เร่งเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันเถอะ
นำเข้าเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [620]  

.....

 
 
 
 

        คุณท่านผู้นำน่าจะหายอกหายใจโล่งพอสมควร ตัดปัญหาและคำถามกวนใจเกี่ยวกับเรื่องฉาวโฉ่ภายในประเทศชั่วคราว เมื่อต้องไปกระทบไหล่คลุกคลีตีโมงกับผู้นำและตัวแทนของ 33 ประเทศ ซึ่งมาร่วมประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย โดยมีไทยเป็นเจ้าภาพ
       
       ไม่มีใครพูดเรื่องการเช่าเหมาลำเครื่องบินจัมโบเจ็ตไปและกลับฮาวาย-กรุงเทพฯ เรื่องค่าอาหารราคาแพง ไม่มีคำถามคาดคั้นเกี่ยวกับธุรกิจของหลานชายซึ่งเปิดเอาบ้านเป็นที่ทำงานข้าราชการ ซึ่งทำให้บรรยากาศขุ่นมัว ล้วนเป็นเรื่องไม่อยากตอบคำถาม
       
       อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อเผชิญคำถามจี้จุดอ่อน จึงยังไม่ปะทุ คงต้องรออีกสักพัก!
       
       ถือว่าเป็นจังหวะเหมาะที่คุณท่านได้แสดงศักยภาพในการเจรจาสานความสัมพันธ์กับหลายประเทศ แม้จะเคยพบปะกันมาก่อน แต่ไม่น่าจะใกล้ชิดเหมือนการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เสวนากับกลุ่มผู้นำรัฐบาลจาก 14 ประเทศมุสลิม รวมทั้งซาอุฯ
       
       อาจไม่เป็นข่าวฮือฮาเหมือนการประชุมของกลุ่มอื่นๆ โดยประเทศตะวันตก แต่นี่เป็นการรวมกลุ่มของประเทศซึ่งมีความหลากหลาย มีชาติมหาอำนาจ เช่น จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย ที่สำคัญไม่น้อยคือเป็นการเยือนประเทศไทยครั้งแรกของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
       
       ทำให้คุณท่านผู้นำได้มีบทบาทโดดเด่นเหมือนเสือร้ายได้ติดปีกอีกครั้ง หลังจากตกอยู่ในสภาพเสือลำบากเพราะปัญหาความฉาวเกี่ยวโยงกับเพื่อนพ้องน้องพี่ ทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกหลายวัน การประชุมเป็นการพักช่วงของการกดดันโดยกระแสสื่อด้านลบ
       
       ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี มีประชาชนไม่ได้รับความสะดวกบางช่วงเมื่อการจราจรต้องถูกปรับเปลี่ยนเพื่ออำนวยความสะดวกของผู้มาร่วมประชุม ยังดีที่เป็นช่วงการปิดเทอม ทำให้ปัญหาไม่รุนแรง ธรรมชาติค่อนข้างเป็นใจ ไม่มีฝนตกเหมือนฟ้ารั่วน้ำท่วมก่อนหน้านี้
       
       ดูเหมือนว่าคุณท่านเริ่มคุ้นกับบรรยากาศสากล ไม่เคอะเขินเมื่ออยู่ในกลุ่มคนต่างชาติ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คุณท่านได้ปรากฏตัวบนเวทีสำคัญทั้งระดับโลก และภูมิภาค ได้สื่อสารแนวนโยบายของประเทศให้เป็นที่รับรู้ว่าไทยมีศักยภาพอย่างไรในด้านต่างๆ
       
       น่าเสียดายที่คุณท่านไม่เชี่ยวชาญในการพูดจาภาษาอังกฤษ การเจรจาหรือทักทายต้องใช้ภาษาไทยเกือบทั้งหมด ถ้าจะถามว่ามีอะไรเสียหายมากหรืออย่างไร ก็ต้องบอกว่า “ไม่” ผู้นำชาติอื่นๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น ก็เจรจาผ่านล่าม แม้จะพูดได้ก็ตาม เพื่อไม่ให้ผิดพลาด
       
       คุณท่านรู้สึกอึดอัดด้วยขีดจำกัดด้านภาษาหรือไม่ ไม่มีใครทราบ ถ้าจะมีบ้าง แสดงว่าเก็บอาการได้เก่ง หรืออาจแอบศึกษาหลักสูตรเร่งรัดที่บ้านกับอาจารย์น้อง ก็ถือว่าเยี่ยม ถ้าพูดไม่คล่อง แต่สามารถเข้าใจเนื้อหาการเจรจาได้ระดับหนึ่ง ถือว่าไม่เลวร้ายมากมาย
       
       แต่สภาพโดยรวมน่าจะดีกว่าถ้าคุณท่านสามารถสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ จะทำให้การพูดคุยเพิ่มความสนิทสนม บางครั้งการคุยเพียงสองต่อสองในเรื่องสำคัญน่าจะดีกว่าการเจรจาผ่านล่าม แม้แต่การคุยเรื่องไม่มีสาระสำคัญก็ตาม ยังมีส่วนช่วยกระชับมิตรภาพ
       
       ประเด็นที่อยากพูดในวันนี้คือขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ การพูดยังไม่แพร่หลายในเกือบทุกระดับของวงการและสังคม เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อาจเป็นเพราะขาดประสบการณ์ด้านการตกเป็นเมืองขึ้น เทียบกันแล้วคุ้มหรือไม่คุ้มก็สุดแล้วแต่มุมมอง
       
       คณะรัฐมนตรีของเรามีความแตกต่างกันในขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ในยุคเลือกตั้ง มีบ่อยครั้งเมื่อหลายคนเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าจากต่างจังหวัด ห่างไกลจากความจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ หลายคนได้เป็นเสนาบดีเพราะเป็นนายทุนหนุนพรรค
       
       ไม่เป็นการหมิ่นดูแคลนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐในยุคต่างๆ หรอก แต่สภาพที่เคยเห็นคณะของประเทศเรามีปัญหาในการใช้ภาษาต่างประเทศ พวกเคยร่ำเรียนต่างประเทศ เป็นนักเรียนนอก ไม่น่าห่วง โดยเฉลี่ยของเราสู้เพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนไม่ได้
       
       เป็นจุดอ่อนของประเทศ ถ้าถามว่าถึงขั้นคอขาดบาดตาย เสียบ้านเสียเมืองหรือไม่? คงไม่ถึงระดับนั้น แต่ถ้าสามารถพูดจาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษในขั้นดีได้ย่อมทำให้สภาพโดยรวมเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่รู้สึกอึดอัด ไม่เป็นปมด้อย จนขาดความมั่นใจในสถานภาพ
       
       ช่วงพักเลี้ยงน้ำชา กาแฟ ถ้ามีการคุยสรวลเสเฮฮา มีลูกเล่น ถ้าไม่รู้ภาษา ทำหน้าเหรอหรา ไม่เข้าใจว่าคนอื่นๆ หัวเราะเรื่องอะไร ต้องรอให้คนมาอธิบายให้ ก็กลายเป็นคนหัวเราะหลังสุด เป็นสภาวะที่ไม่น่าอภิรมย์เป็นอย่างยิ่ง เป็นข้อจำกัดในการกระชับมิตร
       
       ภาษาอังกฤษถือว่าจำเป็นอย่างยิ่ง แม้ไม่มีใครสอน ก็ต้องหาทางเรียนรู้เอง!
       
       คำแก้ตัวว่า “ไม่ค่อยได้ใช้” ฟังไม่ขึ้น เพราะการหาข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ทีวี การชมภาพยนตร์ ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ยิ่งประเทศไทยเป็นนานาสากล อินเตอร์ก้าวล้ำกว่าเออีซี อาเซียน หรือเอซีดีที่ประชุมกันอยู่ ยิ่งต้องรู้ภาษาอังกฤษ
       
       เดินทางออกจากประเทศไทยตามลำพัง มีเพียง สปป.ลาวประเทศเดียวเท่านั้น ที่เราพูดภาษาไทยแล้วมีคนฟังรู้เรื่อง นอกนั้น ถ้าเราไม่รู้ภาษาอื่นๆ ก็ลำบากมากในการสื่อสาร ในบางประเทศ แม้จะรู้ภาษาอังกฤษ ยังยุ่งยากมากในการสื่อสารให้เข้าใจกัน
       
       ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเร่งสนับสนุนให้มีการศึกษาภาษาอังกฤษอย่างจริงจังทุกระดับ ในประเทศอื่น ความตื่นตัวอยากศึกษาภาษาอังกฤษไม่มีใครต้องบังคับ ถือว่าเป็นภารกิจที่ตัวเองต้องเรียนรู้ให้ใช้การได้ดีในด้านพูด อ่าน เขียน เพื่อความก้าวหน้าในการทำงานด้วย
       
       ในประเทศภูฏานอยู่ในหุบเขาหิมาลัย ไม่มีฝรั่งมังค่ามากมาย เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมยังสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ถึงขั้นใช้การได้ มีพื้นฐานดี พนักงานประจำร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของ พนักงานเสิร์ฟอาหารก็สื่อสารได้ดีเช่นกัน
       
        ผู้นำกระทรวงศึกษาธิการเร่งปฏิรูปเรื่องภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานก่อนได้หรือไม่?!
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้