกย่องในหลวงเป็นแรงบันดาลใจ

              วันเดียวกัน ในเฟซบุ๊กองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย “World Health Organization Thailand” (WHO) โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 8.37 นาที มีข้อความทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำหรับองค์การอนามัยโลก และผู้นำอื่นๆของโลก พระราชกรณียกิจต่างๆด้านการสาธารณสุขล้วนเป็นเครื่องสะท้อนหลักการ “สุขภาพดีถ้วนหน้า” อย่างแท้จริง ที่เราต้องยึดเป็นแบบอย่างเพื่อปฏิบัติตามและต่อยอด นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของประชากรไทยและโลก ในการต่อสู้กับปัญหาด้านสาธารณสุขตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมประกาศเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ของพระองค์ในการพัฒนางานด้านสาธารณสุขของไทย และพระองค์จะทรงสถิตย์ในใจของเราตลอดไป มิใช่ในฐานะผู้นำด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ในฐานะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนด้วย

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้