โถ...หลอก
นำเข้าเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [876]  

ร้องไห้จ้า หม่าม้าเจ็บ!! โถ...หลอก.....

 
 
 
 
ร้องไห้จ้า หม่าม้าเจ็บ!! โถ...หลอกเด็กมันไม่ฮานะรู้ไว้

        “ม้าครับ..ใครทำ..ทำไมหม่าม้าทำแบบนั้น..หนูกลัว” หนูน้อยเสียขวัญ ร้องไห้สะอึกสะอื้นสลับคำพูดติดขัด เพราะคิดว่าคุณแม่ถูกตะปูแทงนิ้วจนเลือดอาบตามภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าจริงๆ ที่ไหนได้ เป็นแค่การจัดฉาก สร้างแผลตะปูแทงนิ้วแบบปลอมๆ ขึ้นเพื่อลองใจลูก อยากเห็นความรักความห่วงใย คาดไม่ถึง กระทบพัฒนาการเด็กในระยะยาว
       



       
        กลายเป็นคลิปน่าสงสารปนเอ็นดูที่แชร์กันสนั่นเน็ต เมื่อคุณแม่รายหนึ่งนึกสนุกอยากลองใจลูกชายตัวน้อยขึ้นมา จึงทำทีว่าถูกตะปูแทงนิ้ว เลือด(ปลอม)อาบให้ต้องร้องโอดโอย เพื่อรอดูว่าหนูน้อยจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อสถานการณ์สมมติที่เกิดขึ้น ตามคำถามที่ตั้งเอาไว้ตั้งแต่ต้นคลิปว่า “เดี๋ยวเราจะดูว่าลูกเป็นห่วงเราไหม?” 
       

        ผลที่ได้ออกมาเกินคาดไปมาก คือนอกจากจะได้เห็นความเป็นห่วงเป็นใยของหนูน้อยที่ร้องไห้จ้า กระโดดโหยงๆ ด้วยความตกใจ อยากช่วยให้คุณแม่หายเจ็บแต่ทำอะไรไม่ถูกแล้ว ยังกลายเป็นคลิปที่ถูกแชร์ออกไปในวงกว้างมาก จนส่งให้เกิดกระแสตอบรับกลับมาทั้งมุมยิ้มๆ และมุมมืดๆ จาก “ความไม่รู้” ของผู้ปกครองด้วย
       
        “อย่าคิดว่าความกลัวของเด็กเป็นเรื่องตลก” คือหัวข้อที่แฟนเพจ “เข็นเด็กขึ้นภูเขา” จิตแพทย์เด็กบนโลกออนไลน์ หยิบเอาไปสะท้อนมุมคิดจากคลิปร้อนที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ปกครองอีกหลายๆ คนได้ฉุกคิดถึงพฤติกรรมการใช้ “ความกลัว” เข้าหยอกเย้าเด็ก ไม่ว่าจะทำไปด้วยความเอ็นดูหรืออยากเพียงสนุกสนาน ก็ส่งผลร้ายต่อเด็กได้ไม่ต่างกัน
       
        “ความกลัวมีความหมายเสมอ ไม่มีใครชอบความรู้สึกกลัวหรอก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ยิ่งเมื่อความกลัวเกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ ที่การพัฒนาทางความคิดยังไม่ดีเหมือนเด็กโต การแปลความหมายของสิ่งที่รับรู้ยังไม่ถูกต้องตามความจริง ความกลัวก็ยิ่งบั่นทอนความรู้สึก และส่งผลกระทบในระยะสั้น และระยะยาวหากความกลัวนั้นรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
       
        ความกลัวของเด็กนั้น แม้จะดูไร้สาระในสายตาของผู้ใหญ่ แต่มันก็มีความหมายและควรให้ความสำคัญ เด็กบางคนกลัวว่าเวลานั่งโถส้วมจะถูกดูดลงไปในโถ เด็กบางคนคิดว่าใบกล้วยนอกหน้าต่างตอนกลางคืนเป็นมังกรยักษ์ในนิทาน เวลาที่ผู้ใหญ่หลอกอะไรเด็ก ขู่ให้กลัว เด็กก็มักจะปักใจเชื่อจริงๆ เช่น มีแม่คนหนึ่งขู่เด็กว่าถ้าเป็นเด็กดื้อเดี๋ยวแม่จะหนีออกจากบ้าน ตั้งแต่นั้น เด็กก็ไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะกลัวว่าแม่จะหนีจากเขาไป
       
       

        ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือสวัสดิภาพของตัวเองกับคนที่เขารัก เช่น พ่อแม่ เด็กจะกลัวมากขึ้นเป็นหลายเท่า บางครั้งความกลัวก็ทำให้เด็กๆ ฝันร้าย นอนไม่หลับ ถ้าเกิดขึ้นรุนแรงและบ่อยครั้ง จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางใจ มีผลกระทบกับความรู้สึกไม่เชื่อมั่นในตัวเอง การมองโลกในแง่ร้าย ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ซึ่งหมอเชื่อว่า ไม่มีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเด็กคนไหนตั้งใจอยากให้เด็กเป็นแบบนั้น
       
        หยุดแกล้งให้เด็กกลัว จนทำให้กลายเป็นความทรงจำที่ฝังใจเลย โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่เด็กรักและเชื่อใจ”
        ถ้าเด็กน้อยในวันนี้ เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ขี้กลัว โปรดจงรู้ไว้ว่าคุณคือหนึ่งในคนที่มีส่วนช่วยปลูกฝัง “ความรู้สึกกลัวอย่างไร้เหตุผล” ในตัวเขา ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เคยบอกไว้อย่างนั้น
       
        "การหลอกเด็กเป็นการสร้างนิสัยให้เด็กขาดการใช้ความคิดไตร่ตรอง ไม่หาความจริงด้วยเหตุผล ยิ่งไปกว่านั้น หากลูกมีความกลัวอย่างรุนแรง เมื่อต้องอยู่ในภาวะเช่นนั้นนานๆ อาจทำให้เกิดอาการทางประสาทได้ เช่น เด็กที่กลัวความมืด หากให้อยู่ในห้องมืดคนเดียว จะเกิดความเครียด นอนไม่หลับในเวลากลางคืน หัวใจจะเต้นเร็ว สมองจะจินตนาการไปต่างๆ นานา และสามารถหวีดร้องได้ แค่มีใบไม้ใบหนึ่งปลิวมาปะทะหน้าต่าง ทั้งๆ ที่ในความมืดนั้น ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
       
        ดังนั้น การช่วยให้เด็กเลิกกลัวอย่างไม่มีเหตุผลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจะช่วยพัฒนาการใช้เหตุผลของเด็ก ให้รู้จักพิสูจน์ความจริงก่อนตอบสนอง เมื่อเติบโตขึ้นก็จะเป็นคนที่มีเหตุผล ไม่กลัวสิ่งใดง่ายๆ ช่วยทำให้เด็กไม่หลงเชื่อสิ่งใดอย่างง่ายๆ เพียงเพราะรู้สึกกลัวอย่างไม่มีเหตุผล"
       
        "ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวให้ตำรวจมาจับ” "รีบนอนได้แล้ว เดี๋ยวผีมาหลอก" "ห้ามเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน เดี๋ยวผีมาเอาตัวไป" ฯลฯ ถ้าไม่อยากให้เด็กๆ หลงกลัว ไปกับเงื่อนไขไม่สมเหตุสมผลที่ใครต่อใครตั้งขึ้น ก็ต้องเริ่มสื่อสารอธิบายความจริงกับเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้ ให้เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังที่แฝงมากับการหยอก จะได้ไม่ต้องโตไปเป็นเด็กที่ผิดปกติเพราะฝังใจจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง
       
       ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
       

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้