โรคมะเร็งเป็นโรคร้าย
นำเข้าเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [545]  

.....

โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายที่คนเราต่างมีความหวาดกลัวอย่างมาก ถ้าเริ่มพบไม่รีบรักษาจากหมอที่มีฝีมือให้ทันท่วงทีแล้ว โอกาสที่จะเสียชีวิตนั้นหลีกเลี่ยงยาก “หมอ” ที่กำลังรักษาโรควิกฤติชาติหรือโรคมะเร็งในขณะนี้ จะต้องคิดถึงอนาคตในการดำรงอยู่ของคนป่วยด้วยโรคนี้ ว่าจะรักษาโรคนี้ให้ถูกทิศถูกทางคือรักษาได้ตรงโรคของผู้ป่วยหรือไม่ให้ได้ก่อน ถ้ามัวไปรักษาโน่นรักษานี่ไม่ตรงกับโรคแล้ว คนป่วยด้วยโรคนี้ย่อมต้องถึงแก่ความตายในที่สุด โรควิกฤติชาติขณะนี้เป็นโรคร้ายหลายโรคที่มารวมตัวกันอยู่อย่างพร้อมเพรียงกันในบ้านเมืองของเราขณะนี้ ที่สำคัญๆ ก็คือ 1.โรคทุจริตคอร์รัปชั่น โรคนี้เป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ของสังคม ถ้าเกิดขึ้นในสังคมใด สังคมนั้นมีความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เป็นโรคที่ได้มีการพัฒนาความร้ายแรงให้เกิดขึ้นกับสังคมมาเป็นลำดับ แม้จะได้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาในการป้องกันก็ตาม แต่เมื่อมนุษย์เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ได้ มนุษย์นั้นก็ย่อมหาทางหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์นั้นได้เช่นเดียวกัน ใครมีอำนาจถ้าเป็นคนไม่ดี คนนั้นย่อมหาวิธีหลีกเลี่ยงด้วยวิธีการต่างๆ โดยใช้อำนาจที่มีอยู่กำหนดนโยบายที่รู้จักกันดีในคำว่า “ทุจริตเชิงนโยบาย” เพื่อ “ผลประโยชน์ทับซ้อน”ของตนและพวก แม้กระทั่งทำลายกลไกต่างๆ ที่มีอยู่ในการป้องกันด้วยวิธีการที่แยบยล 2.ภาครัฐทุกส่วนต้องมีหน้าที่และทำงานให้จริงจัง แม้ภาครัฐซึ่งได้แก่กลไกต่างๆ หรือองค์กรต่างๆ ที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำงานให้แก่บ้านเมือง ต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองหรือนักการเมืองที่ชั่วแต่มีอำนาจทางการเมือง หรือยอมจำนนต่อผู้มีอำนาจ และภาครัฐต้องให้การคุ้มครองข้าราชการที่ดีๆ ด้วย 3.ภาคธุรกิจต้องร่วมมือกับภาครัฐอย่างเป็นระบบ การทุจริตคอร์รัปชั่นหลายกรณีจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าภาคธุรกิจนั้นไม่ตื่นตัวในแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการทำงานของตนที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ การแข่งขันทางธุรกิจต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส และแข่งขันกันด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพจริงๆ ไม่ใช่แสวงหาโอกาสทางธุรกิจด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อประโยชน์ตนอย่างขัดหลักธรรมาภิบาล 4.กระบวนการทางรัฐสภาต้องไม่ใช่เกมการเมือง ต้องตื่นตัวเพื่อรู้ว่า กระบวนการทางรัฐสภาไม่ใช่ทางพิธีกรรม แต่ต้องเป็นกระบวนการที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องที่ครบถ้วนทุกด้าน ที่ผ่านเข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบตามหน้าที่ของตน ด้วยการสร้างทัศนคติและค่านิยมที่ถูกต้องในการให้ฝ่ายบริหารร่วมมือกับฝ่ายรัฐสภาในการตรวจสอบ 5.การมีส่วนร่วมอย่างเสรีภาพของประชาชน ประชาชนต้องมีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมทางการเมืองภาคปฏิบัติ โดยฝ่ายรัฐและฝ่ายสภาต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าถึงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของส่วนรวมได้ทุกเมื่อ 6.สื่อมวลชนทุกแขนงต้องไม่ถูกคุกคาม แทรกแซง การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนจากสื่อมวลชนทุกแขนง ต้องไม่ถูกแทรกแซง ถูกคุกคาม ถูกปิดกั้น จากภาครัฐอย่างใจชอบหรือถูกกลั่นแกล้งกฎหมายคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทุกแขนงต้องได้รับการปฏิบัติอย่าง ถูกต้องชอบธรรม เอาเพียงแค่นี้ที่ต้องรีบทำเป็นโรดแมป ความใสสะอาดของบ้านเมืองจะเห็นอยู่ข้างหน้า น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้