“สมุนไพรไทย”
นำเข้าเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2559 โดย จุฬา ศรีบุตตะ
อ่าน [933]  

.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพิง “ยา” จากต่างประเทศ มีมูลค่า“นำเข้า” คิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าตลาดยาในประเทศหรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 70,059.33 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงคนไทยมี “ภูมิปัญญา” การดูแลสุขภาพด้วยตนเองมาตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะการใช้ “สมุนไพร” ที่หากเกิดการพัฒนาต่อยอดเป็นยาจะช่วย “ลด” การนำเข้าได้มาก

               ยาฆ่าเชื้อจาก “เปลือกมังคุด” ที่ใช้ทดแทนยาโพวิโดนไอโอดีน, ยาแก้ไอ “มะขามป้อม” ทดแทนยาแอมบรอคซอล, ยาชง “ชุมเห็ดเทศ” ทดแทนยาบิซาโคดิล เพื่อบรรเทาอาการท้องผูก ฯลฯ...ยาเหล่านี้บรรจุใน “บัญชียาหลักแห่งชาติ” ที่โรงพยาบาลและบริษัทเอกชนนำมาผลิตให้ผู้ป่วยใช้ได้เพื่อทดแทนยานำเข้า

                “ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร” รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และที่ปรึกษาชมรมเภสัชกรสมุนไพร กล่าวว่า จากการรวบรวมภูมิปัญญาไทยในทุกภาคของประเทศ ทำให้รับรู้ว่าประเทศมีความ “ร่ำรวย” ของภูมิปัญญา มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากประเทศหนึ่งในโลก ซึ่ง 2 สิ่งนี้เป็น “วัตถุดิบต้นทาง” ที่สำคัญในการนำมาพัฒนาเป็นยาจากสมุนไพรที่มีคุณภาพได้

               ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขนำโดย “นพ.โสภณ เมฆธน” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรเพื่อทดแทน “ยาแผนปัจจุบัน” เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านยาสร้างความมั่นคงให้กับ “ระบบสุขภาพ” ของประเทศ กลุ่มเภสัชกรที่ทำงานด้านสมุนไพรจึงจัดตั้ง “ชมรมเภสัชสมุนไพร” ขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายด้านวิชาการอันจะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา และการใช้ยาจากสมุนไพรที่เหมาะสม

                 “ในอนาคตจะมีการศึกษาวิจัยร่วมกัน เพื่อพัฒนายาจากสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบันในโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุข เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาในโรคเรื้อรัง ยาต้านการแพ้เป็นต้น” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

          “ภญ.ดร.สุภาภรณ์” กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันโลกเข้าสู่ภาวะ“โลกร้อน” เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะมีผลเสียต่อระบบนิเวศแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเราจะพบความผิดปกติหรืออาการเจ็บป่วยในช่วงนี้ได้บ่อย เช่น อาการร้อนใน ภูมิแพ้ โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหาร ท้องร่วง โรคติดเชื้อ ท้องผูกริดสีดวงทวาร โรคลมแดด เป็นต้น “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” จึงเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพในภาวะโลกร้อนได้

                 “ภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-4 กันยายน 2559 ที่ฮอลล์ 8 อิมแพคเมืองทองธานี ทางโรงพยาบาลได้จัดเตรียมหนังสือบันทึกแผ่นดิน9 สมุนไพรในสภาวะโลกร้อน ที่มีข้อมูลการศึกษาสมัยใหม่เพื่อให้เราอยู่ในโลกร้อนนี้ได้ด้วยพลังของพืชสมุนไพรใกล้ตัว มาแจกฟรีวันละ 200 เล่ม รวมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ จากการคิดค้นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน ที่ช่วยในการดูแลผิวและต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน เป็นต้น” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

                ด้าน “ภก.พินิต ชินสร้อย” ประธานชมรมเภสัชกรสมุนไพร กล่าวว่า “ชมรมเภสัชกรสมุนไพร” มีแผนการทำงานที่ครอบคลุมในทุกมิติของสมุนไพร โดยเน้นการทำงานร่วมกับวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำภูมิปัญญาสมุนไพรมาใช้ในการดูแลสุขภาพของคนไทยให้มากขึ้นต่อไปในอนาคต

                การใช้สมุนไพรไทยไม่ได้เป็นเรื่อง “โบราณล้าสมัย” อีกต่อไป หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจพัฒนาสรรพคุณให้เหมาะสมกับชีวิตคนในปัจจุบัน และกำลังได้รับความนิยม เกิดการใช้สมุนไพรเพื่อการรักษาเฉกเช่นแพทย์แผนปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมี “ทรัพย์ในดิน” เป็นสมุนไพรที่หลากหลาย มีประโยชน์มหาศาล รวมทั้งมี “ภูมิปัญญา” ที่สั่งสมกันมายาวนาน

                    นับเป็นความโชคดีที่ภูมิปัญญาของชาติ กำลังได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย ซึ่งมุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้ “สมุนไพรไทย” ให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน อันจะเป็นการดำรงคุณค่า “ภูมิปัญญาสมุนไพรไทย” ที่มีมาแต่อดีตไม่ให้สูญหายไปจากประเทศไทย

SCOOP@NAEWNA.COM

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้