“ครูแท้แพ้ไม่เป็น”
นำเข้าเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [928]  

เสียงจากครูเรฟสู่การปฏิรูปครู /สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน .....

 
 
 
“ครูแท้แพ้ไม่เป็น” เสียงจากครูเรฟสู่การปฏิรูปครู /สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

        ใครเคยอ่านหนังสือเรื่อง Teach Like Your Hair’s On Fire : Methods and Madness inside Room 56 (ชื่อภาษาไทยว่า “ครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ” สรรพวิธีและสารพัดลูกบ้าในห้อง 56) เขียนโดย ครูเรฟ เอสควิท คงจะนึกถึงเรื่องราวลูกบ้าและกลเม็ดของครูเรฟได้เป็นอย่างดี
       
       ถึงขนาดที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ยกให้เป็นหนังสือปลุกกระแสการปฏิรูป วิธีการจัดการศึกษาของเด็ก ๆ ในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นหนังสือ bestseller ในปี 2007
       
       และในปีนี้ ครูเรฟ เอสควิท ได้ออกหนังสือเล่มใหม่ชื่อว่า Real Talk for Real Teachers หรือ “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” โดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ได้จัดการแปลและจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มสวยงาม โดยมีการจัดงานเสวนาทางวิชาการเป็นการเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิสยามกัมมาจล
       
       หนังสือเรื่อง “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” มีเนื้อหาที่ครูเรฟถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นครูมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนในการจุดประกายแนวความคิดและพัฒนาการเรียนการสอนของคุณครูและผู้ที่สนใจได้ใช้ประโยชน์จากเปลี่ยนประสบการณ์อุปสรรค ความล้มเหลว และเทคนิคการทำงานของครูที่ทำให้ก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ เพื่อลูกศิษย์
       
       “การเป็นครูนับวันจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปัญหาครอบครัว ความยากจน หรือเทคโนโลยีที่ดึงความสนใจลูกศิษย์ไปจากการเรียน คุณมักพบว่านักเรียนถูกส่งมาโรงเรียนโดยที่พวกเขาไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ และเมื่อมีเหตุผิดพลาดในห้องเรียน พวกเรามักถูกตำหนิกับทุกเรื่อง ครูดี ๆ ที่ผมรู้จักบางครั้งก็พร้อมที่จะลาออก แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังสู้ต่อ และนั่นทำให้พวกเขากลายเป็นครูที่ดีได้ การอุทิศและทุ่มเทต่อศิษย์ยังเป็นรูปแบบที่ผมยึดถือปฏิบัติในห้องเรียนของผม มีคนถามผมว่า ทำไมลูกศิษย์ของผมถึงดูตั้งใจเรียน นั่นเพราะผมใช้คุณธรรม 6 ระดับในห้องเรียน และผลักดันให้นักเรียนพัฒนาไปให้สูง...
       
       “ระดับที่ 1 เด็กตั้งใจเรียนเพราะไม่อยากมีปัญหา ระดับที่ 2 เรียนเพราะอยากได้รางวัล เพราะเป็นการติดสินบน ระดับที่ 3 เรียนเพื่ออยากเอาใจครู พ่อแม่ ระดับที่ 4 เรียนเพราะปฏิบัติตามกฎ ระดับที่ 5 เรียนเพราะเกรงใจคนอื่น และระดับที่ 6 เรียนเพราะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองยึดถือ นอกจากนี้ คุณต้องประพฤติตัวเป็นต้นแบบที่ดีของลูกศิษย์ตลอดเวลา ฉะนั้น การเป็นครูที่ดี คุณไม่สามารถถอดใจในการช่วยเหลือลูกศิษย์ได้ตลอดชีวิต”
       
       ครูเรฟเน้นเรื่องการสอนทักษะชีวิตให้กับเด็ก เขาเล่าว่าถ้ามีใครมาถามว่าคุณเป็นครูสอนอะไร เขาจะไม่ตอบว่าสอนวิชาคณิตศาสตร์ หรือวิชาภาษาอังกฤษ ฯลฯ แต่ผมจะตอบว่าผมเป็นครูสอนนักเรียน สอนชีวิต ไม่ใช่สอนวิชา สำหรับเขาเรื่องเกรดเฉลี่ยของเด็กไม่สำคัญ เรื่องการแข่งขันไม่สำคัญ แต่เขาเน้นเรื่องการเป็นครูที่ดีจากเนื้อแท้ การเป็นครูที่ดีต้องไม่ท้อและไม่ยอมแพ้ และต้องสอนให้เด็กเติบโตขึ้นมาอย่างมีความรับผิดชอบและมีคุณธรรมที่ดี
       
       จากประสบการณ์ของครูเรฟ ก็ประสบปัญหาเช่นกัน มีครูดี ๆ คนแล้วคนเล่าถูกขัดขวางจากหน่วยเหนือ ซึ่งน่าจะหมายถึงระดับนโยบายหรือผู้บังคับบัญชา ที่ทำให้เขาก็จำเป็นต้องทำตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ เขาจำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพื่อปกป้องตัวเขาเอง เพราะการพัฒนาเด็กกับการทำตามกฎระเบียบเพื่อความมั่นคงในหน้าที่ของฝ่ายบริหารเป็นคนละเรื่อง เป็นสภาพที่ ‘ครูแท้’ ต้องเผชิญ และต้องอดทน เช่นเดียวกับเรื่องการประเมินที่ครูเรฟเปรียบการประเมินว่า เป็นซาตาน เพราะฝ่ายบริหารการศึกษาของสหรัฐตีความเป้าหมายของการศึกษาที่ไปเน้นที่ผลการประเมิน แทนที่จะมุ่งสู่การเรียนรู้ของศิษย์
       
       นอกจากนี้ ครูเรฟยังกล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้รับเชิญและเดินทางไปประเทศจีนในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยพัฒนาผู้อำนวยการโรงเรียนและครูแกนนำ รวมถึงการสาธิตการสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กนักเรียน โดยมีผู้ปกครองเข้าร่วมสังเกตการณ์
       
       มีบทเรียนการทำงานจากประเทศจีนแก่ครูไทยใน 4 ประเด็น ดังนี้
       หนึ่ง ครูจีนเป็นครูที่มีการศึกษาดี เป็นมืออาชีพและมีความรู้เชิงลึกในวิชาที่สอน
       สอง การจัดการศึกษาที่ดีต้องพูดถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมา
       สาม การทดสอบเป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่การวัดประเมินผลนักเรียนที่ควรจะเป็น คือ การติดตามดูเด็กในระยะ 10 ปี หลังจากนั้นว่าเกิดอะไรกับพวกเขา
       สี่ สิ่งที่ขาดไปจากห้องเรียนทั้งในไทย ในจีนและในสหรัฐอเมริกาคือ การสอนให้นักเรียนทำดีเพราะเป็นสิ่งที่ดี ไม่ใช่เพราะคิดว่าดี หรือเพราะครูบอก รวมถึงการหล่อหลอมให้นักเรียนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
       
       ระหว่างที่ฟังครูเรฟไป ก็คิดถึงโครงสร้างการศึกษาในบ้านเราไปด้วย คิดถึงคุณครูไทยในบ้านเราที่ต้องเผชิญกับสารพัดปัญหา ไม่ใช่ปัญหาแค่หน่วยเหนือเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาอีกมากมายที่เป็นอุปสรรคทำให้ครูไทยยังไม่สามารถคิดนอกกรอบ หรือมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาวิชาชีวิตลูกศิษย์ได้มากกว่าแค่วิชาการ
       
       แม้จะอยากมีครูเรฟบ้างในเมืองไทย แต่ด้วยบริบทของสังคมไทย บ้านเราจำเป็นต้องจุดประกายการปฏิรูปด้วยคนในบ้านเรา โดยคนไทย เพื่อลูกหลานคนไทย
       
       การปฏิรูปการศึกษาต้องไม่ใช่แค่การปรับแก้โครงสร้างองค์กร
       
       แต่ต้องสร้าง “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” ขึ้นมาให้ทั่วแผ่นดิน
 

“ครูแท้แพ้ไม่เป็น” เสียงจากครูเรฟสู่การปฏิรูปครู /สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

        ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่
       

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้