“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”
นำเข้าเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [1499]  

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย .....

 
 
“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย
พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“ถ้าประชาชนไม่ละทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งประชาชนอย่างไรได้...”

ความตั้งพระราชหฤทัยในการดูแลอาณาประชาราษฎร์ มีมาตั้งแต่ทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติ ดังพระราชบันทึกเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2489 จากบทพระราชนิพนธ์ “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์” ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ พระองค์ได้ทรงอุทิศพระวรกาย ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ด้านต่าง ๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยให้แก่ประเทศและประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ ไม่มีวันไหนที่พระองค์ท่านไม่เคยละทิ้งประชาชนเลยแม้แต่วันเดียว
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย
“หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”

                         ถึงแม้ว่ากาลเวลาอาจจะพรากพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักของปวงชนไป แต่การน้อมระลึกถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านจะยังคงอยู่ให้ประชาชนได้ศึกษาและเรียนรู้อย่างที่สถานที่อันเทิดพระเกียรติ “หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” จังหวัดปทุมธานี

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2539 อันเป็นปีมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงดำรงสิริราชสมบัติครบ 50 ปี รัฐบาลได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษกซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่จะดำเนินการรวบรวมเอกสารจดหมายเหตุ ที่เกี่ยวเนื่องในพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ มาจัดเก็บและอนุรักษ์ไว้ตามระบบมาตรฐานงานจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ” จำลองบรรยากาศในแต่ละยุคสมัย

กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดทำโครงการจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นอนุสรณ์สถานในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และได้รับพระราชทานชื่อว่า “หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 บนพื้นที่ 75 ไร่
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“ดินแดนเสด็จพระบรมราชสมภพ” แท่นจำลอง "จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช"
รูปแบบของหอจดหมายเหตุฯ แห่งนี้ จะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัชกาลที่ 9 โดยมีนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ออกแบบ และนายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร เป็นวิศวกรโครงสร้างในขณะนั้น มีลักษณะเป็นกลุ่มอาคาร 4 หลัง มีทางเชื่อมและลานอเนกประสงค์ รวมพื้นที่ 20,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารเก็บเอกสารจดหมายเหตุ เป็นอาคาร 9 ชั้น, อาคารให้บริการค้นคว้า และอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 2 หลัง

 
“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย
“พระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยรัชกาลที่ 7”

                              อาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรตินี้จะอยู่ทางปีกซ้ายและปีกขวา แต่ละอาคารจะจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติทั้ง 3 ชั้น เริ่มต้นกันที่ “อาคาร 3” ทางด้านปีกซ้ายเป็นอาคารแรก ซึ่งในชั้นแรกนั้นจะประกอบได้ด้วย 4 หัวข้อ คือ ส่วนที่ 1 “ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ” เป็นการนำเสนอวีดิทัศน์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ส่วนที่ 2 “พสกนิกรจงรักภักดี” เป็นการจำลองบรรยากาศบ้านเรือน ร้านค้าในยุคสมัยต่างๆ และการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของประชาชนในแต่ละยุคสมัย มีการประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติ ส่วนที่ 3 “ดินแดนเสด็จพระบรมราชสมภพ” จะเป็นส่วนในการแสดงพระราชประวัติเตั้งแต่เมื่อครั้นเสด็จพระบรมราชสมภพ ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น รัฐแมสซาชูเสตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้มีการจำลอง "จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช" (King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square)" ที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อระลึกถึงในหลวง พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่ประสูติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนที่ 4 “พระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยรัชกาลที่ 7” จัดแสดงเกี่ยวกับพระเมตตาของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอยยิกาเจ้า ที่ทรงมีต่อเจ้านายราชสกุล “มหิดล” ซึ่งเป็นราชสกุลที่สืบเชื้อสายจากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

จัดแสดงเกี่ยวกับการอภิบาลเลี้ยงดูอย่างดีจากสมเด็จย่าฯ


 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“ขณะเยาว์พระชันษา ณ วังสระปทุม”


 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

ส่วนในช่วง “เถลิงถวัลยราชสมบัติ”

                    ถัดจากชั้นแรก ขึ้นไปยังชั้นที่ 2 ของอาคาร 3 ประกอบด้วย 5 หัวข้อ ได้แก่ ส่วนที่ 1 “ณ วังสระปทุม” ซึ่งจัดแสดงเหตุการณ์เมื่อตั้งแต่พ.ศ.2471 ที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงพาครอบครัวมหิดลเสด็จนิวัตประเทศไทย ส่วนที่ 2 “ขณะเยาว์พระชันษา ณ วังสระปทุม” จัดแสดงพระราชจริยวัตรในวังสระปทุม และการอภิบาลเลี้ยงดูอย่างดีจากสมเด็จพระบรมราชชนนี เป็นส่วนจัดแสดงได้รับรู้ถึงความอบอุ่นของเจ้านายราชสกุล “มหิดล” ส่วนที่ 3 “พระตำหนักในแดนไกล” เป็นส่วนจัดแสดงเหตุการณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระเชษฐา เสด็จขึ้นสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 ส่วนที่ 4 “ตามเสด็จนิวัติพระนคร” จัดแสดงพระราชกรณียกิจต่างๆของรัชกาลที่ 8 โดยมีพระอนุชาโดยเสด็จด้วยเสมอ จนสวรรคต และในส่วนที่ 5 ส่วนสุดท้ายของชั้นนี้ “เถลิงถวัลยราชสมบัติ” จัดแสดงเหตุการณ์การเสด็จขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 9 พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระราชพิธีบรมราชาภิเษกและพระราชพิธีทรงพระผนวช ซึ่งเรื่องราวต่างๆ นี้ เอง เราได้จะเห็นพระราชประวัติและความรักที่พระองค์ท่านมีต่อพระราชินี
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

ห้อง "ดำรงราชย์ ดำรงรัฐ”

                           ต่อมาเดินขึ้นชั้นที่ 3 จะมีการจัดแสดง 2 หัวข้อ นั่นคือ “ดำรงราชย์ ดำรงรัฐ” จัดแสดงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีความสำคัญและมีความผูกพันกับสังคมไทยนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และส่วนที่ 2 “พระราชพิธีสำคัญในรัชกาล” ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับความหมายความสำคัญ รูปแบบและขั้นตอนของพระราชพิธีสำคัญๆ ที่มีในรัชกาล
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ขณะประทับและทรงงานภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน


 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

จุดเริ่มต้นโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา


 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“ทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง”


 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“โครงการพระราชดำริฝนหลวง”

จบจากอาคารที่ 3 แล้ว จึงเดินไปชมนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติใน “อาคาร 4” กันต่อ โดยในฝั่งปีกขวานี้ จะต้องเริ่มต้นชมจากชั้นที่ 3 เป็นชั้นแรก ซึ่งชั้น 3ประกอบไปด้วย 7 ส่วนด้วยกัน นั่นก๋คือคือ ส่วนที่ 1 “ศูนย์แห่งการทดลอง ศึกษา และพัฒนา” จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ขณะประทับและทรงงานภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน อย่าไงม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่อด้วยส่วน “พระราชปณิธานอันมั่นคง” แสดงจุดเริ่มต้นโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของราษฏร ส่วนที่ 3 เกี่ยวกับ “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” จัดแสดงพัฒนาการของโครงการฝนหลวงตั้งแต่พระราชทานพระราชดำริเมื่อพ.ศ.2498 จนปัจจุบัน รวมทั้งวิธีและการพัฒนาในการทำฝนหลวงของพระองค์ ตามมาด้วยส่วนที่ 4 “การบริหารจัดการน้ำ” อันแสดงพระราชกรณียกิจแนวพระราชดำริในการบริหารจัดการน้ำ จากนั้นเป็นส่วนที่ 5 ของ “ทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง” แสดงแบบจำลองทฤษฎีใหม่ในการบริหารจัดการดินและน้ำเพื่อการเกษตร แนวทางในการดำเนินงานทฤษฏีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต่อมาในส่วนที่ 6 “พระปรีชาสามารถด้านศิลปะ” นอกจากพระองค์จะทรงงานพระราชกรณียกิจมากมายแทบมิได้ว่างเว้น แต่ะองค์ยังคงมีพระปรีชาสามารถด้านจิตกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย หัตถกรรม ดนตรี วรรณศิลป์ อีกมากมายให้ได้ชม และส่วนสุดท้ายของชั้นนี้ คือ “พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม” ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านดังกล่าวอีกด้วย
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“พระมหากรุณาธิคุณสู่ชายแดน”


 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“ในหลวงกับการปกครอง”

จากชั้นที่ 3 ไล่ลงมายังชั้นที่ 2 อันประกอบไปด้วย 4 ส่วนด้วยกันนั่นคือ คือ “สาธารณสุขมวลชน” แสดงพระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุข และรางวัลที่ทรงได้รับจากองค์การอนามัยโลก ส่วนที่ 2 “พระมหากรุณาธิคุณสู่ชายแดน” แสดงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณต่อทหารและตำรวจตระเวนชายแดน ส่วนที่ 3 “ในหลวงกับการปกครอง” จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ และส่วนสุดท้ายในชั้นนี้คือ “เจริญพระราชไมตรี” ซึ่งจัดแสดงพระราชกรณียกิจในการเสด็จเยือนประเทศต่างๆเพื่อเจริญพระราชไมตรี
 

“หอจดหมายเหตุฯ ในหลวง ร.๙”  น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณผ่านยุคสมัย

“พระบารมีปกเกล้าชาวไทย”

จากนั้นเป็นส่วนแสดงในชั้นที่ 1 ของอาคารที่ 4 เป็นการเสด็จฯเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และมีพระราชดำริอันเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการในพระราชดำริหลายโครงการ ณ พระตำหนักตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปฎิบัติพระราชกรณียกิจ และสุดท้ายก่อนจะจบการแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติเป็นส่วนของ “พระบารมีปกเกล้าชาวไทย” ซึ่งจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ในหัวข้อ รูปที่ป ระชาชนชาวไทยทุกบ้านมีไว้กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และแสดงถึงความจงรักภักดี ความผูกพันของคนไทยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

นอกจากนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติที่จัดแสดงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยน่าสนุกและน่าติดตามแล้ว ยังสามารถค้นคว้าและห้องสมุดจดหมายเหตุให้ได้ศึกษากันอีกด้วย นี่จึงเป็นสถานที่เทิดพระเกียรติ ให้พวกเราสามารถน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน พ่อหลวงได้ทำเพื่อปวงชนชาวสยามมาโดยตลอดอย่างแท้จริง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

“หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ตั้งอยู่ที่ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2902-7940
 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล travel_astvmgr@hotmail.com
 


 

 
 
 
 
 
 
 
 
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ควรปรับปรุง

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้